วันนี้ย่างเข้าวันที่สองของกระบวนการบ่มเพาะผ่านการเรียนรู้สู่การปฏิบัติของเครือข่าย R2R - Note Taker ... บรรยากาศวันแรกแม้จะเลิกหกโมงเย็นที่เกินครึ่งไป แต่ทุกท่านที่เข้าร่วมก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะอ่อนแรง หรือเหนื่อยล้า ใบหน้ายังเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม..
ยิ่งเวลาผ่านไปย่ำค่ำเท่าไร เสียงหัวเราะและการกระเซ้าเย้าแหย่ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
พลังแห่งความเบิกบานนี่แหละทำให้เราไม่เกิดความล้าหรือกังวลใจ
ระหว่างนั้นข้าพเจ้านั่นทำงานไปด้วยพร้อมสัมผัสการเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย รู้สึกประทับใจ ข้าพเจ้าหันไปคุยกับพี่ติ๊กหรือคุณสุฤดี ผู้ประสานงานในโครงการพัฒนางานประจำด้วยวิจัย ว่า...
หากว่า "เสร็จสิ้นจากการเรียนรู้สองวันนี้ไป และทุกท่านได้ร่วมงาน R2R Forum แล้วน่าจะมีเวทีให้ Note Taker ได้มาเจอกันและ share กันว่าเขาได้มองเห็นภาพอะไรบ้าง จากนั้นนำสิ่งที่แต่ละคนได้ถอดบทเรียนออกมามาต่อเป็นจิ๊กซอว์ ก็คงจะทำให้เราได้เห็นภาพผืนใหญ่แห่งปรากฏการณ์ R2R"
นอกจากนี้...เมื่อกลับคืนสู่พื้นที่
Note Taker จะมีหน้าที่ในการคอยจับภาพกระบวนการเรียนรู้ R2R ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในเครือข่ายของตนเอง
เพราะ R2R ไม่ใช่การมาสร้างงานวิจัย หากแต่ R2R คือ กระบวนการเรียนรู้ของคนหน้างานต่อการพัฒนางานประจำของตนเอง ด้วยกระบวนการคิดอันเป็นระบบอันเป็นปัญญา ผนวกกับการมีสภาวะจิตใจอันงดงามอันเสียสละในหน้าที่การงานของตนเอง...
Note Taker จะไม่ได้เป็นเพียงผู้จดบันทึกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่จะเป็นผู้คอยสะท้อนภาพแห่งปรากฏการณ์ที่ตนเองพบเจอ นำเสนอเผยแพร่...สู่การแบ่งปันต่อไปในวงกว้างออกไป
ในทุกๆ วินาทีมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย หากว่าเราได้ฝึกฝนทักษะที่พึงมีไม่ว่าจะเป็นการมองดู การฟังเสียงที่ได้ยิน และสัมผัสสิ่งต่างๆ และเรื่องราวแล้วผ่องถ่ายออกมา เราจะพบว่า...ในปรากฏการณ์นั้นมีคุณค่ามากต่อการเรียนรู้ในห้วงแห่งชีวิตการเกิดมาของเรา และที่สำคัญนี่คือ การทิ้งร่องรอยเพื่อให้ผู้คนได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยเมื่อเวลาผ่านไป...
หรืออาจกล่าวได้ว่า Note Taker คือ ผู้ผ่องถ่ายประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ...เพื่อเป็นอดีตของอนาคตในวันข้างหน้า...นั่นเอง

พี่กุ้ง - R2R Facilitator จาก รพ.ปทุมธานีก็มา

พี่แป๋วจากศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลและคุณปุย สสจ.แพร่...

เบิกบานและสดใส...ไม่มีท่าทีที่อ่อนล้า

ช่วยกันคิด ช่วยกันฟัง อ่านเรื่องราว...และฟังกันพูด

เรียนรู้ด้วยใจเบาเบา...
ในตอนท้ายสุด อ.หญิง - นภินทร ได้นำพาผู้คนร่วมกันใคร่ครวญและถอดหัวใจออกมาสื่อสารต่อกันและกันอันเป็นการสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันในวันนี้...หลายๆ คนประทับใจต่อรู้แบบการเรียนรู้ และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้ได้เทคนิค ทักษะ และกระบวนการที่จะนำไปใช้เชื่อมโยงต่อในชีวิตและการงานของตนเอง
นี่คือ...การสกัด (capture) ...ถ้อยความรู้สึกของผู้เข้าร่วมบ่มเพาะครั้งนี้...
