เราควรที่จะภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทย ที่บรรพบุรุษผู้กล้าของเราได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องไว้ให้เราอันยากจะหาชาติใดเทียบทานได้ หากเราซาบซึ้งและภาคภูมิใจแล้วเรามาร่วมใจกันรู้รักสามัคคี เลิกทะเลาะกัน และใช้ชีวิตอย่าง “พอเพียง” ตามพระราชดำรัสของในหลวงที่ให้ไว้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้ทั้งสองพระองค์ได้ทรงชื่นพระราชหฤทัย และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน
ผมเขียนบทความนี้เพียงเพื่อทดลองเขียน และส่งให้เพื่อนหลายคนอ่าน
ซึ่งส่วนใหญ่ก็ชมว่าผมเขียนพอใช้ได้...
ซึ่งเบื้อหลังของการเขียนบทความนี้
ผมยังไม่เคยบอกใครว่าผมมีแรงบันดาลใจจากการดู และอ่านสื่อต่าง ๆ
ซึ่งบรรยายถึงพระราชกรณียกิจของ ในหลวง....
ประกอบกับการได้ดูได้เห็นความขัดแย้งในสังคมไทย ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
แบ่งสี แบ่งเสื้อ
ซึ่งที่ผ่านมาผมมิได้นำบทความไปไปเผยแพร่แต่อย่างใด จนมาค้นพบ
"GotoKnow" ผมจึงอยากเอามาแลกเปลี่ยน เพื่อลุง ป้า น้า อา พี่ๆ น้องๆ
ได้อ่านกัน (แม้มันจะเขียนไว้นานแล้วก็ตาม)
ภายใต้โลกกลม
ๆ ที่เราอาศัยอยู่นี้มีหลายสิ่งอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น
และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ซึ่งบางอย่างเป็นไปอย่างน่ามหัศจรรย์ยิ่ง
เช่น มีมืด - มีสว่าง มีดำ - มีขาว มีหนาว - มีร้อน มีแข็ง - มีอ่อน
มีดี - มีชั่วฯลฯ แต่อีกหลายอย่างที่ธรรมชาติมิได้สร้างขึ้น
หากแต่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมาซึ่งบางอย่างจับต้องได้
บางอย่างจับต้องไม่ได้ บางอย่างสร้างได้ดี
บางอย่างสร้างได้ไม่ดี
เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้คงมีหลายคนเกิดคำถาม
และสงสัยว่า แล้วที่มนุษย์สร้างสิ่งที่จับต้องได้
คืออะไร? และอะไรคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วจับต้องไม่ได้ ?
คำตอบง่าย ๆ ก็คือ อารมณ์ความรู้สึกที่บ่งบอกความสุข - ทุกข์
คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและไม่สามารถจับต้องได้ (เพราะอารมณ์โกรธ
ดีใจ เสียใจ ล้วงเกิดจากตัวทำ)
ส่วนสิ่งที่จับต้องได้คงไม่ต้องอธิบาย
เพราะเชื่อว่ารู้กันดีอยู่แล้ว
แต่ก็มีคำถามต่อไปอีกว่าแล้วทำไมบางคนจึงดูมีหน้าตาอิ่มเอิบเต็มไปด้วยความสุข
ทั้งที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น
ในทางกลับกันทำไมบางคนดูมีทุกข์หนักหนา
ทั้งที่ขับรถยี่ห้อหรูหราสั่งตรงจากยุโรป และใช้ชีวิตวัน ๆ
อยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความไม่มีสมดุลในใจของมนุษย์
สมดุลที่หมายถึงความพอดี ที่แม้จะสะกดง่าย ๆ สั้น ๆ
แต่ก็ยากนักที่มนุษย์จะรับรู้ เพราะมนุษย์อยู่ได้ด้วยความหวัง
อยู่ได้ด้วยความทะเยอทะยาน ชอบความเหนือกว่า ชอบการแข่งขัน ชอบการชนะ
จนบางครั้งมนุษย์ต้องการชนะแม้กระทั่งธรรมชาติ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่นนี้มนุษย์จึงหาความสุข
และความพอดีในใจได้ยาก
หลายปีที่ผ่านมาคนไทย และคนทั่วโลก
เริ่มได้ยินได้ฟังและเรียนรู้ถึงความพอดี และความสุข
ภายใต้คำกล่าวสั้น ๆ ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นพระราชดำหริ
และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย จนเป็นที่มาของ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง
มีการเผยแพร่ออกมาเป็นสื่อในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ทั้งหนังสือ สารคดี
หน้าหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์
ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลไทยที่น้อมนำปรัชญานี้มากำหนดเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 8 และ ต่อเนื่องมาจน แผน
9 และ แผน 10 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตอย่างมั่นคง
สามารถพึ่งพาตัวเอง และเกิดความทัดเทียมกับนานาประเทศ
ภายใต้ภาวะวิกฤตโลกซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน
ทุกวันนี้ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง
นอกจากเป็นที่รู้จักและยินดีของปวงชนชาวไทยแล้ว
ยังเป็นที่ประจักษ์ของชาวต่างชาติต่างภาษาที่ให้ความสนใจเรียนรู้
และชื่นชมในพระปรีชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตลอดจนนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นจำนวนมาก
