หลายครั้งที่ผมได้พบกับใครคนหนึ่งที่เราคิดถึง...และอยากฟังมุมคิดที่ลึกซึ้งคมคาย

เพื่อเติมเต็มเข้าสู่ชีวิตของผมที่เต็มไปด้วยความรีบร้อนและวุ่นวาย

ให้คลี่คลายทั้งตัวและหัวใจให้ช้าลง

แน่นอนสิ่งที่ตามมาจาก 'อาการช้า' นั้น ก็คือ การได้คิด...และทบทวนความรู้สึกของตนเองอีกครั้ง

 

บุคคลท่านหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม และมีผลต่อการดำเนินชีวิตของผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่ามกลางการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจังหวะชีวิตของผม....ที่เคลื่อนไหวไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ผมไม่เคยลืม 'ปู่สอน กล้าศึก' ผีบ้าปลูกต้นไม้แห่งบ้านโนนเสลา ที่ทำเช่นนี้มายาวนานมากกว่า 20 ปี

 

 

วันนี้ 11 มิถุนายน 2554 ผมได้นำทีมงานวารสารหมออนามัย มาเยี่ยมเยียนปู่สอน ผู้เป็นแรงบันดาลใจกับชีวิตของผม

แน่นอนครับ ทีมงานรู้สึกสนใจฟังแนวคิดการปลูกต้นไม้ของปู่สอนอย่างตั้งใจ

 

ปู่สอนเล่าถึงชีวิตประจำวันว่า...ตื่นนอนประมาณตี 5 ไปทำความสะอาดปัดกวาดถนนสายที่อาจารย์ (ต้นไม้) อยู่ทั้งสองข้างทางให้สะอาดหมดจด  เพื่อตอบแทนความดีของอาจารย์ที่มีต่อทุกคนและสิ่งมีชีวิต  คนเข้ามาผ่านไปตอนแรก ๆ ก็แปลกใจว่า ปู่เพี้ยน แต่นับถึงวันนี้มองว่า เป็นเรื่องธรรมดาของปู่

 

และปู่ก็เล่าว่า เป็นเรื่องธรรมดากับการทำแบบนี้ของปู่ทุกวัน เพราะเป็นการปฏิบัติและการฝึกจิตและภาวนาของปู่

 

หนึ่งโมงกว่า ๆ ก็กลับบ้าน อาบน้ำ ทานข้าวเช้า และเอารถลากน้ำ (รถบรรทุกสองล้อเล็ก ๆ) ไปหา 'ลูกไม้' ตามที่สาธารณะมาเพาะพันธุ์ต่อ   การได้กล้าไม้จากหน่วยงานของรัฐ  และปู่ก็ได้เพาะกล้าไม้ไว้เองที่นา เพื่อตนเองเอาไปปลูก และบุคคลทั่วไปที่สนใจขอปู่ไปปลูก

 

 

ประมาณบ่ายกว่า ๆ ก็เข้าบ้านมาทานข้าวเที่ยง งีบสักหน่อย แล้วก็ถีบจักรยานเก่า ๆ ไปดูต้นไม้ที่เริ่มลงหลุม และดายหญ้า วัชชพืช รวมถึง การไปดูแลกิ่งก้านของอาจารย์  จนถึงตอนบ่ายแก่ ๆ ก็กลับบ้าน เพื่ออยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างพร้อมเพรียงอบอุ่นทั้งลูก หลาน และภรรยา  เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน แรก ๆ ลูกหลานขอร้องให้หยุดทำ เพราะอายุจะเข้า 80 ปี แล้ว แต่ตอนนี้ ปล่อยแล้ว...ตามใจปู่

 

 

สิ่งที่ทำมาตลอดทั้งชีวิตของปู่ ปู่ไม่เคยได้ประกาศยกย่องตนเองถึงความดีที่ปู่เพียรทำเพื่อส่วนรวม แต่ปู่บอกแค่เพียงว่า สิ่งที่ทำเป็นการฝึกจิตของตนเองให้กลับคืนสู่ความเรียบง่าย  ธรรมดา และธรรมชาติ

 

ปู่ไม่เคยโกธรใครสำหรับการตัดต้นไม้ที่ปู่ปลูกไว้นานนับ 10 หรือ 20 ปี เพื่อก่อสร้างสาธารณประโยชน์ของชุมชน ปู่เล่าแต่เพียงว่า ปู่ปลูกต้นไม้ และดูแลให้เติบใหญ่ ส่วนในอนาคตต่อไป ...อะไรจะเกิดก็เกิด เพราะหมดหน้าที่ของปู่แล้ว

 

ปู่เข้าใจถึงคำว่า 'ตถตา' ที่สามารถนำมาปฏิบัติกับปู่ได้เสมอและงดงาม

สำหรับชีวิตผมเมื่อได้พูดคุยกับปู่สอนวันนี้ ผมได้บทเรียนในการเรียนรู้และตั้งคำถามใหม่ให้กับตนเอง...พร้อมกับให้คำตอบใหม่ให้กับตัวเองว่า...

สิ่งที่ทำอยู่ในชีวิตของผม เมื่อผมตั้งใจทำอย่างดีที่สุด แม้จะเกิดสิ่งที่ดีงาม และสิ่งที่เลวร้ายที่จะเกิดขึ้น ผมพร้อมที่ยอมรับและรับผิดชอบ  เรียนรู้เข้าใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ปรากฏการณ์ที่แสนจะธรรมดาของชีวิต ที่เห็นและเป็นอยู่ ที่รู้และเป็นไป เพราะมันก็เป็นเรื่องเช่นนั้นเอง...

ก็เพราะมันเป็นสิ่งนั้นเองนะครับ...ปู่สอน