มีเพลงไทยสากลที่ดัดแปลงทำนองเพลงธรณีกันแสงเป็นจำนวนมาก บางเพลงก็ดัดแปลงเฉพาะทำนองท่อนที่ ๒ แต่ที่ตั้งชื่อบ่งชี้ทำนองธรณีกันแสงมี ๓ เพลง คือเพลง “ธรณีกรรแสง” ขับร้องโดยรวงทอง ทองลั่นทม เพลง “ธรณีกรรแสง” ขับร้องโดยมัณฑนา โมรากุล และเพลง “ธรณีพิลาป” ขับร้องโดยรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ๒ เพลงแรกชื่อธรณีกันแสงแต่ที่จริงผู้ขับร้องเป็นผู้กันแสงเอง ส่วนเพลงธรณีพิลาปนั้นเนื้อร้องตรงความหมายของชื่อเพลงที่สุดคือ “ธรณีพิลาป (หรือกันแสง)”
 
เพลงธรณีกันแสง (ไทยเดิม)
 
เพลงธรณีกันแสง (ธรณีกันแสงแปลตามความหมายในพจนานุกรมว่า “แผ่นดินร้องไห้) หรือที่นิยมเขียนกันว่า “ธรณีกรรแสง” (ธรณีกรรแสงแปลตามความหมายในพจนานุกรมว่า “แผ่นดินส่งเสียงร้อง” ดังนั้น ถ้าเขียนว่า “ธรณีกันแสง” จึงเศร้ากว่า “ธรณีกรรแสง” เพราะ “ร้องไห้” เศร้าเสียใจกว่า “ส่งเสียงร้อง”) เป็นเพลงไทยที่ให้อารมณ์โศก เช่นเดียวกับเพลงพญาโศก เพลงรามัญรันทด (มอญร้องไห้) เพลงดาวทอง (โศกพม่า) เป็นต้น เพลงนี้มีชื่อหลายชื่อ เช่น กำสรดพสุธา (ตั้งชื่อให้คู่กับเพลงรามัญรันทด) พสุธากันแสง สุธากันแสง ธรณีร้องไห้ ล้วนแต่ชื่อเศร้า ๆ ทั้งนั้น
 
เพลงธรณีกันแสงชั้นเดียวเป็นเพลงเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง รวมอยู่ในประเภทเพลงเร็ว สันนิษฐานว่าดัดแปลงมาจากเพลงมอญ ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีการดัดแปลงเป็นเพลงธรณีกันแสงอัตราสองชั้นใช้ประกอบการแสดงละครบทโศก ส่วนอัตราสามชั้นนั้น ในสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์ พ.ศ. ๒๔๐๓-๒๔๖๗) เป็นผู้แต่งขยายขึ้นเป็นอัตรา ๓ ชั้น ทั้งทางร้องและทางดนตรี จนครบเป็นเพลงเถา ต่อมา พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๕๑๑) เป็นผู้ให้ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานไว้เป็นต้นฉบับโดยบันทึกเป็นโน้ตสากล
 
เพลงธรณีกันแสง ๒ ชั้น มี ๒ ท่อน ๑๓ จังหวะ โน้ตมีดังนี้
ท่อน ๑
  -ล-ช
-ฟ-ร
--ชฟ
รฟ-ช
----
-ฟ-ช
ลชดํล
   -ลลล
-ล-ช
      -ฟ-ร
--ชฟ
รฟ-ช
----
-ฟ-ช
ลชดํล
-ลลล
---ช
       -ล-ดํ
รํมํรํดํ
-ท-ล
----
  ---ล 
-ลลล
-ล-ล
ท่อน ๒
       -รํรํรํ
ดํมํรํดํ
   -ลลล
ชฟชล
  -รรร
ดมรด
-ลลล
ชฟชล
----
-ฟ-ช
-ล-ดํ
       -ล-ช
-ล-ช
ฟร-ฟ
---ช
ฟลชฟ
-ด-ฟ
-ช-ล
-รํดํล
-ช-ฟ
      ---ดํ
   ---ฟ
--ลช
ฟช-ล
----
---ล
-ลลล
-ล-ล
 
 
 
 
          
สำหรับเนื้อร้องเพลงธรณีกันแสงนั้นมาจากบทละครเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ตอนนางจินตะหราวาตีตัดพ้ออิเหนา คราวที่อิเหนาจะจากนางเพื่อยกทัพไปช่วยศึกดาหา
 
“โอ้ว่าอนิจจาความรัก                      เพิ่งประจักษ์ดังสายน้ำไหล
ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป               ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา
สตรีใดในพิภพจบแดน                    ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า
ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา                    จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์”
 
  • ฟังเพลงบรรเลง “ธรณีกันแสง” จากวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากร พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๕๑๑) เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน http://www.oknation.net/blog/print.php?id=264381
 
มีเพลงไทยสากลที่ดัดแปลงทำนองเพลงธรณีกันแสงเป็นจำนวนมาก บางเพลงก็ดัดแปลงเฉพาะทำนองท่อนที่ ๒ แต่ที่ตั้งชื่อบ่งชี้ทำนองธรณีกันแสงมี ๓ เพลง คือเพลง “ธรณีกรรแสง” ขับร้องโดยรวงทอง ทองลั่นทม เพลง “ธรณีกรรแสง” ขับร้องโดยมัณฑนา โมรากุล และเพลง “ธรณีพิลาป” ขับร้องโดยรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ๒ เพลงแรกชื่อธรณีกันแสงแต่ที่จริงผู้ขับร้องเป็นผู้กันแสงเอง ส่วนเพลงธรณีพิลาปนั้นเนื้อร้องตรงความหมายของชื่อเพลงที่สุดคือ “ธรณีพิลาป (หรือกันแสง)”
 
