เคล็ดวิช่า การเรียนการสอน

จอมยุทธ์

วันนี้เล่านิทานเรื่องจอมยุทธ์ให้นิสิตฟังพร้อมทั้งตั้งคำถามให้นิสิตหาคำตอบร่วมกัน  ซึ่งนิทานเรื่องนี้ดิฉันได้รับฟังมาจากอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง  มีสาระน่าคิดหลายประการ  จึงอยากแบ่งปันดังนี้คะ

           ...........นานมาแล้วในยุทธภพมีจอมยุทธ์หนุ่มชื่อชอลิ้วเฮียง 
ผู้ซึ่งมีความใฝ่ฝันอยากเป็นสุดยอดจอมยุทธ์ในยุทธภพ เขาเดินทางไปทั่วหล้าเพื่อแสวงหาความรู้และเคล็ดวิชา  เขาทราบว่า มีปรมาจารย์ท่านหนึ่งที่เขาบู้ตึ๊ง 
มีสุดยอดวิชา หากเขามีโอกาสได้เรียนรู้เขาจะเป็นผู้มีวิชายุทธ์ยากจะหาใครเทียบเทียม   เขาจึงเดินทางบุกบั่นไปจนถึงยอดเขาบู้ตึ้งเพื่อขอกราบปรมาจารย์และฝากตัวเป็นศิษย์ ซึ่งเขาก็โชคดียิ่งที่ปรมาจารย์เมตตารับเขาเป็นศิษย์สำนักบู้ตึ๊ง  
และบอกให้เขาผักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเรียนวิชายุทธ์ในวันต่อไป

            ชอลิ้วเฮียงดีใจมากเขารีบพักผ่อนและตื่นนอนแต่เช้าตรู่ไปหาปรมาจารย์เพื่อเรียนวิชายุทธ์ในวันแรก   บทเรียนที่เขาได้เรียนในวันนี้คือ  ปรมาจารย์เตรียมข้าวเปลือกหนึ่งถัง  ถังเปล่าหนึ่งใบและตะเกียบหนึ่งคู่   พร้อมกับคำสั่งที่ว่า 
ให้เข้าใช้ตะเกียบคีบข้าวเปลือกที่ละเม็ดจากถึงใบหนึ่งสู่ถึงอีกใบหนึ่งในเสร็จภายในเวลาหนึ่งวัน   เขารีบทำงานตามคำสั่ง  เมื่อเสร็จก็ไปแจ้งอาจารย์ได้รับคำชมว่า  ดีมากและให้ไปพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเรียนใหม่

            วันต่อมาชอลี้วเฮียงก็รีบมาพบเพื่อขอเรียนกับอาจารย์แต่เช้าตรู่   วันนี้สิ่งที่เขาได้เรียนจากปรมาจารย์คือ   ข้าวเปลือกหนึ่งถัง   - ถังบรรจุน้ำหนึ่งใบ  -  ถังเปล่าหนึ่งใบและตะเกียบหนึ่งคู่พร้อมทั้งคำสั่งว่าให้ใช้ตะเกียบคีบข้างเปลือกทีละเม็ด จุ่มน้ำและนำใส่ถังอีกใบหนึ่งให้เสร็จในเวลาหนึ่งวัน   ชอลิ้วเฮียงคำตามคำสั่งที่ปรมาจารย์บอกด้วยความตั้งใจเมื่อทำงานเสร็จก็ไปแจ้งต่อปรมาจารย์ว่า  งานที่มอบหมายเสร็จแล้ว   ปรมาจารย์ชมว่า ดีมากและให้ไปผักผ่อน

            วันต่อมาชอลิ้วเฮียงก็รีบไปพบปรมาจารย์เพื่อขอเรียนวิชา  ด้วยคิดว่า 
เมื่อสองวันที่ผ่านมา ตนเองยังไม่ได้เรียนอะไรเลยเพียงทำงานคีบข้างเปลือกตามคำสั่งของปรมาจารย์  ดังนั้นจึงหวังว่า  วันนี้ปรมาจารย์จะสอนเคล็ดวิชาให้  

           แต่เมื่อไปถึงเขาก็เริ่มรู้สึกผิดหวังเพราะปรมาจารย์เตรียมถังบรรจุข้าวสารหนึ่งใบ–ถังเปล่าหนึ่งใบและตะเกียบหนึ่งคู่พร้อมคำสั่งที่ว่าคีบข้าวสารทีละเม็ดจากถึงใบหนึ่งสู่ถังอีกใบหนึ่งให้เสร็จในเวลาหนึ่งวัน   เขาเริ่มทำงานด้วยความคับข้องใจ  ด้วยรู้สึกว่า ปรมาจารย์ไม่ได้สอนอะไรเขาเลยแต่ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานจนเสร็จ เมื่อเสร็จก็ไปรายงานให้ปรมาจารย์ทราบก็ได้รับคำชม  และบอกให้กลับไปผักผ่อน

