สร้างวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน.....ด้วยชุมชน

แผนชุมชน : ของชุมชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

       ปี พ.ศ. ๒๕๕๐  เดือนพฤศจิกายน เช้าวันที่ ๘ ท่านประจักษ์  สุวรรณภักดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในสมัยนั้น  เปิดจวนผู้ว่ารับการมาเยือนของผู้นำชุมชนต่างๆ ของทุกอำเภอในจังหวัด (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีหลังนี้  สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓  โดยพระยาตรังภูมาภิบาล)    จุดเด่นสำคัญของงาน “ เปิดจวนผู้ว่าฯ  พบประชาชน “ ในครั้งนี้ก็คือการจัดเวทีประกาศแผนชุมชนเป็นวาระชุมชนของจังหวัด  เพื่อสร้างสิ่งดีๆ  ให้กับชุมชน        

พัฒนาชุมชนก็มีส่วนสำคัญในเวทีนี้ด้วยเช่นกัน  หัวหน้ายุทธศาสตร์ วิยาภรณ์ พัฒนาการจังหวัดช่วงนั้น  ได้มอบหมายให้พัฒนาการอำเภอทั้งสิบอำเภอ นำมวลชนเข้าร่วมการประกาศวาระชุมชน  และเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีความคึกคัก เข้มข้น จึงพ่วงด้วยขบวนสินค้าโอท็อปนานาชนิด  มาจำหน่ายในราคาถูก  และที่สำคัญมีการแจกฟรีด้วย      

ผมในฐานะพัฒนาการอำเภอแหลมสิงห์ขณะนั้น เห็นว่าโอกาสสำคัญมาถึงแล้ว  จึงได้มอบให้พัฒนากรผู้ประสานงานตำบล ซึ่งขณะนั้น มีอยู่สองคน  คือ คุณธีรโชต มีผิว  และคุณสุรางค์รัตน์ เสมสวัสดิ์  ติดต่อประสานงานผู้นำชุมชนต่างๆที่มีอยู่ในอำเภอ อาทิเช่น  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  สตรี  ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วมการเยือนจวนในครั้งนี้  ซึ่งผมได้เรียนเชิญนายอำเภอแหลมสิงห์  ท่านวิชัย  สัมพันธรัตน์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย       นายอำเภอได้ถามรายละเอียดในการไปจวนในครั้งนี้ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างและจะต้องทำอย่างไรซึ่งผมได้เรียนให้ท่านทราบว่า  เป็นแนวคิดของท่านผู้ว่าฯซึ่งท่านเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่เช่นกัน  ต้องการพบปะผู้นำชุมชนของจังหวัดจันทบุรี  และทางพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้นำเรียนเสนอท่านผู้ว่าฯ ว่าควรจะประกาศเป็นวาระของจังหวัดในการจัดทำแผนชุมชน   และมีการแสดงสินค้าโอท็อปของเมืองจันท์ด้วย พร้อมทั้งจำหน่ายและแจกฟรีให้กับผู้มาเยือน มีเวทีสาธิตการจัดทำแผนชุมชนโดยทีมงานของอำเภอขลุง การเปิดจวนรับการมาเยือนในครั้งนี้ประสพความสำเร็จตามที่คาดหมายไว้ทุกประการ เสียงปรบมือกึกก้อง ยกย่องชมเชย   สิ่งที่จะต้องนำกลับมาทำต่อไปก็คือการจัดทำแผนชุมชนให้เป็นไปตามที่กำหนด         

หลังจากนั้นผมกลับมาที่อำเภอแหลมสิงห์   และเริ่มคิดกำหนดแนวทางการจัดทำแผนชุมชนของหมู่บ้านให้มีประสิทธิภาพ  ซึ่งถ้าจะกล่าวไปแล้วนั้น  การจัดทำแผนชุมชนได้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว   โดยเฉพาะเมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๔๙  กรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนงบประมาณให้หมู่บ้านดำเนินการจัดทำแผนชุมชน  แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  เพราะแผนชุมชนที่ได้นั้นมาเป็นแผนชุมชนที่ถูกออกแบบโดยภาครัฐ  ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิดและทำเป็นส่วนน้อย  อันอาจเกิดจากการจัดทำแผนชุมชนขาดแรงกระตุ้นของภาครัฐและชุมชน  จะเป็นในลักษณะของภาครัฐเข้าไปจัดทำแผนชุมชนเสียเอง รวมถึงอาจเนื่องมาจากการกำหนดระยะเวลาที่จำกัด  แผนชุมชนที่ได้มาจึงเป็นแผนชุมชนที่มีลักษณะเป็นนามธรรมมากว่าเป็นรูปธรรม  ใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก  ขาดการยอมรับจากชุมชน  ผมจึงได้มาคิดว่าการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนชุมชนต้องเกิดจากชุมชนเอง  ผู้นำชุมชนและประชาชนในชุมชน ต้องตระหนักและเห็นความสำคัญของชุมชน  ต้องรู้ถึงสาเหตุและปัญหาของชุมชน  ข้อมูลชุมชนที่จะต้องถูกวิเคราะห์ออกมาเป็นศักยภาพของชุมชน         