รู้สึกดีใจ ประทับใจ ในรูปแบบและกระบวนการ จะนำไปปรับใช้
เรียนรู้จากการปฏิบัติ ... การจับประเด็นขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ซึ่งได้ฝึกทั้งสองอย่าง
กติกา ... ไม่มีตัวบอก ซึ่งแทรกด้วยความรู้สึก ...อาจต้องเพิ่มการชัดเจน
เรียนรู้เรื่องการสื่อสารในเรื่องการเขียนเพื่อให้เพื่อนได้เข้าใจ ซึ่งแต่ละคนก็เขียนแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ obj
ดีใจได้เจอเพื่อนใหม่ เจอวิธีการเรียนที่แปลกใหม่ทำให้เรียนรู้ได้ดี และจะนำไปปรับปรุงใช้ในตัวเอง
ได้ความรู้มากกลับไปจะไปเป็นคุณลิขิต
ได้ฟื้นฟูฟัง พูด อ่าน เขียน
ได้ลองทำ ได้ประสบการณ์ ได้แง่คิด
อยู่กับปัจจุบัน รู้จักที่จะฟัง รู้บทบาท เปิดใจ
มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน ได้เห็นมุมมองของที่แตกต่าง เราอยู่คนเดียวได้มุมเล็กๆ เมื่อได้มาเรียนรู้ได้เปิดกว้าง
ได้ความรู้ ได้เต็มที่คือ ต้องมีสมาธิ เป็นเรื่องสำคัญ
เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน ได้เทคนิคที่แหลมคม ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝน
เมื่อคุ้นเคย ทำให้ได้ใช้พลัง เกิดเป็นผลงานชิ้นเอกออกมา
ประทับใจทุกคน เป็นอย่างที่คิด ทุกคนมีแนวคิดเชิงบวก เกิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ได้เกณฑ์การประเมินจากที่ได้เรียนรู้
ได้ฝึกเรื่องเขียน ภาษาที่ใช้ นำไปปรับในการทำงานต่อไป
ได้เห็นสัจจะธรรมของมนุษย์ในการแก่งแย่งดวงดาว ของการไขว้คว้าให้ได้ดาว ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเด็กๆ ที่เรียนหนังสือและอยากได้ดาวจากคุณครู ทำให้เกิดแรงใจอยากเติมดาวให้ตนเอง จุดประกายให้คนทำงานปฐมภูมิได้มาไขว้คว้าดาวได้เห็นว่าคุณลิขิตหน้าตาเป็นอย่างไร ได้เติมเต็มหน้าค่าตาของคุณลิขิตว่าเป็นอย่างไร
น่าจะได้มาตั้งนาน
ตาดู หูฟัง มือเขียน สมองคิด ได้เพื่อน
แค่วันแรกสิ่งที่ได้เกินความคาดหวัง เป็นการได้โดยไม่รู้ตัว ได้ประเด็นการเปิดใจเป็นด่านแรกที่จะก้าวเข้าไปสู่คุณลิขิต ไปสู่สุจิปุลิ การใช้มายแมปปิ้ง
เป็นการเรียนรู้ที่สนุกมาก ได้หัวเราะ
ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้เทคนิคการจดบันทึก มีสติก่อนจด ในการคิดฟังและจด
เป็นเรื่องราวใหม่เพิ่งได้ยิน น่าสนใจขอบคุณที่ได้รับโอกาส เลือกที่จะอยู่เรียนรู้
ได้ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในหัว ทีแรกภาพคิดว่าต้องหนักไม่ relax แต่พอเข้ามา relax สบายใจไม่กดดัน ฟังด้วยหัวใจมากขึ้นที่ผ่านมาฟังแต่ด้วยเหตุและผล เราได้ฝึกฟังด้วยหัวใจมากขึ้น และเขียนอย่างไรที่สื่อให้คนเข้าใจมากขึ้น
ทีแรกเราคิดว่าเราเก่ง แต่พอมาฟังเราต้องแยกแยะบทบาท วันนี้ได้เรียนรู้การเก็บรายละเอียด ฟัง สื่อให้คนอื่นได้ทราบ
ความแตกต่างของคน การฟังศักยภาพแตกต่าง ได้เรียนรู้กันเอง
ทำให้เรามีหลักเกณฑ์มากขึ้น ชื่นชมการเขียนของแต่ละกลุ่ม
มาแบบไม่เต็มแก้ว ประสบการณ์ที่มีมาไม่ได้ช่วย สิ่งที่ได้รับวันนี้ได้รับการเติมเต็ม เปิดใจรับฟังผู้อื่นวิพากษ์ การเรียนรู้มีความสุขเพิ่มมากขึ้น
รูปแบบดูผ่อนคลายมีความสุข มีรอยยิ้ม ความสุขเกิดขึ้นกับทุกท่าน เพิ่งรู้จักกันแต่สามารถรักกันมีความสุขร่วมกันได้ ปรับใช้ที่ทำงาน ได้ความสุขได้รู้ว่าตนเองเป็นอย่างไร ได้ย้อนมองตนเองว่าตนเองอยู่ตรงจุดไหน เราได้เรียนรู้เพื่อฝึกฝน สมาธิ เพื่อเกิดปัญญา
ได้ประโยชน์เพื่อได้ไปอ่านงานของคนอื่นที่ส่งมาให้เราอ่าน
...
๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔
คิดถึงมากนะคะ
วุ่นวายจนเบื่อ
ความวุ่นวาย...คือบทสะท้อนใจเราค่ะพี่ตุ๊กว่า...ในเรานั้นเป็นอย่างไร
หากว่าเบื่อ...ก็เลิกเบื่อซะ อาการเบื่อนั้นก็จะหาย
เรารู้มันก็ดับ...
สวัสดีค่ะ
สบายดีนะคะ เห็นภาพบรรยากาศแล้ว ต้องบอกว่าสุขจัง อยากมีบรรยากาศเรียนรู้อย่างนี้บ้าง
Note taker สำคัญมากๆ จะนำไปใช้นะคะ
เรียนปรึกษาค่ะ ว่าทำอย่างไรจะถ่ายทอดงานของตนเองที่ทำอยู่(โครงการ) ให้เกิดความน่าสนใจ ตรงประเด็น คือจะนำเสนองงานที่เป็น การพัฒนาแนวปฏิบัติเรื่อง การป้องกันการรั่วของยาเคมีบำบัดออกนอกหลอดเลือดในผู้ป่วยเด็กมะเร็ง ภายในเวลา 15 นาที
ขอบคุณมากค่ะ
นำเสนอด้วยภาพ พูดถึงแรงบันดาลใจที่เราอยากทำ ...ทำแล้วได้อะไร เราได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เราทำ ...ให้เน้นการพูดจากสิ่งที่เราทำ อย่าพูดภาษาวิชาการ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราพูดออกมาจากใจสิ่งที่เราทำนั้นจะมีคุณค่ามาก เพราะนั่นน่ะออกจากมาจิตวิญญาณของผู้พูดและผู้ทำค่ะ...
ให้กำลังใจนะคะพี่แดง...
สวัสดีค่ะ
เป็นคำแนะนำที่มีคุณค่ามากมาย พี่แดงจะนำไปใช้นะคะ
กะปุ๋มเชื่อว่าคนทำงานที่พัฒนาคิดทำโครงการต่างๆนั้นต่างล้วนมีแรงบันดาลใจหากว่าเราได้พูดออกมาจากใจ ใช้ใจในการพูดมันจะมีพลัง หายใจเข้าให้สบายหายใจออกสบาย จะทำให้เรานำเสนอออกมาในรูปแบบของเรื่องเล่าเร้าพลังค่ะ การนำเสนอวิชาการก็จะเป็นการนำเสนอที่สนุกค่ะ
ขอการันตีอาจารย์กระปุ๋มคะว่า บรรยากาศการอบรม note taker ในครั้งนี้สนุก และได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาคือผู้คนที่มารวมตัวกันในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น "ชะตาฟ้าลิขิต" อย่างที่พี่พรพูด หรือที่พี่แป๋วบอกว่า "จับสลากมา" ก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือทุกคนพร้อมเรียนรู้ ทุกคนมาด้วยความเต็มใจ ทุกคนมาด้วยใจที่เปิดรับ และทุกคนจึงได้ทุกอย่างที่อาจารย์และเพื่อนๆร่วมแลกเปลี่ยนกลับไป.....สนุก..สนุก...และสุขเต็มเปี่ยมกับกระบวนการเรียนรู้คะ....ขอบคุณเพื่อนๆร่วมชะตามกรรมทุกท่านมากๆคะ
ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของการเป็นคุณลิขิต "note taker" กะเค้าเหมือนกัน..แต่น่าน้อยใจไม่มีรูปของมังค์กี้ร์ปรากฏเลย..(น้อยใจเล็กน้อยถึงปานกลาง)..ขอบคุณทางเครือข่ายR2Rภาคใต้ที่ส่งมาเป็นตัวแทน มาชิงมาแชร์ความรู้กับพี่ๆป้าๆที่น่ารักจากทุกเครือข่ายทั่วประเทศ ขอบคุณทาง สวรส.ส่วนกลางที่หยิบยื่นโอกาสให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยที่ทำงานในระบบสุขภาพปฐมภูมิได้มาวิ่งแล่นส่งเสียงหัวเราะ..ให้กับพี่ได้หัวเราะกัน รวมทั้งตัวเองด้วย เป็นเพราะว่าอยู่ได้พื้นที่กดดันมั้ง..พอออกมาเห็นโลกกว้าง ที่แท้เราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ผมมาไกลเวลาทำกิจกรรมกลุ่มเลยขอคุยร่ายยาวกว่าจะเข้าบท..ไม่รู้ว่าทางผู้เข้าร่วมประชุมจะเบื่อหน่ายหรือสร้างสีสันน่ะ...
