เรื่องเล่าจากพี่อ้อ เก็บตกจากการพูดคุยกับอาจารย์ที่ดูแลนักเรียนหลายร้อยชีวิต กับวิธีคิดที่ทำงานด้วยหัวใจของ "ครูเพื่อศิษย์"
ยิ่งกว่าลูก
16 มิย. 54
ศุภลักษณ์ พริ้งเพราะ.......ผู้เขียน
“สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะ มาขอพบอาจารย์ศักดาคะ” มีอาจารย์นั่งอยู่ในห้องสามคน คนใกล้ที่สุดตอบกลับว่า
“อยู่นั่นไง” (แป๊ว......)
“อ้าว ! คุณอ้อมาถึงแล้วเหรอครับ”
(ตายจริง ไม่อยากจะบอกว่าจำไม่ได้ ไม่ได้เจอกันหลายปี ก็ยังดูดีอยู่เลย แต่เราซิ.... หน้าอ้อวิ่งแซงหน้าอาจารย์ไปไกลแล้ว)

วันนี้เรามีนัดกัน ที่จะสอนให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร และการปลูกสมุนไพร แต่ดูท่าทางอาจารย์ศักดาคงกังวลใจไม่น้อย เหมือนส่งกระแสจิตถามอาจารย์ได้ อาจารย์บอกว่า
“วันนี้เด็กที่จะสอนเป็นเด็ก ม.4/3 เรียนอุตสาหกรรม ก็คงไม่เหมือนเด็กวิทย์ฯ นะครับ”
อ้อกับติ๋วใจหล่นวูบ คิดในใจ
“ตายแล้ว…” รีบแย่งกันตอบจนลิ้นพันกัน (ว่าเข้าไปนั่น)

“ไม่เป็นไรคะอาจารย์เด็กเรียนอะไรเราก็สอนได้ ขอให้เด็กยอมเรียนกับเราเถอะ ”
(ง้อเด็กสุดฤทธิ์ ปกติก็ไม่มีใครยอมเรียนด้วยอยู่แล้ว...)
ลืมบอกไปว่าที่นี่จะมีคำเรียกระหว่างคุณครูกับลูกศิษย์ โดยคุณครูจะเรียกเด็กว่า “ลูก”
(ลูกอย่างงั้น ลูกอย่างนี้ทุกคำ) เป็นคำพูดที่ง่าย ๆ แต่แฝงไปได้ความรัก ความห่วงใย และความอบอุ่น เหมือนเด็กอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเลยก็ว่าได้ ส่วนเด็ก ๆ ก็จะเรียกว่า
“คุณครู”
อาจารย์ศักดาบอกว่า สอนลูกคนอื่นสอนดีกว่าลูกตัวเองเสียอีก ลูกตัวเองยังไม่ค่อยมีเวลาสอนเลย พอลูกทำอะไรออกนอกลู่นอกทางก็ยังดุบ้าง ตีบ้าง เพื่อที่ลูกจะได้จำ และจะได้ไม่ทำอีก เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า
“รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี”
แต่สอนลูกคนอื่นทำแบบนี้ไม่ได้ จนบางครั้งเราเลี้ยงลูกลำเอียงไหมนี่ ระหว่างลูกเราเองกับลูกศิษย์
(อ้อเติมเองแหล่ะประโยคหลัง) บางครั้งเด็กไม่เข้าเรียนก็ต้องไปตามหาว่าเขาเป็นอะไร มีปัญหาอะไรไหม ทำไมไม่มาเรียน แต่ถ้าเป็นชั่วโมงสอน เด็กมาไม่ครบหายไปสองสามคนจะปล่อยเด็กกลุ่มใหญ่รอแล้วไปเดินหา ก็ทำไม่ได้ ต้องเอาเด็กกลุ่มใหญ่ไว้ก่อน พอสอนเสร็จค่อยไปตามหา บางครั้งเด็กก็มาโรงเรียนแต่ไม่เข้าห้องเรียน ก็ต้องเดินอ้อมโรงเรียนเลย เผื่อจะเจอ หรือไม่ก็ถามเด็ก ๆ ว่ามีใครเจอเพื่อนบ้างไหม มีเบอร์โทรหรือเปล่า ใช้ทุกวิธี เพราะโรงเรียนที่นี่ถึงแม้จะไม่ไกลจากตัวจังหวัดมากนัก แต่อะไรหลาย ๆ อย่างมันก็เหมือนแตกต่างกันอยู่บ้าง บ้างครั้งผู้ปกครองไม่เข้าใจ พออาจารย์เรียกมาพบบอกว่า ลูกไม่ได้มาโรงเรียน ผู้ปกครองก็โวยวายว่า
“ทำไมครูไม่ดูแลเด็กบ้าง หายไปตั้งหลายวันครูทำไมไม่ตาม ทำไมไม่บอกกันตั้งนาน”
คำพูดอีกมากมายพลั่งพลูออกมา อาจารย์ก็คงนั่งฟังผู้ปกครองพูดไป จนกว่าผู้ปกครองจะหยุด แล้วก็เริ่มคุยกัน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ผู้ปกครองบางคนมาส่งลูกเองที่หน้าโรงเรียนพอส่งเสร็จเด็กก็ไม่เดินเข้าโรงเรียนเสียอย่างงั้น ไปไหนก็ไม่ทราบ ถึงเวลาเลิกเรียนก็มาอยู่หน้าโรงเรียน ผู้ปกครองก็มารับกลับ บางคนมาส่งแล้วก็นั่งเฝ้ากันเลย พอเลิกเรียนก็กลับบ้านพร้อมกัน เป็นอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ถ้าดูลูกว่าคงไม่หนีโรงเรียนอีกแล้ว ผู้ปกครองก็ไปทำงาน เป็นอะไรที่ต้องช่วย ๆ กัน การที่เด็กหายไปหรือไม่เข้าเรียนใช่ว่าคุณครูจะมีความสุข สอนไปก็เป็นห่วงไป จะอย่างไรก็ตามอ้อเชื่อว่าสักวันหนึ่งเด็ก ๆ คงจะรู้ว่า
“ครูรักพวกเขามากแค่ไหน”
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
