สวนสัตว์นครราชสีมาปลุกกระแสทำความดี
เปิดค่ายพรรษาคุณธรรมสร้าง “พุทธยุวชนคนดี ๒,๖๐๐ ปี การเผยแผ่พระพุทธศาสนา”
สวนสัตว์นครราชสีมา ปลุกกระแสทำความดีในสวนสัตว์ โดยนำโครงการทำความดี ๒,๖๐๐ ปี การเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นโครงการขับเคลื่อน เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดีและเรียนเก่งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ๒๕๕๔ โดยมีพระอาจารย์แสนปราชญ์ เจ้าของวิทยานิพนธ์ดีเด่น อันดับ ๑ มจร. ระดับประเทศ เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มีวิสัยทัศน์สร้างโรงเรียนให้นักเรียนเป็นคนดีเหนือสิ่งใด สร้างรูปแบบการฝึกสมาธิและสติ เพื่อเป็นคนดีและเรียนเก่ง โดยเชิญสถานศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมวิจัย เพื่อพิสูจน์ว่า พระพุทธเจ้าเป็นครูที่เก่งที่สุดในโลก หลักสูตรที่ดีที่สุดจึงเป็นหลักสูตรของพระพุทธองค์ คือการฝึกสมาธิและสติ จึงสามารถทำให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดีและเรียนเก่งได้ เปิดรับสมัครสถานศึกษา/ครู พร้อมทั้งนิเทศในช่วงเข้าพรรษา ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ได้ทำการนิเทศโรงเรียนต่าง ๆ ไปแล้วประมาณ ๑๘ แห่ง ครูประมาณ ๓๐๐ คน นักเรียนประมาณ ๕,๐๐๐ คน มีโรงเรียนในเขตจังหวัดนครราชสีมาเป็นโรงเรียนนำร่อง
เมื่อวันที่ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๕๔ ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ได้มีการประชุมพิเศษการจัดกิจกรรมภายในสวนสัตว์ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าปีนี้เป็นปีที่พิเศษ คือเป็นปีที่พระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ ๗ รอบ หรือ ๘๔ พรรษา ทางสวนสัตว์จึงมีความประสงค์ต้องการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และควรเป็นกิจกรรมทางด้านธรรมะในทางพระพุทธศาสนา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในการร่วมมือกับ โครงการ พุทธยุวชนคนดี ๒,๖๐๐ ปี การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่มีแนวคิดวิธีการสร้างคนดีและเรียนเก่ง ด้วยการทำงานวิจัย “ฝึกสมาธิ-สติ เพื่อเป็นคนดีและเรียนเก่ง” ซึ่งมีพระอาจารย์แสนปราชญ์ เจ้าของวิทยานิพนธ์ดีเด่น มจร. อันดับ ๑ ระดับประเทศ เรื่องสติปัฏฐานกถาฯ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นหัวหน้างานวิจัย โดยได้ต่อยอดขยายผลงานวิจัยนำมาประยุกต์เข้ากับวิธีการของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ผู้ออกแบบอุปกรณ์ควบคุมยานไวกิ้งลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จเป็นคนแรกของโลก นำมาสร้างเป็นรูปแบบการฝึกสมาธิและสติ เพื่อเป็นคนดีและเรียนเก่ง ในโรงเรียนต่าง ๆ โดยบูรณาการเข้ากับทุกวิชา เป็นการปลุกกระแสทำความดีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้ โดยใช้ชื่อโครงการเปิดค่ายพรรษาคุณธรรมสร้าง “พุทธยุวชนคนดี ๒,๖๐๐ ปี การเผยแผ่พระพุทธศาสนา” เริ่ม ๑๔ ก.ค. ๕๔ ถึง ๑๔ ต.ค. ๕๔ รวม ๓ เดือน โดยวันที่ ๑๔ ก.ค. เป็นพิธีเปิดโครงการ เตรียมประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยขบวนแห่ยิ่งใหญ่ และฟังธรรมบรรยาย “สร้างคนดี ด้วยสมาธิและสติ ตามวิถีพุทธศาสน์กับวิทยาศาสตร์” โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จบแล้วชมเทศน์มหาชาติประยุกต์ โดยกลุ่มพุทธยุวชนคนดีฯกลุ่มธรรมจิตอาสา คณะครูนักเรียนสถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งผู้ร่วมทำบุญกับโครงการฯได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมส่วนสัตว์ โดยแจ้งความจำนงได้ที่กลุ่มธรรมจิตอาสา ศิษย์พระอาจารย์แสนปราชญ์ โทร. ๐๘๓-๙๗๖๗๓๔๑, ๐๘๑-๔๔๖๓๒๓๑