เพราะคนเหล่านั้นเห็นความจริงว่า ภายใต้ภาวะวิกฤตโลกในขณะนี้
การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และเป็นอยู่อย่างพอเพียง
คือวิธีการปฏิบัติตัวที่ดีที่สุด
เพราะความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัส
มิได้หมายความเพียงคำว่า “พอเพียง”
เท่านั้นหากแต่มีความหมายลึกซึ้งไปถึงการใช้ชีวิตตามแนวทางสายกลาง (
มัชฌิมาปฏิปทา ) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือ
ให้มีความพอประมาณ คือ
รู้จักความพอดีในฐานะหรือรายได้ขอตนเองไม่ใช้จ่ายเกินฐานะ
ให้มีเหตุมีผล คือ
ให้รู้จักใช้เหตุผลในการตัดสินใจใด ๆ
และให้สร้างระบบภูมิคุ้มกันตน จากผลกระทบใด
ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอก และภายใน
นอกจากนั้นพระองค์ยังทรง จำแนกเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า
หากเรามีที่ทำกิน อยู่ 10 ไร่
เราควรแบ่งที่ดินออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่หนึ่ง 30
เปอร์เซ็นต์ ( ประมาณ 3 ไร่ ) สำหรับขุดสระน้ำไว้เลี้ยงปลา
และใช้ในพื้นที่ ส่วนที่สอง 30 เปอร์เซ็นต์ (
ประมาณ 3 ไร่ ) สำหรับทำนาข้าวใช้บริโภคในครัวเรือน
ส่วนที่สาม 30
เปอร์เซ็นต์ ( ประมาณ 3 ไร่ ) ปลูกไม้ผล และไม้ใช้สอย
เพื่อเป็นสินทรัพย์ไว้เป็นบำนาญชีวิต ส่วนที่สี่ l0 เปอร์เซ็นต์ (
ประมาณ 1 ไร่ ) ใช้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย พืชผักสมุนไพร
ผักสวนครัว โรงเรือน เลี้ยงเป็ดไก่ ไว้บริโภค และจำหน่ายเมื่อเหลือ
ซึ่งหากเราทุกคนกระทำได้ดังนี้
เราจะพบกับผลของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือ
การพอมีพอกิน จากพืชผัก
และสัตว์เลี้ยงในที่ดินเรา การพอมีพอใช้
จากรายจ่ายที่ลดลงเนื่องจากเรามีวัตถุดิบบางอย่างเป็นของเรา
และ การพออกพอใจ กับการรู้จักประมาณตน
ไม่อยากได้ใคร่ดี หลงยึดติดกับวัตถุเหมือนเช่นคนอื่น
ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราลดตัณหา คือ ความอยาก
และก่อให้เกิดปัญญาในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ถึงเวลาแล้วหรือ
ที่เราชาวไทยจะตระหนัก และภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย
ภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถ และพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระผู้เป็นต้นคิด และต้นแบบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง
พระผู้ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ยิ่งสิ่งใด
และเราควรภาคภูมิใจในความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในผืนแผ่นดินไทย
ที่บรรพชนของเราสู้อุตส่าห์รักษาไว้ให้
ยิ่งไปกว่านั้นเราควรที่จะภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทย
ที่บรรพบุรุษผู้กล้าของเราได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องไว้ให้เราอันยากจะหาชาติใดเทียบทานได้
หากเราซาบซึ้งและภาคภูมิใจแล้วเรามาร่วมใจกันรู้รักสามัคคี
เลิกทะเลาะกัน และใช้ชีวิตอย่าง “พอเพียง”
ตามพระราชดำรัสของในหลวงที่ให้ไว้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
ให้ทั้งสองพระองค์ได้ทรงชื่นพระราชหฤทัย และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน
เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา
“5 ธันวามหาราช”
ที่จะเวียนมาถึงนี้ ให้พวกเราได้ “พอเพียง พออยู่
พอกิน” ใต้ร่มพระบารมี อย่างแท้จริง
******************************
04/12/52
สวัสดีครับ คุณ Usablelabs, และ อ.นุ. ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมชม และให้กำลังใจ
เห็นควรบันทึกเพิ่มเติมนะครับ
ให้ชาวไร่ชาวนาได้อ่านกันมากขึ้น
อาจารย์ยักษ์ทำมานานจนมีเครือข่าย
มีสมาชิกหลายแสนคนแล้ว ครับ
ขอบคุณ อาจารย์ โสภณ เปียสนิท ที่ชี้แนะครับ
แท้จริงแล้ว ผมเป็นคนชอบเขียนมาแต่ไหนแต่ไร หากแต่ไม่มีประสบการณ์ตรงครับ โดยเฉพาะทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ชอบ และศึกษามาพอสมควร ได้เีพียงแต่หวังครับว่าสักวันหากพอมีเงินเก็บซื้อที่ทางได้สัก 10 ไร่ จะหันหลังให้อาชีพปัจจุบัน แล้วลงมือทำอย่างจริงจังครับ แต่วันนี้ฝันยังไม่เป็นจริง เลยต้องอยู่กับปัจจุบันไปก่อนครับ....
สวัสดีครับ คุณUsablelabs
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ และมอบดอกไม้..
เรารักำในหลวงที่สุด