เพลงธรณีกรรแสง (เพลงไทยสากล เพลงที่ ๑)
 
เพลงธรณีกรรแสง คำร้องโดยเกษม ชื่นประดิษฐ์ ทำนองโดยสมาน กาญจนะผลิน ดัดแปลงทำนองเพลงธรณีกันแสง ๒ ชั้น ขับร้องต้นฉบับโดย รวงทอง ทองลั่นทม
 
เนื้อร้องเพลงธรณีกรรแสง (ค่ายสมาน)
 
“เสียงใครหนอพร่ำกำสรวล คร่ำครวญหวนตรมระงมไพร เคล้าเสียงหรีดหริ่งเรไร สะอื้นในสายลมยามราตรี ดังชอกช้ำระกำชีวี แม่พระธรณีหรือผีพราย
คงตรมใจให้หวนรำพัน ครวญจาบัลย์ผันพรากดวงใจ ใครอำพรางพรากรักนางไป จึงอาลัยร้องไห้ร่ำหา โธ่เอยแม่พระธรณี สงสารแม่นี้มีแต่หมองวิญญาณ์ โศกอาดูรสูญรักแรมรา ซบหน้า โศกากันแสงตรม
เหมือนลูกพลัดคู่อยู่เดียว เปล่าเปลี่ยวเหลียวไปใจระทม น้ำตารินหลั่งพร่างพรม โศกซมสัญจรรอนแรมไป เปลี่ยวอ้างว้างเหมือนกวางหลงไพร สุดร้าวรอนอ่อนใจให้โศกา
วอนเทวาป่าเขาเนาไพร พาดวงใจของลูกกลับมา รอนแรมกลางหว่างพฤกษ์พนา จนปัญญาหันหน้าพึ่งใคร แม่จ๋าแม่พระธรณี ลูกตรมเหลือข่มฤดี มีแต่ช้ำร่ำให้ โศกกำสรวลหวนหาอาลัย ร้องไห้ไร้คู่สิ้นชู้เชย”
 
 
เพลงธรณีกรรแสง (เพลงไทยสากล เพลงที่ ๒)
 
เพลงธรณีกรรแสง (ค่ายสุนทราภรณ์) คำร้องโดยแก้ว อัจฉริยะกุล ทำนองโดยเอื้อ สุนทรสนาน ดัดแปลงทำนองเพลงธรณีกันแสง ๒ ชั้น ขับร้องโดยมัณฑนา โมรากุล      
                                                                                                                    
เนื้อร้องเพลงธรณีกรรแสง (ค่ายสุนทราภรณ์)
 
พลัดพรากจากคู่อยู่คนเดียว เปล่าเปลี่ยวฤทัยรอน ยกกรวอนไหว้ฤทัยถอน อ้อนวอนพระธรณี โอ้อกหนาวร้าวรอนฤดี แม่พระธรณีจงเห็นใจ
จนใจเหลือตามจะถามแม่ดู ตัวลูกพลัดคู่เอ็นดูต่อไป แม่เอยแม่เห็นดวงใจของลูกผ่านไปทางไหนเล่า นิ่งอยู่ไยหัวใจเศร้า ไฉนเล่ามิกล่าววจี
พระธรณีนิ่งอั้นตื้นตันในฤทัย น้ำค้างพรมพร่ำฉ่ำไปทั่วในพระธรณี สุดถวิลเทวษทวี โอ้พระธรณีกรรแสงครวญ
ปางลูกทุกข์ฤดีธรณีเศร้าใจ ปางลูกร้องไห้ธรณีไห้หวน อกเอยโศกศัลย์รัญจวน ร้องไห้คร่ำครวญกำสรวลสวาท โอ้อาลัยหัวใจจะขาด แสนอนาถรักคลาดหายไป”
 
 
เพลงธรณีพิลาป
เพลงธรณีพิลาป พยงค์ มุกดา แต่ง
“ธรณีพิลาปคร่ำครวญ โลกเอ๋ยล้วนปรวนแปร ธรณีเหมือนแม่สุดรัก เหนื่อยหนักโถยังทนทาน ให้ชีวิตและดวงวิญญาณ ให้สมความต้องการของทุกคน
ธรณีให้ทุกทุกสิ่ง พึ่งพักพิงทุกแห่งทุกหน ธรณีให้ทุกทุกอย่าง ใครรู้ทางจะขุดจะค้น พืชพันธุ์อาหาร เลี้ยงตน แม้ลูกจะดิ้นรน ย่อมไม่พ้นมือได้ หากธรณีแม่นี้มีหัวใจ เลือดเนื้อเหงื่อไคล แม่ให้เราทุกคนธรณีพิลาปร่ำร้อง หม่นหมองระทมตรมทรวง ธรณีแม่ห่วงลูกรัก บาปหนักหรือจึงมัวมน เหยียบย่ำแม่ แผลเต็มตัวตน แม่ทุกข์ทนเท่าไรไม่สำคัญ
ธรณีแม่นี้กังวล ลูกทุกคนไม่ช่วยเหลือกัน ธรณีแม่นี้แสนเศร้า ลูกของเราเอาแต่ฆ่าฟัน แม่ให้ลูกสารพัน ลูกมาฆ่ากัน มันเกิดเพราะอะไร โอ้ธรณีแม่พิลาปร่ำไห้ เลือดลูกหลั่งไหล ช้ำใจแม่เหลือทน”
 
วิพล นาคพันธ์
๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๔