เมื่อวันที่ 9 ส.ค.49 ดิฉันได้รับหนังสือจาก อบต. ดงเค็งที่มีไปถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น สรุปความว่าขอเรียนเชิญผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาอำเภอหนองสองห้องเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไปรับมอบโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรซึ่ง อบต.ดงเค็งมอบให้เป็นรางวัลที่ไปช่วยให้ อบต. ดงเค็งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้พัฒนาหนองละเลิงเค็งและป่าชุมชนโนนชาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นงบประมาณ CEO  และได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ข้อมูลระบบนิเวศชุ่มน้ำจำนวนเงิน 1.2 ล้านบาท มาแล้วและจะได้รับอีกในปีต่อไปเพราะได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัดขอนแก่นไปเรียบร้อยแล้ว ทาง อบต. ดงเค็งจึงอยากแสดงความขอบคุณด้วยการมอบโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรให้กับผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวทุกคน โดยให้ไปรับมอบโล่ในวันที่ 11 ส.ค.49 ณ หนองละเลิงเค็ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่โครงการของเราได้ไปช่วยวางแผนที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง   หลังจากได้รับหนังสือเชิญ ดิฉันนัดหมายทีมงานคือ ผศ.ศรีสมพร ปรีเปรม (คณะเภสัชศาสตร์) อ.เบญจวรรณ นาราสัจจ์ (คณะมนุษยศาสตร์ฯ) คุณชูศรี ศิริขจรพันธ์ (คณะวิทยาการจัดการ) และคุณบุญเลิศ มรกต (สำนักวิทยบริการ) มี 2 ท่านแรกไม่ว่างติดสอนหนังสือ ดิฉันจึงได้ไปกันแค่ 3 คน ก่อนเดินทางไปรับมอบโล่คิดว่าคงจะไปรับมอบโล่จากนายก อบต. ดงเค็ง  เพราะหนังสือราชการแจ้งมาอย่างนั้น ไม่ได้แจ้งกำหนดการมาด้วย จึงไม่ทราบรายละเอียด ได้แต่คิดว่าคงเป็นงานเล็ก ๆ เรียบง่าย  แต่เมื่อไปถึงสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ผู้เป็นประธานของงานนี้ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (นายเจตต์ ธนวัฒน์) และมีคนมาร่วมงานมากมายทั้ง สว. (นางรัตนาภรณ์ สมบูรณ์) สส. เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด นายอำเภอหนองสองห้อง ปลัดอำเภอ ปลัด อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชน ประชาชน กลุ่มสตรี และนักเรียน ร่วม 500 คน ทราบภายหลังว่าทาง อบต.ดงเค็งเขาเลือกที่จะมอบโล่เกียรติคุณให้กับโครงการของเราในวันนี้เพราะเขาให้เกียรติเราอย่างมาก ต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นรู้จักพวกเราและเป็นผู้มอบโล่และเกียรติบัตรบุคคลดีเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนให้แก่พวกเรา นอกจากนี้ในวันดังกล่าวมีการจัดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี ปลูกต้นไม้และมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ข้อมูลระบบนิเวศชุ่มน้ำ ซึ่งได้งบประมาณมาแล้ว อันเป็นผลมาจากโครงการพัฒนาอำเภอหนองสองห้องเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้มีส่วนช่วยในการวางแผน  เห็นบรรยากาศวันนั้นแล้วปลื้มใจจริง ๆ เพราะเป็นงานที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกัน ในวันนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ฝากพวกเรา (คณะจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น) และผู้นำชุมชนสานต่ออีกหลายเรื่อง เช่น การค้นหาอัตลักษณ์ของท้องถิ่น การบันทึกตำนานท้องถิ่น และการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ long stay หากทุกฝ่ายยังคงเกาะเกี่ยวแน่นแฟ้นเช่นนี้ อีกไม่นานการพัฒนาหนองละเลิงเค็งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศคงจะประสบความสำเร็จ เพื่อความฝันของชาวดงเค็งจะได้เป็นความจริงเสียที