ณ เวลานี้ เพียงแต่ว่า เราเป็นผู้ถือครอง อีก ๘๐ ปีข้างหน้าธรรมชาติก็ให้เราสละสิทธิ์โดยอัตโนมัติเพื่อให้คนที่มีสิทธิ์เข้ามาสืบต่อ เรียกง่าย ๆ ว่า สมบัติผลัดกันชม เป็นธรรมดาอยู่เองที่เหล่าบัณฑิตมองสรรพสิ่งที่ตนมี ตนได้ แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาทำประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากตนเองจะได้ครอบครองแล้วยังเป็นการฉลาดที่ได้ใช้สิ่งนั้นเป็นเครื่องมือสร้างบุญบารมีให้กับตนเองและเสริมสร้างสังคมได้

 

     ช่วงนี้ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ต่างคนก็ต่างสี ต่างคนก็ต่างใจ ต่างคนก็ต่างความคิดเห็น เชื่อหรือไม่ว่า? เรื่องที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องเก่า เอามาเล่าใหม่ทั้งสิ้น แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ตัวละครใหม่ก็เกิดขึ้น พร้อมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ผู้คนก็ต่อสู้กันใหม่

 

     ปัญหาเก่าหมดไป ปัญหาใหม่ก็เกิดตาม ผู้กล้ามากมายเสนอตัวเข้ามาต่อสู้แย่งชิง โดยโฆษณาว่า "เพื่อพ่อแม่พี่น้อง" แต่ไม่ได้บอกว่าพ่อแม่พี่น้องใคร? เมื่อเข้าไปแล้วก็ต่อสู้เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ คนมากมายที่กล่าวมานี้ แม้มีโอกาสยึดครองสรรพสิ่งในโลกนี้ แต่เมื่อตายไป กลับหามีผู้ใดยึดถือไว้ได้สักราย สรรพสิ่งล้วนตกเป็นของธรรมชาติทั้งสิ้น

 

     ณ  เวลานี้ เพียงแต่ว่า เราเป็นผู้ถือครอง อีก ๘๐ ปีข้างหน้าธรรมชาติก็ให้เราสละสิทธิ์โดยอัตโนมัติเพื่อให้คนที่มีสิทธิ์เข้ามาสืบต่อ เรียกง่าย ๆ ว่า สมบัติผลัดกันชม  เป็นธรรมดาอยู่เองที่เหล่าบัณฑิตมองสรรพสิ่งที่ตนมี ตนได้ แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาทำประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากตนเองจะได้ครอบครองแล้วยังเป็นการฉลาดที่ได้ใช้สิ่งนั้นเป็นเครื่องมือสร้างบุญบารมีให้กับตนเองและเสริมสร้างสังคมได้

 

     แต่เสียดาย หลายคนมีโอกาสได้ครอบครองแล้ว นึกว่าสรรพสิ่งจะจีรัง จึงยึดมั่นไว้แน่น ตราบเท่าชีวิตอันน้อยนิดดำรงอยู่ (คงไม่เกิน ๑๒๐ ปีสักคน) แต่แล้วธรรมชาติก็สอนให้รู้ว่าสรรพสิ่งมันเปลี่ยนแปลงไป กาลเวลาก็กลืนกินสรรพสิ่ง หมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ตามบทบาทหน้าที่และโอกาสที่มีอยู่ จนไม่สามารถพบแสงตะวันแห่งปัญญาได้ อนิจจา!

      

  • มากมายผู้คนไขว่คว้า

    ต่อสู้กันมาถึงไหน

    กี่หมื่นล้านคนสิ้นไป

    แล้วใครยึดได้สักอัน

 

  •           วันคืนกลืนกินไปสิ้น

               แปรเปลี่ยนไปตามผกผัน

               แสนล้านเรื่องราวเวียนกัน

               ไม่พบแสงตะวันแห่งปัญญา

 

  • เหนื่อยหน่ายหนอชีวิต

    กินนอนสืบพันธุ์ตัณหา

    เป็นทาสสังคมเรื่อยมา

    แม้ตัวข้าฯ ก็เป็นทาสแห่งตัวตน

 

  •            หยุดพูด หยุดทำ หยุดคิด

               แปรจิตมุ่งมั่นไม่สับสน

               สั่งสมอุดมการณ์แห่งตัวตน

               หลุดพ้นสู่สัจจะมรรคาเอยฯ

 

     ศรีบรรดร

มิถุนายน  ๒๕๔๓