เรื่องเล่าจากพี่อ้อ กับวันที่เข้าไปสอนน้องห้องอุตสาหกรรม ณ ระ.ร.สาวะถีพิทยาสรรพ์

  


 

 ศูนย์วิทย์ฯ เจอกับเด็กอุตสาหกรรม 

16 มิย.  54

 

ศุภลักษณ์  พริ้งเพราะ.......ผู้เขียน

 

                โอกาสไม่ได้เข้ามาหาเราบ่อย  ๆ  อย่างเช่นวันนี้ช่างเป็นวันที่สดใสที่สุดอีกวันหนึ่ง  แดดร้อนเปรี้ยง  ๆ  เหมือนกับพระอาทิตย์ขยับเข้ามาใกล้ชิดกับโลก......ด้วยแรงคิดถึง  เด็กน้อย  ๆ  ชายล้วน  ๆ  ของเด็ก  ม.4/3  ซึ่งจะต้องเรียนเกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพร  โดยมีอาจารย์ศักดาเป็นพ่อทัพใหญ่นำทีม  เพราะเด็ก  ๆ  จะต้องเรียนวิชานี้เป็นเวลา  1  เทอม  ก็คงจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้างล่ะ  สิ่งแรกที่เด็ก  ๆ  คงไม่ได้คาดคิดไว้ว่า....จะมีใครกล้ามาแหย๋มมาเหยียบถิ่นน้อง  ๆ ได้  ก็คงทำให้น้อง  ๆ  หลายคนประหลาดใจและตกใจเกือบตกเก้าอี้  และบ่นในใจว่า 

“ใครว่ะ  !  มาทำไม” 

พี่ติ๋วก็คงไม่ปล่อยให้น้อง  ๆ  สงสัยกันนาน  จัดการชี้แจงทันที่ว่า

“ พี่ติ๋วกับพี่อ้อทำงานอยู่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่  6  ขอนแก่น  จะมาให้ความรู้เรื่องสมุนไพร  และเราก็จะช่วยกันปลูกด้วย” 

 ทุกอย่างนิ่งสนิท  ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก  จากนั้นพี่ติ๋วก็สอนว่า  น้อง  ๆ  สมุนไพรคืออะไร  ก็เงียบอีกเช่นเคย  ในที่สุดตัวช่วยของเราก็บอกว่า 

“  อ้าว !  ตอบกันหน่อย” 

(เสียงของอาจารย์ศักดาที่นั่งฟังอยู่บอกให้เด็ก ๆ  ตอบ  จากนั้นเด็ก ๆ) 

 

จึงตอบกันแบบมีคลื่นรบกวน  ฟังไม่ค่อยชัด 

(ก็ป้าแก่แล้วหูก็ตึงเป็นธรรมดา  อย่าถือสาเลยหลาน  ๆ)

  สอนไปสักพักก็เริ่มมีการตอบสนองกันมากขึ้น  เท่าที่ฟังดูจริง ๆ  แล้วเด็กห้องนี้เก่งกันมากเลย  เขารู้จักสมุนไพร  และวิธีการนำไปใช้  (รู้มากกว่าป้าอ้อเสียอีก) 

 

และเท่าที่รับรู้ได้เด็กห้องนี้เป็นคนเก่ง  และน่ารัก  แต่ยังไม่ยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้นำเสนอ  เรียนในห้องเรียนได้สักพักเราก็จบทฤษฏี  พี่ติ๋วจึงถามน้อง  ๆ  ว่า 

“พวกเราจะไปปลูกกันเลยไหม  หรือจะปลูกกันวันหลัง” 

เด็ก ๆ  ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า  “ปลูกวันนี้ครับ” 

(ไม่แน่ใจว่าครูติ๋วสอนดีหรือว่าเด็ก ๆ  เบื่อห้องเรียนกันสุดฤทธิ์) 

พวกเราจึงเคลื่อนพลไปหน้าห้องที่เรียนนั่นแหล่ะ  เอาสมุนไพรมาปลูก  เป็นพวกไม้พุ่มและไม้ต้นเล็ก ๆ  ปลูกไปด้วยพี่ติ๋วก็บอกไปด้วยว่าต้นอะไร  เอาไว้ทำอะไร  อาจารย์ศักดาจึงเข้ามาบอกกับเด็ก  ๆ  ว่า 

“หนึ่งคนต้องปลูกหนึ่งต้น  รับผิดชอบ  ถ้าตายต้องหามาปลูกใหม่” 

เด็ก ๆ  ก็ช่วยกันขุด  กันปลูกและจำว่าตัวเองปลูกต้นอะไร  ใช้ทำอะไร  เพราะต้องเขียนป้ายชื่อมาติดด้วย  เด็ก  ๆ  ก็พากันถามกันใหญ่ 

 

อย่างน้อย  ๆ  เด็ก ๆ  ก็คงจะแยกได้ว่า  เสลดพังพอนตัวผู้กับตัวเมียต่างกันตรงไหน  (ถ้าใครตอบได้เข้ามาตอบน๊ะ    ป้าอ้อมีรางวัลให้สำหรับ  ม. 4/3) 

 

ยิ่งใกล้เที่ยงก็ยิ่งร้อน  ไม่เข้าใจเลยว่าโลกกับพระอาทิตย์จะรักกันอะไรจะปานนั้น   ทราบไหมว่า  “ความรักทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน” 

เมื่อปลูกหน้าอาคารเสร็จเราก็ย้ายไปที่ด้านหลังอาคาร  ติดกับอาคารศิลป์  เป็นพื้นที่ที่มีสมุนไพรอยู่บ้าง   

เราก็ไปช่วยกันปลูกอย่างสนุกสนาน  คึกคักเป็นพิเศษ  เพราะมีเสียงกีต้าร์ลอยลมมาให้ฟังเป็นระยะ ๆ   

ยุงก็เยอะอีกต่างหาก  แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นสายพันธุ์ไหน  แต่คงเป็นยุงที่ชอบกัดคนที่ผิวขาว  ๆ  เพราะมีน้องคนหนึ่งขาลายเป็นจุดเต็มไปหมดเลย  

อีกมุมของห้องเรียนใหญ่ที่ปลูกกันไป ได้ฟังเพลงกันไป เพลินดีค่ะ

 

 

แต่เราไม่มีปัญหาเพราะยุงไม่กัดคนผิวสีน้ำผึ้ง   รอดไป  แต่อยากจะบอกว่าเด็ก  ม. 4/3  สุดยอดมาก  หน้าตาดี  แถมยังมีน้ำใจ  รับผิดชอบและใส่ใจงานมาก  ขอบคุณที่มอบโอกาสดี  ๆ  ให้กับพี่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6