แต่อย่างไรก็ตาม การมาครั้งนี้แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังแม้แต่นิดเดียวเลย กลับกันได้เรียนรู้ ของการเป็นคุณลิขิต ไม่ใช่คุณลิขิต เอกมงคล อย่างที่ผมเข้าใจตอนแรก ได้ฝึกเทคนิค ทักษะ การจับประเด็นที่สำคัญ ได้รู้บทบาทของการเป็น note taker ที่ดี และที่สำคัญได้มิตรภาพมิตรไมตรีจากเครือข่าย R2R ทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่า การบ่มเพ่าะ การมาทำกิจกรรมเพียงไม่กี่วัน ได้คุณค่ามากกว่าการประชุมหรืออบรมทั่วไป...พี่ๆป้าๆน้องๆทุกคนน่ารักมากครับ ทุกคนช่วยเหลือกัน ขอบคุณฟ้าลิขิตที่ส่งพวกเรามาเป็นคุณลิขิตครับ...
เอาล่ะ...จริงๆแล้วไม่อยากบอก ไม่อยากเล่าตอนท้ายสักเท่าไร เดียวหาว่าโดดประชุม ผมต้องขออภัยทางผู้จัดจริงๆ(พี่ติ๊ก)ที่อยู่ไม่ถึงเลิกประชุม เหลืออีกนิดเดียว น่าเสียดาย ใครก็ได้ช่วยแชร์หรือส่งข่าวคราวมาบ้างครับ ทางอีก้อได้ ว่าพันธะสัญญาครั้งต่อไปเครือข่ายจะทำอย่างไรด่อไป ผมเห็นด้วยกะ อ.กะปุม ที่ควรเชิญ note taker มาร่วมในงาน R2R forum ครั้งที่ 4 ในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อนๆพี่ๆป้าๆเห็นด้วยไหมครับ..
อ่อ...เกือบลืมเล่าตอนท้ายอีกนิดหนึ่งคับ ก่อนออกจากห้องได้มีโอกาสทำความรู้จักกะ อ.กะปุม หรือ ดร.กะปุม ที่ทางผู้จัดไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ แต่ทาง อ.มาสังเกตุการณ์ จริงๆผมไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักชื่อของ อ. แอบรู้จักตอนเข้าร่วมประชุม r2r ครั้งที่ 3 แล้ว และแอบอ่าน go to ของ อ. มาบ้างแล้ว มาวันนี้ได้รู้จักแบบสนิท นั่งโต๊ะกินข้าวด้วยกัน (แอบแซว อ. ด้วย ว่า เสื้อที่ใส่ 3คุณ4เท่ากับ12ทำไมถึงพอแล้ว...คำตอบที่ได้อยู่หลังเสื้อของ อ. ไม่ทันได้อ่าน ยังไงช่วยส่งเสื้อตัวนั้นมาให้อ่านด้วยครับ...) ถ่ายรูปด้วยกัน เดี่ยวผมจะลงรูปในเฟสครับ (ขออนุญาต อ.กระปุมด้วยครับ)..ดีจัยที่ได้พูดคุยและเห็นด้วยเป็นๆครับ..สุดท้ายผมไม่น้อยใจแล้วล่ะ..ที่รูปผมไม่ได้ลงใน go to แต่เป็นเพราะว่าผมได้ถ่ายรูป กะ อ.กระปุมแล้ว รูปของ อ.จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไปครับ....มังค์กี้ร์..ปัตตานี+ยะลา..
ดีใจจังเลยเห็นข้อความ ดร.ปุยตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่ทันได้ตอบค่ะ เพราะมัวไปนวดด้วยบัตรฟรี และพี่ๆ เครือข่าย R2R รพ.ปทุมธานีนัดทานข้าว...
ขณะที่เขียนอยู่นี่กะปุ๋มกับคุณหมออ้อเดินทางถึงยโสธรเรียบร้อยดีค่ะ เราผลัดกันขับรถแป๊บเดียวหกชั่วโมงก็ถึงที่หมายนี่ไม่รวมกับการไปแวะนั่นนี่นะคะ
เป็นห้วงเวลาที่เต็มเปี่ยมจริงๆ เลยค่ะ...ทุกครั้งที่แต่ละท่านจับไมค์กะปุ๋มก็เป็นต้องแอบยิ้มและพลอยหัวเราะไปด้วยค่ะ
รออ่านบันทึกของ อ.ดร.ปุยอยู่นะคะ
จริงๆ ด้วยสิมังค์กี้ร์...พี่ไม่ได้ลงภาพน้องเลยค่ะ ขออภัยจริงๆ ค่ะ
แต่พี่มีอะไรจะบอกนะคะว่าเสียงหัวเราะของน้องดังกว่าใครเพื่อน ทุกครั้งที่น้องจับไมค์พี่มักจะวางทุกอย่างลงก่อน และตั้งใจฟังพร้อมบางคราชะโงกหน้าไปดูด้วยค่ะ ... น้องมังค์กี้ร์มักมีสำนวนเด็ดๆ ให้ป้าๆ ทั้งหลายได้เฮฮา...
การเรียนรู้สองวันแม้พี่จะไม่ได้ร่วมในกระบวนการแต่ใจของพี่ก็เชื่อมโยงด้วยตลอดเวลา และมีแอบแว้ปไปทำงานที่คั่งค้างทางอื่นอีกด้วย
การที่เราได้นั่งทานข้าวร่วมกัน เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขนะ ไม่เชื่อว่าจะผูกพันและคุ้นเคยกันได้อย่างนี้ ... พี่จะรออ่านเรื่องราวจากมังค์กี้-ขวัญใจ Note Taker อย่างป้าแป๋วนะคะ...555
อยากยืนยันว่าหลักสูตรนี้ อบรมแล้วได้ประโยชน์จริงๆค่ะ ทุกคนเข้าอบรมอย่างมีความสุข มีเพื่อนทั้งเก่าและใหม่ ที่มีหัวใจเดียวกันต้องเป็นคุณลิขิตที่ดี อย่างที่พูดไว้ที่แรกก็คิดว่าตัวเองเก่งพอใช้ได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ต้องเรียนรู้อีกเยอะ อยากให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้เข้ามามีโอกาสบ้าง ขอบคุณผู้จัด น้องติ๊ก สวรส และวิทยากร รวมถึงอ.กระปุ๋มด้วยที่มาร่วมให้หายคิดถึง และดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสรู้จักหมอ อ้อ ที่น่ารัก ขอบคุณนะคะ
มื้อเย็นที่นั่งทานข้าวด้วยกัน...ในความรู้สึกคือ ความอบอุ่นใจ
ประทับเสมอต่อมิตรภาพที่ได้รับจากพี่กุ้ง พี่ลี พี่อร และพี่สาวที่น่ารักไม่ว่าจะเป็นพี่ปลา พี่อร และอีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ
ปุ๋มรีบบอกหมออ้อเลยค่ะว่างานนี้เราต้องไปทานข้าว...555 ตั้งใจจะไปเลี้ยงขอบคุณนะคะ แต่พี่กุ้งก็ชิงเป็นเจ้าภาพไปก่อน ขอให้เจ้าจงเจริญนะคะ...^__^
หมออ้อบอกว่าพี่กุ้งเป็นผู้หญิงเก่ง ปุ๋มก็เลยเสริมไปว่า nice ด้วยค่ะ
ใครหนอว่าจะไปส่งพี่แป๋วกับพี่ตุ๋มที่สนามบิน ไม่เชื่อหรอก ขี้เซา นอนตื่นสายต่างหาก กิ้วๆๆ ได้ดูแม่แบบ Note Taker จากอาจารย์กะปุ๋มแล้ว OK มากค่ะ พรุ่งนี้จะรับการเยี่ยมตรวจจาก สรพ. เป็นกำลังใจพี่แป๋วด้วยนะคะ
รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาสมาอบรมครั้งนี้ พี่ๆ น้องๆและเพื่อนๆน่ารักทุกคน แน่นอนที่สุดของความเป็นกันเองเห็นจะเป็นอาจารย์อุ อาจารย์หญิง คุณติ๊กและ อ.กระปุ๋ม ได้พัฒนาตัวเองไม่เหมือนการอบรมใดๆที่ผ่านมา ขอบคุณอีกครั้งนะคะ อ้อ เกือบลืมแน่ะ วันที่21กค.นี้ ต้องทำหน้าที่ Note taker ให้คุณหมอในงาน R2R forum ..เอาใจช่วยด้วยนะคะ