            คืนนี้  ชอลิ้วเฮียงเริ่มคิดว่า  ปรมาจารย์ไม่สอนวิชายุทธ์ให้เขาเลย
และคิดว่าหากยังคงเป็นเช่นนี้  เขาควรเดินทางไปแสวงหาความรู้จากสำนักอื่น  
และเมื่อฟ้าสว่างเขาก็รีบเดินทางไปหาปรมาจารย์   วันนี้สิ่งที่เขาพบคือ  ถังบรรจุข้าวสารหนึ่งใบ –ถังบรรจุน้ำหนึ่งใบ –ถังเปล่าหนึ่งใบและตะเกียบหนึ่งคู่ 
พร้อมทำคำสั่งเหมือนเดิมว่า ให้คีบข้าวสารทีละเม็ดจุ่มน้ำและนำใสในถังเปล่าอีกหนึ่งใบให้เสร็จภายในเวลาหนึ่งวันเขาลงมือปฏิบัติตามคำสั่งด้วยความรู้สึกผิดหวังและเมื่อทำงานเสร็จเขาก็ตัดสินใจ เก็บข้าวของเดินทางออกจากสำนักโดยได้กราบลาปรมาจารย์

            เมื่อชอลิ้วเฮียงเดินทางออกจากสำนักบู้ตึ๊ง ศิษย์ในสำนึกที่พบเห็นรีบนำความไปรายงานปรมาจารย์ว่า ตอนนี้ศิษย์พี่ชอลิ้วเฮียงเดินทางไปจากสำนักแล้ว  
ปรมาจารย์เมื่อทราบจึงประกาศประชุมศิษย์บู้ตึ๊ง  และแจ้งต่อที่ประชุมว่า  บัดนี้ศิษย์พี่ชอลิ้วเฮียงของเจ้า ได้หนีออกไปจากสำนักพร้อมเคล็ดลับสุดยอดวิชา  
ฉะนั้นจึงให้พวกเจ้าทั้งหลายออกติดตามซอลิ้วเฮียงมาให้ได้ และด้วยการที่ชอลิ้วเฮียงเก่งมาก  พวกเจ้าต้องให้อาวุธเพียงชนิดเดียวในการจับคือ ธนู  และต้องจับชอลิ้วเฮียงเวลาทานอาหาร  โดยทันทีที่ชอลิ้วเฮียงหยิบตะเกียบเพื่อคีบอาหารให้ระดมยิงธนูทันที

        บรรดาศิษย์บู้ลิ๊มทั้งหลาย  ต่างสะกดรอยตามชอลิ้วเฮียง  จนกระทั่งได้เวลาอาหารทันทีที่ชอลิ้วเฮียงหยิบตะเกียบออกมา ก็รีบให้สัญญาณระดมยิงธนูใส่ชอลิ้วเฮียงทันที  ปรากฏว่าเขาสามารถใช้ตะเกียบคีบลูกธนูที่ยิงเข้ามาหมดทุกลูก  
ศิษย์บู้ลิ๊มพากันตกใจและรีบนำความไปบอกปรมาจารย์ว่า  ศิษย์ชอลิ้วเฮียงมีสุดยอดวิชายุทธ์  เขาสามารถใช้ตะเกียบรับลูกธนูทุกลูกได้   ปรมาจารย์ได้ยินดังนั้น  ก็ยิ้มแล้วพูดว่า  สำเร็จแล้ว......     

          จากนิทานที่เล่า  ....ย้อมถามตนเองในฐานะผู้สอนว่า  ที่ผ่านมาเราสอนหนังสืออย่างไรเราทำให้ผู้เรียนทราบและเข้าใจความหมายของสิ่งที่เราสอนหรือไม่   และในฐานะผู้เรียนเราเคยเป็นหรือรู้สึกเหมือนชอลิ้วเฮียงบ้างไหมที่คิดว่า  ตนเองไม่ได้เรียนหรือรู้อะไร  ด้วยความคาดหวังว่าครูควรจะบอกความรู้เราตรง ๆ
...และทุกวันนี้เรามีเคล็ดวิชาอะไรบ้างจากการเรียน...