ห่างหายไปนานกับการได้เขียนบันทึกบอกเล่าประสบการณ์ผ่านบล๊อก...พยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะนำเรื่องราวต่างๆเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แต่ก็ทำไม่ได้ด้วยกับสมาธิในการเขียน อาจจะเพราะห้วงเวลาที่ผ่านมามีอะไรให้ทำและขบคิดมากมาย วันนี้ตื่นเช้ามาตั้งใจมากๆที่จะนำประเด็นของหัวข้อบันทึกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเติมเต็มตัวตนของนักวิชาการอย่างเราๆ

      "อาจารย์ครับผมอยากทำวิจัย" "อาจารย์ครับทำไมเรียนวิจัยไม่รู้เรื่อง" "อาจารย์ครับทำไมพอฟังอาจารย์อธิบายแล้วเข้าใจและไม่เห็นยากเลย" ...

         ผมมองว่า ยุคสังคมนี้ความก้าวไกลของงานวิจัยไปไกลระดับหนึ่งในบ้านเรา กระบวนการ ระเบียบวิธีต่างๆ รูปแบบของการค้นคว้าศึกษาหาคำตอบมันคือความสร้างสรรค์ของพลังทางปัญญาที่จะนำพาสู่การค้นหาคำตอบที่แท้จริง บางครั้งเราเองมักจะติดกรอบล้อมรอบรั้วทางความคิดตัวเองด้วยกับการติดยึดและยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ

           ผมพยายามใช้กระบวนการวิจัยในการจัดการเรียนรู้แก่นักศึกษา ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา "ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร" โดยการกำหนดประเด็นแล้วให้นักศึกษาไปศึกษาค้นคว้าหาคำตอบในเรื่องทักษะต่างๆทั้งฟัง-ดู พูด อ่าน และเขียน โดยการใช้ทักษะต่างๆเหล่านี้อยู่ร่วมในสังคมอย่างสันติให้ได้ ข้อค้นพบตลอดระยะเวลาที่ใช้กระบวนการนี้มาสู่การจัดการเรียนการสอนพบว่า "นักศึกษามหาวิทยาลัยอิสลามยะลามีความสุข สนุก เข้าใจ และเห็นแนวทางการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุขในการจัดการความรู้ของเขาเอง"ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้แลกเปลี่ยนกับนักศึกษา มีความสุขทุกครั้งที่เห็นความใฝ่รู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนและนำเสนอทางความคิดที่สร้างสรรค์กันของนักศึกษา ผมเรียนรู้ว่าความสุขของคนเป็นครู คือ การได้ทำหน้าที่เพื่อทำให้คนที่เราเรียกว่า "ลูกศิษย์" ได้มีทักษะที่จะพัฒนาตัวเองอย่างสร้างสรรค์ กล้าที่จะนำเสนอกระบวนการคิดการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างสันติ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว (อัลฮัมดุลิลละฮฺ)

             ผมว่า หากเราไม่ติดยึดหรือยึดติดกับกรอบเดิมๆของกระบวนการจัดการความรู้ ความอยากรู้ อยากศึกษา ตั้งใจ ทุกช่วงขณะที่ได้เรียนรู้ของนักศึกษาก็จะเกิดขึ้นให้ได้พบเห็น (ไม่เชื่อลองดูครับ)

   -วัลลอฮฺอะลัม-