กำลังบันทึกกรณีเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติในพื้นที่สึนามิ ก็มาพบน้องนุ่น เด็กใกล้ตัวแค่นนทบุรีนี่เอง แต่มาไกลจากจังหวัดระนอง ... ถ้าจะต้องผลักดันลูกแรงงานต่างด้าว.. แล้วอย่างน้องนุ่น... จะผลักไปไหนดี ??

                คุณมุกเล่าให้ฟังว่า มารดาซึ่งเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไปทำธุรกิจอยู่ที่จังหวัดระนอง ได้รับนุ่นมาอุปการะตั้งแต่นุ่นอายุได้ ๓ ขวบ  โดยในครั้งแรกที่มารดารู้จักพ่อแม่ของนุ่นเพราะทั้งสองซึ่งเป็นชาวพม่า ได้มาขอเช่าบ้านพักอาศัยอยู่กับลูก

 

                ต่อมา เมื่อพ่อของนุ่นซึ่งติดเชื้อเอดส์ ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการของวัณโรค แม่ของนุ่นซึ่งติดเชื้อเช่นเดียวกัน ได้ขอให้มารดาคุณมุกช่วยรับเลี้ยงนุ่นด้วย เพราะตัวเองไม่สบาย ทำงานก็ไม่ค่อยไหว ทั้งยังกลัวลูกจะติดเชื้อด้วย  ต่อมาเมื่อนุ่นอายุได้ประมาณ ๘ ขวบ แม่ของนุ่นก็ได้เสียชีวิตลง

 

                เมื่อ ๒ ปีก่อน มารดาของคุณมุก ซึ่งอุปการะนุ่นได้เสียชีวิตลง คุณมุกจึงพาเธอมาอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือเด็กกำพร้าของเอกชน ที่จังหวัดนนทบุรี

 

                อาจเป็นเพราะนุ่นคลุกคลีอยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก แม้เวลาพ่อเสียชีวิตนุ่นก็นอนซบอกพ่อไม่ยอมห่าง นุ่นจึงมีสุขภาพไม่ค่อยดี โดยหมอทั้งโรงพยาบาลที่จังหวัดระนอง และโรงพยาบาลที่กรุงเทพ ต่างไม่สามารถระบุได้ว่านุ่นเป็นโรคอะไร ติดเชื้อวัณโรคเช่นเดียวกับพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วหรือไม่

 

                ปัจจุบันนุ่นอายุประมาณ  ๑๑ ปี กำลังเรียนหนังสือชั้น ป.๔  แม้จะไม่เคยได้เข้าโรงเรียนที่จังหวัดระนอง เนื่องจากทางโรงเรียนไม่รับเข้าเรียนเพราะไม่มีเอกสาร แต่คุณครูที่โรงเรียนปัจจุบันของนุ่นต่างบอกว่านุ่นเป็นเด็กฉลาด เรียนหนังสือเก่งมาก ได้รับรางวัลทั้งวิชาภาษาอังกฤษ และภาษาไทย

 

                นี่อาจจะเป็นความหวังสำหรับชีวิตน้อยๆ ชีวิตนี้ที่เหลืออยู่เพียงตัวคนเดียว ที่จะสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ในอนาคต หากไม่ถูกปิดกั้นด้วยการไร้สิทธิการทำงาน การเดินทาง และอื่นๆ เพราะเธอไม่มีเอกสารพิสูจน์การมีตัวตนทางกฎหมายใดๆ เลย