สำหรับงานวิจัย การฝึกสมาธิ-สติ เพื่อเป็นคนดีและเรียนเก่งนั้น พระอาจารย์แสนปราชญ์ หัวหน้าโครงการฯ ได้อธิบายว่า ปัญหาของเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการศึกษาผิดพลาด ที่เน้นคนเก่ง เป็นระบบแพ้คัดออก คนเก่งจึงสามารถเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้และการทำงานด้านพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กนักเรียนล้มเหลว สืบเนื่องจากการใช้ คำสั่ง และ เงินทุน เป็นตัวขับเคลื่อน แต่วัฒนธรรมของชาวพุทธดั้งเดิมส่วนใหญ่ใช้ลักษณะ จิตอาสา ทำให้งานหลายอย่างประสบความสำเร็จ การปลูกฝังพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่โรงเรียนและสถานศึกษาจะได้รับคำสั่งให้จัดอบรมโดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการฝึกสมาธิ และการฝึกสติ โรงเรียนส่วนใหญ่จะฝึกสมาธิผิด เป็นสมาธินอกพระพุทธศาสนา ทำให้นักเรียนถูกปลูกฝังความยึดมั่นถือมั่น หรือเกิดความกดดันจนไประบายในครอบครัวตัวเอง จึงพบเห็นพฤติกรรมของเด็กนักเรียนที่ต่ำลงอยู่ทั่วไปในสังคมไทย และในฐานะที่ได้ศึกษาเรื่อง สติปัฏฐานกถาจนได้รับคัดเลือกเป็นวิทยานิพนธ์ดีเด่น พบว่าสมาธิ และสติ เป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้จึงจะนำไปใช้และแก้ปัญหาได้จริง ปัญหาที่พบคือสถานศึกษา หรือครูไม่เข้าใจเรื่องสมาธิทางพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่จึงเป็นการฝึกสมาธิที่มีอยู่แล้วนอกพระพุทธศาสนา ปัญหาการพัฒนาเด็กให้เป็นคนดีจึงไม่เป็นผล
พระอาจารย์แสนปราชญ์กล่าวต่อว่า ท่านมีแนวคิดที่ต่อยอดงานวิจัยให้เกิดประโยชน์แก่ วงการศึกษา และเกิดการปลูกฝังคุณธรรมให้เด็กและเยาวชน โดยได้ศึกษาวิธีการของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุทธยา นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ที่หันชีวิตมาสร้างคนดี เปิดโรงเรียนสัตยาไสขึ้นที่ลพบุรี เน้นความสำคัญที่ครูผู้สอนและการฝึกสมาธิ วิธีการนี้ท่านได้ทดลองทำการวิจัยมาทั้งในประเทศและต่างประเทศจนได้ข้อสรุปว่า วงการศึกษาของโลกผิดพลาดที่เน้นคนเก่ง ส่วนในเมืองไทยก็เป็นระบบแพ้คัดออก คือคนเก่งจึงสามารถได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ วิธีที่จะแก้ปัญหานี้คือการมีเป้าหมายของการศึกษาต้องเป็นแบบ “สร้างคนดีเหนือสิ่งใด” เพราะเมื่อเป็นคนดีแล้วเขาจะมีระเบียบวินัย และเรียนเก่งในที่สุด โรงเรียนสัตยาไสจึงเกิดขึ้น ด้วยเป้าหมายที่ว่าการสร้างคนดีเหนือสิ่งใด ตามหลักคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ท่านสรุปไว้ ๕ อย่าง คือ (๑) ความรักความเมตตา (๒) ความจริง (๓) ความประพฤติชอบ (๔) ความสงบ (๕) ความไม่เบียดเบียน โดยทางโรงเรียนใช้การฝึกสมาธิเป็นหลักวันละ ๙ ครั้ง นักเรียนเป็นโรงเรียนประจำ เรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติมีภูเขาแม่น้ำ ทำนา ปลูกผัก กินอาหารมังสวิรัติ เป็นต้น นักเรียนของสัตยาไสจึงเป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดี และเมื่อจบชั้นมัธยมปลายแล้วสามารถเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนคุณในทางพระพุทธศาสนา คือ การศึกษาและปฏิบัติตามหลัก มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง อันประกอบด้วยข้อปฏิบัติ ๘ อย่างที่อยู่ในหลักการปฏิบัติเดียวกัน หรือเป็นทางสายเดียวกันแต่มีองค์ประกอบ ๘ อย่างเรียกว่า มรรคมีองค์ ๘[1] ซึ่งสรุปเป็นข้อศึกษาและปฏิบัติเรียกว่า ไตรสิกขา แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงการนำไปใช้แล้วพบว่ามรรคมีองค์ ๘ กับไตรสิกขายังมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ มรรคมีองค์ ๘ เป็นระบบการปฏิบัติที่มุ่งในแง่เนื้อหาคือ มองแต่ลำพังตัวระบบเอง ยังไม่พูดถึงว่าจะใช้งานอย่างไร ส่วนไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นระบบการฝึกอบรมที่เป็นเชิงปฏิบัติเต็มที่ จัดไว้เพื่อใช้ฝึกคนในฐานะที่อยู่ในสังคม หรือใช้เป็นระบบการฝึกคนของสังคม หรือฝึกคนในฐานะที่เป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง ดังนั้นทั้งมรรคมีองค์ ๘ และไตรสิกขาจึงเป็นภารกิจของสถานศึกษาต่างๆ ที่ต้องนำมาใช้ โดยการสอน การอบรมคุณธรรมของผู้เรียนด้วยมรรคมีองค์ ๘ และการฝึกที่เป็นเชิงปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับภายนอกทั้งบุคคลและสังคมด้วยหลักไตรสิกขา ดังนั้นการศึกษาและปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนาเมื่อนำมาใช้ในการศึกษาก็คือ การสอน การอบรม หรือการฝึกนักเรียน ซึ่งต้องให้ครบ ๓ ขั้น ได้แก่ (๑) ศีล (๒) สมาธิ (๓) ปัญญา เพราะแต่ละขั้นมีองค์ประกอบส่งเสริมกันและกัน และเมื่อฝึกครบ ๓ ขั้น จึงจะได้การศึกษาที่สมบูรณ์[2] แต่ถ้าวิเคราะห์ความสำคัญของมรรคมีองค์แปดแล้วพบว่า องค์มรรคที่เจ็ดคือสัมมาสติ เป็นข้อที่สำคัญที่สุดเพราะพระพุทธเจ้ายกขึ้นเป็นทั้งทางสายกลางและทางเดียวที่ดับทุกข์ได้ ส่วนข้ออื่นเป็นทางสายกลางที่ดับทุกข์ได้เท่านั้น
ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา กับรูปแบบการเรียนการสอนในทางพระพุทธศาสนานั้น จึงเป็นเรื่องที่น่านำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงลึกอันจะได้มาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ในวงการศึกษาทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในส่วนรวมด้วย
พระอาจารย์แสนปราชญ์ได้วิเคราะห์ถึงความสำเร็จการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสัตยาไสนั้นเกิดจากลักษณะเฉพาะสรุปได้ดังนี้คือ (๑) ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดและเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสัตยาไส เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก คือ เป็นผู้ออกแบบอุปกรณ์ควบคุมการร่อนลงจอดของยานไวกิ้งบนดาวอังคารขององค์การนาซ่า เมื่อ ๓๕ ปีก่อน และได้อุทิศตนเพื่อสังคมเป็นแบบอย่างของคนดี เป็นคนไทยตัวอย่าง ได้รับรางวัลสันติภาพภูมิภาคตะวันออก เป็นครูดีเด่น เป็นต้น (๒) ครูผู้สอน ผ่านการคัดเลือกโดยใช้หลักคัดเลือกคนดี และมีการพัฒนาครูผู้สอนให้มีคุณภาพโดยส่งให้ศึกษาต่อ ซึ่งมีครูระดับปริญญาเอก ๕ คน ปริญาโท ๒๐ กว่าคน (๓) การฝึกสมาธิ มีการฝึกสมาธิให้กับนักเรียนวันละ ๙ ครั้ง เริ่มจากตื่นนอน ขณะเรียนในแต่ละคาบเรียน จนถึงก่อนนอน (๔) รูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอน เป็นโรงเรียนประจำที่นักเรียนกินนอนที่โรงเรียน ซึ่งนอกจากการเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังได้จัดรูปแบบการเรียนการสอนที่สอดแทรกคุณธรรมไว้ในวิถีชีวิตของนักเรียน อาทิ การรับประทานอาหาร โดยทางโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนทุกคนรับประทานอาหารมังสวิรัติ กำหนดให้มีการเรียนรู้ความพอเพียง อยู่ได้ด้วยตนเอง โดยให้ลงมือปฏิบัติด้านเกษตรกรรม ทำนา ปลูกผักปลอดสารพิษ รวมทั้งการเรียนรู้สภาวะแวดล้อมเกี่ยวกับธรรมชาติ สภาวะโลกร้อน พลังงานทดแทน เป็นต้น (๕) ครอบครัวนักเรียน ถูกคัดเลือกกลั่นกรองอย่างดีโดยใช้หลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้ปกครอง ไม่ได้สอบคัดเลือกนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้และทำหน้าที่เป็นผู้สอนควบคู่ไปกับโรงเรียน ผู้เรียนและครอบครัวจึงมีลักษณะแบบความสมัครใจ มีความเข้าใจตรงตามจุดประสงค์ของโรงเรียนคือ สร้างและพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีเหนือสิ่งใด (๖) สถานที่ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ คือ ตั้งอยู่ติดภูเขา แม่น้ำ ทำให้นักเรียนมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี
จากลักษณะเฉพาะของโรงเรียนสัตยาไสนี้เองที่ทำให้โรงเรียนต่างๆที่ได้ไปศึกษาดูงานไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เพราะมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน คือ (๑) ด้านผู้บริหารโรงเรียนระดับสูงสุดของโรงเรียน เปรียบเทียบระหว่างผู้อำนวยการโรงเรียนต่าง ๆ กับ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา มีมาตรฐานทั้งด้านความรู้ความสามารถการประพฤติปฏิบัติตนมีความแตกต่างกันมาก (๒) ครูผู้สอน มีความหลากหลาย มีทั้งครูที่มีคุณภาพและด้อยคุณภาพ (๓) การฝึกสมาธิ ขาดความรู้ความเข้าใจในการฝึก (๔) รูปแบบวิธีการเรียนการสอน สอดแทรกคุณธรรมในชีวิตประจำวันของนักเรียนได้ยาก เพราะไม่ใช่โรงเรียนประจำ (๕) ครอบครัวนักเรียนมีความหลากหลาย มีความแตกต่างกันมาก (๖) สถานที่ อยู่ตามสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริงของแต่ละชุมชน บางแห่งอยู่ในสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
ด้วยเหตุนี้จึงทำงานวิจัย เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนการสอนที่ประยุกต์จากรูปแบบการเรียนการสอนของพระพุทธศาสนาและของโรงเรียนสัตยาไสนำมาทดลองใช้กับโรงเรียนทั่วไปคือ การฝึกสมาธิและสติ เพื่อเป็นคนดีและเรียนเก่ง เปิดรับสมัครสถานศึกษา/ครู พร้อมทั้งนิเทศในช่วงเข้าพรรษา ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ได้ทำการนิเทศโรงเรียนต่าง ๆ ไปแล้วประมาณ ๑๘ แห่ง ครูประมาณ ๓๐๐ คน นักเรียนประมาณ ๕,๐๐๐ คน มีโรงเรียนในเขตจังหวัดนครราชสีมาเป็นโรงเรียนนำร่อง คณะครูนักเรียนสถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมงานวิจัยสามารถติดต่อได้ที่โครงการฯ หรือสอบถามได้ที่กลุ่มธรรมจิตอาสา ศิษย์พระอาจารย์แสนปราชญ์ โทร. ๐๘๓-๙๗๖๗๓๔๑, ๐๘๑-๔๔๖๓๒๓๑ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ในช่วงเข้าพรรษาที่สวนสัตว์นครราชสีมารวมทั้งผู้ร่วมทำบุญกับโครงการฯได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมสวนสัตว์
[1](๑) สัมมาทิฏฐิ หมายถึง ความเห็นชอบ (๒) สัมมาสังกับปะ หมายถึง ความดำริชอบ (๓) สัมมาวาจา หมายถึง วาจาชอบ (๔) สัมมากัมมันตะ หมายถึง การงานชอบ (๕) สัมมาอาชีวะ หมายถึง อาชีพชอบ (๖) สัมมาวายามะ หมายถึง ความเพียรชอบ (๗) สัมมาสติ หมายถึง สติชอบ (๘) สัมมาสมาธิ หมายถึง สมาธิชอบ, อ้างใน
[2]พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตตฺโต), พุทธธรรม (ฉบับปรับปรุงและขยายความ), พิมพ์ครั้งที่ ๕, (กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๒), หน้า ๖๐๖.