ปลูกต้นไม้ได้บุญตัดต้นไม้ได้บาป

16 มิถุนายน 2554

(ที่เห็นในภาพ มุมด้านซ้ายเป็นต้นขี้เหล็ก อื่นๆ เป็นต้นสะเด่าป่า)

 

มีความตั้งใจว่าจะปลูกต้นไม้ไว้ให้ตนเองหลังเกษียณ และแก่โลกนี้ เพื่อช่วยลดโลกร้อน นับตั้งแต่ซื้อที่แปลงนี้มา สองปีที่ผ่านมาก็ปลูกกันมากพอควร แต่ว่า จำนวนรอดยังไม่อยู่ในระดับที่พึงพอใจ คือมองไม่เห็น 

 

ต้นไม้ที่ปลูกเมื่อปีกลาย มองหาเท่าใดไม่ค่อยจะได้เห็นเลย

กล้วยนับ 100 ต้น

ตาลเกือบ 100 ต้น

มะม่วงหิมพานต์ หัวคร็อก 60 ต้น

ต้นสะเดา ต้นมะขาม ต้นชาดัด นับแล้วหลายพันต้น แต่..........................

 

มองแล้วเศร้าใจ ไม่เห็นรอดสักต้นเลย เหตุผลคือ มีวัวมาเดินพาเหรดกลางไร่เป็นประจำ แล้วแพะก็มาซ้ำอีก อยู่เรื่อยๆ แถมช่วงเวลาฤดูร้อน ยาวนานหลายเดือน ดังนั้น ต้นไหนรอดมาได้ถือว่าเเกร่งสุดยอดเลยทีเดียว

 

(นี่รถขนส่งกล้าไม้ ยางแบน เพราะมีตะปูเสียบติดล้อทะลุขณะเดินทางใกล้ถึงไร่)

 

ปีนี้มุ่งเน้นไปที่ปลูกต้นไม้ตามแนวเขตไร่ รอบที่หนึ่ง รอบที่สอง และรอบที่สาม ให้มากยิ่งขึ้น กะว่าจะจ้างชาวบ้านอยู่ใกล้ไร่ ให้ปลูกต้นไม้จำนวน 2000 ต้นเศษ

สะเดาป่า 1000 ต้น

ต้นสน 500 ต้น

ต้นยูคา 100 ต้น

มะละกอ 10 กว่าต้น

ที่เหลือเป็นต้นขี้เหล็ก 

 

(คนเสื้อแดงนั่น เป็นคนรับปากว่าจะปลูกต้นไม้ทั้งหมดให้ ในราคาต้นละ 10,000 บาท)

 

วางแผนไว้ว่า เดือนหน้าจะเริ่มจ้างคนงานเฝ้า และปลูกต้นไม้วันละ 4 ต้น ตกเดือนละ 1000 บาท แก่ชาวบ้านใกล้เคียง เพื่อรักษาต้นไม้ไว้อย่างสุดชีวิต

 

นี่อีกหนึ่งชุด สะเดาต้นสน เป็นหลัก ยูคานิดหน่อย ขี้เหล็กอีกนิดหน่อย มะละกอนิดหน่อย อย่างอื่นๆ อย่างละนิดหน่อย เพราะดินไม่อุดมเท่าใด ปลูกที่นี่ต้องอาศัย ต้นไหนอึดสุดเอาต้นนั้น

 

ต้นกล้ากำลังน่ารักน่าชัง กำลังทะยานต้นหาแสงอย่างมีความหวัง ว่าจะยืนต้นมองโลกนี้ให้ยืนนาน เพื่อช่วยชาวโลกให้คลายร้อน 

 

บ้านหลังเล็กกลางสวน ด้านขวานั่นผู้ผ่านการประมูลว่าจะปลูกต้นไม้ให้ ในราคาต้นละ 5 บาท ซึ่งค่อนข้างแพง แต่ว่าต้องรับประกันการปลูกให้เราด้วย ไม่อย่างนั้นปีหน้าไม่จ้างอีกแล้ว จะลองรายอื่นต่ไป