 วิทยากรแผนชุมชน  จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ  ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาแผนชุมชนให้ดีขึ้น   อันเปรียบเสมือนสะพานความเชื่อมโยงความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน  การเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น ในการเสริมสร้างและเอื้ออำนวยกระบวนการแผนชุมชน  เป็นสิ่งที่วิทยากรกระบวนการจักต้องเรียนรู้  และแสดงศักยภาพในการกระตุ้นชุมชนให้เกิดแผนชุมชนที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงได้           

ในฐานะพัฒนาการอำเภอ  ซึ่งเป็นตำแหน่งในการบริหารและการวางแผนการขับเคลื่อนแผนชุมชนให้มีผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย  จึงวางแผนการสร้างวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน  อันประกอบด้วย           

หนึ่ง.  เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน  ในฐานะวิทยากรหลักของกระบวนการ   ในขณะนั้นผมมีพัฒนากรประจำสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแหลมสิงห์  เพียง ๒ คน  รับผิดชอบในงานระดับตำบล  ๗  ตำบล ๖๕  หมู่บ้าน  จึงมอบหมายให้คุณธีรโชต หนุ่มใหญ่วิทยากรมืออาชีพอันดับแนวหน้า เป็นวิทยากรแกนนำ  ทำหน้าที่กำหนดวิธีการ  รวบรวมข้อมูล  แผนที่ชุมชน  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจชุมชน  สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี  วัฒนธรรม  และธรรมชาติของคนในชุมชน แบ่งขั้นตอน  ในส่วนของคุณสุรางค์รัตน์ สาวจอมประสานงาน ให้ทำหน้าที่ในการประสานงานทุกระดับ  ระหว่างแกนนำหลักและผู้นำภาคี  เพื่อจัดทำเวทีวิทยากรกระบวนการ  และจัดเตรียมเอกสารตามขั้นตอน         

สอง. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาคีการพัฒนา  ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของเกษตร/สาธารณสุข/กศน. รวมถึงเจ้าที่พัฒนาชุมชน/เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน  ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล  ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้ควรมีศักยภาพเพียงพอและเป็นที่เชื่อถือของชุมชนในการที่จะเอื้ออำนวยกระบวนการจัดทำแผนชุมชน  ในส่วนของผมได้ประสานงานกับหัวหน้าหน่วยงานต่างและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในเบื้องต้น       

สาม.  นักพัฒนาภาคประชาชน  ตรงจุดนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำหน้าที่ประสานงานและมีความเข้าใจในชุมชนมากที่สุด  อีกทั้งเป็นที่ยอมรับของชุมชน   สามารถเชื่อมโยงและจัดการชุมชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และผมเห็นว่านักพัฒนาภาคประชาชนนั้น เป็นคลังสมองของชุมชน เป็นผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนชุมชน ซึ่งเป็นโอกาสและโชคดีมากที่ผมรู้จักมักคุ้นกับนักพัฒนาขับเคลื่อนชุมชนหลายคนด้วยกัน  เช่น  อาจารย์อุทัย  คุณรังสี  คุณเล็ก คุณรุทธ์ และอีกหลายๆคน ซึ่งมีความเข้าใจในเรื่องแผนแม่บทของชุมชนเบื้องต้นเป็นอย่างดี  ซึ่งต่อมาบุคคลเหล่านี้ได้เป็นกำลังสำคัญในภาคีการพัฒนาของพัฒนาชุมชน

