.."พ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกให้ได้ดีในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่เลี้ยงให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการ"..(คำสอนของท่านแม่ชีศันสนีย์ แห่งเสถียรธรรมสถาน)

 

 

 

 

 

 

.

ดิฉันเริ่มรู้สึกและเข้าใจความหมายที่ว่า..

"รักลูก..อย่างที่ลูกเป็น"

ตามคำสอนของท่านแม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต มากขึ้นๆ ตามลำดับ

หลังจากที่พากเพียรพาลูกไปที่เสถียรธรรมสถาน

อย่างต่อเนื่องมาหลายปี

ตั้งแต่เรื่องอาการเจ็บป่วยของลูก

แม้ลูกจะเป็นเด็กที่มีไอคิวดี ฉลาด

ยิ่งลูกโต สนใจศึกษาสิ่งต่างๆ มากขึ้น

ดิฉันยิ่งมองเห็น ความเป็นอิสระในความคิดของลูก

ความมีอัจฉริยภาพในบางด้านของเขา

หากแต่ก็มาพร้อมความขัดแย้ง ต่อต้าน ในทางอกุศลด้วยเช่นกัน

..

ดิฉันนึกถึงเสื้อยืดคอกลมสีขาวที่เสถียรธรรมสถาน

ที่ลูกบอกว่าชอบข้อความบนเสื้อ "ฉลาด..อย่าขาดปัญญา"

คำนี้ล่ะ..สาเหตุที่ดิฉันทุ่มเท ใกล้ชิดลูก

ไม่อยากให้ใครเลี้ยงกลัวสับสน

ไม่ใช่เรื่องหวงลูกจนเลยเถิด

ไม่ทำงานเมคมันนี่เอารวย เอาแค่พอเพียง

มีเวลารับ-ส่งลูก มีเวลาอยู่กับลูก

ไม่ต้องมีน้าหน้า เอาปองในเวบหรือข้างนอก

ในการที่ตอบโต้คนเห็นแก่เงินที่อยากมาเลี้ยง

เพราะถ้ามีความจำเป็น ที่ต้องหาคนช่วยเลี้ยง

ดิฉันก็ไม่เลือกคนพวกนี้ เลือกคนที่รับจ้าง

ไม่ใช่พวกอยากได้สิทธิ์ของเด็ก ไม่เอา

..

.

นี่ก็เป็น..สงครามภายนอก ของคนชั่วคนหลอกที่ต่อต้านแม่

อยากมาเลี้ยงลูกเพื่อเงิน ไม่ได้ช่วยอย่างปากว่า

เพราะคนละทางกับแม่แทบทุกอย่าง

เที่ยวแช่งให้แม่ตาย หวังจะมาเลี้ยงเพื่อเงิน

ทั้งที่ไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์ที่ดิฉันจะมอบลูกให้เลี้ยง

สร้างข่าวเล่าลือไปต่างๆนานา จะให้คนนั้นคนนี้เลี้ยง

ตั้มเลี้ยง ปองเลี้ยง สุนทรเลี้ยง จุ๋มจุกเลี้ยง

ทั้งที่เงินก็ไม่ได้มาก ดิฉันก็ต้องทำงาน

อ้างว่าดิฉันกล้าลองผู้ชาย จะทิ้งลูก

กะอีแค่พูดโทรศัพท์ ๓ ครั้ง ยังเป็นหนักขนาดนี้

อ้างว่าดิฉันตก ต้องได้คนพวกนี้เท่านั้น

โกหกบาปกรรมอย่างเหลือประมาณ

เพราะอยากเลี้ยงเด็กด้วยความโลภ ความโกง เห็นแก่เงิน

ทำคะแนน แจกคนนั้นคนนี้เลี้ยง ให้เข้าข้างเอาน้า

หรือลอกมาเป็นน้ากันทั้งประเทศ

กลายเป็นคนไทยขี้โกงเสียหายทั่วโลก

..

ดิฉันไม่อยากได้ลูกที่เป็นอัจฉริยะ..แต่โกง เห็นแก่ตัว นั่นเองค่ะ

และทราบดีว่า..มีคนที่อยากให้ลูกเป็นแบบนั้น..

เพื่อดิฉันจะได้ตัดและเลิกเลี้ยงลูก

หรือที่พูดๆกันว่า..ขอลาออกจากความเป็นพ่อแม่..

เพราะรับความขัดแย้งไม่ได้..หรือ..รับลูก..

อย่างที่ลูกเป็นไม่ได้นั่นเอง..

รวมทั้งการอายอย่างไม่มีเหตุผลของพ่อแม่

แทนที่จะบอกให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น ครู

ทราบอาการเจ็บป่วยของลูก เพื่อเข้าใจลูก

และช่วยพ่อแม่สังเกตลูกที่โรงเรียน

แต่บอกลูกให้เข้าใจว่า..เป็นเรื่องธรรมดา

ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ลูกหายได้

..

ดิฉันยอมรับว่า..ยากจริงๆค่ะ..

แต่ก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้เพื่อเข้าใจลูกให้ได้มากที่สุด..

การที่คนๆหนึ่งซึ่งยังมีอัตตาตัวตนสูง

และมีนิสัยตัดเมื่อไม่ตรงกับใคร

ทำให้เป็นช่องทางของคนที่เข้ามาหลอกลวง ครอบงำลูก

เพราะเห็นโอกาสว่าเราจะทิ้งเขา เมื่อทนไม่ไหวกับความดื้อรั้น

จะต้องหาทางเข้าใจยอมรับอัตตาตัวตนของอีกคนหนึ่ง

ซึ่งแตกต่าง

ซึ่งไม่มีทางไหน..ได้ผลและดีเท่า

"ธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า"

ดังเช่นคำสอนของท่านแม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต กล่าวไว้

ในหนังสือ "มีความสุขให้ลูกเห็น..เป็นคนดีให้ลูกดู"

คู่มือภาวนากับการเลี้ยงลูก สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่

..


"รักลูกด้วยปัญญา  ไม่ใช่ตัณหา"

"พ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกให้ได้ดีในแบบที่เขาเป็น

ไม่ใช่เลี้ยงให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการ"

"จำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อแม่จะต้องเข้าใจ

และยอมรับธรรมชาติของลูก

โดยไม่นำลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กอื่น

เพื่อจะได้ส่งเสริมสนับสนุนลูกให้เหมาะสม

กับความสนใจของเขาอย่างแท้จริง

ที่สำคัญ พ่อแม่ต้องรู้ทันนิสัยใจคอของตัวเอง

ที่จะมีผลต่อการสอนลูกด้วย

อคติเพราะชอบ ชัง หรือกลัว จนใจไม่เป็นกลาง"

..