ในเวลาต่อมา  ผมได้แบ่งทีมงานและขั้นตอนการทำ  เป็น  สองขั้นตอน  คือ         ขั้นแรก ขั้นเตรียมการของวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน  โดยการจัดเวทีวิทยากรกระบวนการแผนชุมชนที่หอประชุมของอำเภอ ผู้เข้าร่วมเวทีประกอบด้วย  วิทยากรกระบวนการใน  ๓ ส่วนตามที่กล่าวมา  และจะขาดเสียมิได้  ที่ต้องเชิญมาร่วมด้วย  คือผู้นำของหน่วยงานระดับอำเภอ  และผู้นำองค์กรในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องที่ใช้ประโยชน์จากแผนชุมชน       การอธิบายขั้นตอน วิธีการและแนวทาง และการกำหนดเป้าหมาย  ใช้เอกสารตามที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดเป็นหลัก  และใช้ประสบการณ์จริงจากเวทีร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกัน  โดยแต่ละคนอาจจะมีเทคนิคที่แตกต่างกัน ทั้งการกระตุ้นให้เกิดการวิเคราะห์ และแสดงศักยภาพของชุมชน  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไร  ให้ชุมชนมีความมั่นใจว่ากระบวนการจัดทำแผนชุมชนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนเองจริงๆ  ไม่ใช่แค่กระบวนการของภาครัฐที่มาเล่นลิเกให้ชาวบ้านดู  แล้วก็เก็บฉากกลับบ้าน       

 ขั้นที่สอง การจัดเวทีเพื่อทดสอบการเป็นวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน  เนื่องจากกระบวนการแผนชุมชน มีองค์ประกอบในการจัดการ  และขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร  สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างยิ่ง คนในชุมชนเข้าใจได้ยาก  วิทยากรกระบวนการจึงต้องมีการทดสอบและปฏิบัติ  เพื่อสร้างความมั่นใจ  โดยการคัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อมด้านข้อมูล และมีศักยภาพพอสมควรของแต่ละตำบล จัดทำแผนชุมชน  และแจ้งผู้นำของหมู่บ้านทุกหมู่บ้านเข้าร่วมเวทีเพื่อสัมผัสบรรยากาศของการจัดทำแผนชุมชนของหมู่ตัวอย่าง  การจัดเวทีลักษณะนี้ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้คาดหมายคือ  มีวิทยากรกระบวนการใหม่ๆเกิดขึ้นในชุมชนเอง       

บทสุดท้าย       

วิทยากรกระบวนการแผนชุมชน ถูกสร้างและได้รับการยอมรับจากชุมชน คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการคิด การวางแผน  และต้องการเห็นแผนชุมชนที่โปร่งใส  สัมผัสได้ ก้าวเข้าสู่แผนของท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ     

 ผลที่ได้รับ   แผนชุมชนได้รับการรับรองมาตรฐานและยกย่องได้รับรางวัลแผนชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด  ๒  ปีซ้อน  ซึ่งสิ่งดีๆเหล่านี้เกิดขึ้นจากวิทยากรกระบวนแผนชุมชนเป็นส่วนหนึ่ง  และชุมชนได้จุดประกายแห่งความคิด  ประกาศศักยภาพของตนเองออกมา  สร้างสิ่งที่ตนเองต้องการ

ขุมความรู้ 

๑.  คนทุกคนมีศักยภาพแต่อาจจะไม่เท่ากัน  ต้อง      เปิดโอกาส  เปิดเวที  เปิดความรู้ 

๒.  การวางแผนและการมอบหมายบทบาทหน้าที่       ตามขีดความสามารถ 

๓.  การสืบค้นข้อมูล  และการรวบรวมข้อมูลเพื่อ      การวิเคราะห์ต้องเป็นระบบ 

๔.  ภาครัฐไม่ถูกต้องทุกอย่าง  เปิดโอกาสให้      ประชาชนมากๆ 

๕.  หลักการของพัฒนาชุมชน การมีส่วนร่วม๖.  สิ่งที่จะทำร่วมกันต้องเห็นผลชัดเจน เป็นรูปธรรม


แก่นความรู้    

๑.  คนทุกคนมีปัญญา  ถ้าให้โอกาส   

๒.  ช่วยเขาทำ  ดีกว่าทำให้เขา    

๓.  รู้อะไรไม่สู้รู้จริงๆ   

๔.  ไม่ยอมรับผู้อื่น  ก็อย่าหวังว่าผู้อื่นจะยอมรับ   

๕.  การมีส่วนร่วมดีที่สุด   

๖.  เปลี่ยนสายตาคู่ใหม่  ก็จะมองเห็นอะไรใหม่ๆ

 

โดย  นายนคร มณีสุวรรณสิน

จังหวัดจันทบุรี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM Chanthaburi



ความเห็น (0)