แต่ถ้าปีใดเป็นปกติมาสก็จะตกอยู่ในเดือนแปดเป็งคือวันวิสาขบูชา แต่ถ้าปีไหนเดือนจันทรคติเร็วกว่าสุริยคติอย่างในปีนี้ (๒๕๔๕) ทางโหราศาสตร์ก็เพิ่มเดือนขึ้นมาอีกเดือนหนึ่งเรียกอธิกมาส ถ้าเป็นอธิกมาสแล้วเดือนแปดเป็งก็เป็นวันธรรมดา แล้วก็วันวิสาขบูชา เช่นปีนี้ก็เลื่อนมาเป็นวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ส่วนวันที่ ๒๖ เมษายน นั้นเป็นวันเดือนแปดเป็ง ที่นี้จะจัดกิจกรรมอันใดถ้าหากจะแบ่งเอาแต่วันเดือนแปดเป็งก็จะต้องมารวมเอาที่วัดพระเจ้าตนหลวงทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นวันวิสาขบูชานี้ทำได้ทุกวัด วันวิสาขบูชานั้นถือว่าเป็นวันของศาสนา

     วิมล   ปิงเมืองเหล็ก           ประเพณีเดือนแปดเป็งก็เคยพูดมาหลายครั้งทั้งในที่จังหวัด  เพราะคำว่าจังหวัด คือมหาดไทย  วัฒนธรรมมหาดไทยนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นเองอย่างเช่น จังหวัดชัยนาทพยายามที่จะหาเรื่องหุ่นฟางนก  เชียงใหม่ก็พยายามหา  พะเยานี้แสวงหาไปเถอะเหมือนไก่ตาฟางตลอด  ทุกครั้งที่มีการจัดวัฒนธรรมไทยลื้อ สืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ เมื่อตอนที่จัดใหม่ ๆ จัดจริง ๆ ระดมกันโฆษณาสนุกมาก เพื่อให้พี่น้องไทลื้อเข้ามาร่วมงาน  มหาดไทยก็จ้องตาเป็นมันพอเข้าปีที่สองทางมหาดไทยก็ขอให้เป็นงานของจังหวัด ที่นี้พอเป็นงานของจังหวัดแล้วเรียบร้อยสูญหายไปเลย  คือล้มเหลวจนถึงทุกวันนี้

     ก็อยากจะบอกว่ามีงานอยู่งานหนึ่งที่เราละเลยคืองานประเพณีเดือนแปดเป็ง  ซึ่งพอที่จะเชิดหน้าชูตาให้คนพะเยาจริง ๆ ที่ไปที่มาของงานแปดเป็งที่หลวงพ่อได้พูดถึงมาอยากจะย้อนให้กลับมาไม่เช่นนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงเพราะมีการคมนาคม  หลวงพ่อบอกว่าแต่ก่อนนี้คนมาจากเชียงตุง  มาจากมะละแมง (เขตประเทศพม่า) ที่ไหนต่อไหนก็พากันมานอน  ๗  วัน  ๗  คืน อาศัยมากับล้อเกวียน  แต่สมัยนี้รถมันเร็วไปกลับได้ก็จะมาในวันสุดท้ายของงานหรือรอในวันสุดท้ายเป็นแบบนี้ไปเสีย  ในทางธุรกิจในสมัยนี้มันยุคโลกาภิวัฒน์โดยเฉพาะเต็นท์เคลื่อนที่คาราวานสินค้าไปลงที่ไหนเขาจะรู้หมดสังเกตวันรับพัดยศของพระที่วัดพระเจ้าตนหลวงเป็นเจ้าภาพปีนี้มีทั้งหมด  ๑๖  จังหวัดภาคเหนือ  ไม่น่าเชื่อว่ามีร้านค้าขายพรม  ขายพัด  ขายจีวร  พากันมาล่วงหน้าก่อนเพราะธุรกิจนี้จะเป็นขบวนการ

 

      เพราะฉะนั้นจะปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอนก็จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในการจัดงานแปดเป็งแต่ปีนี้เริ่มจะมองเห็นว่าช่องว่างในส่วนการจัดนี้น่าจะแบ่งเขตออกเป็น  ๓  เขต  คือ

     ๑.เขตพุทธาวาส  คือวิหารใหญ่ และบริเวณรอบ ๆ ศาลาบาตรเป็นการสวดมนต์ไหว้พระและเทศนาธรรม

     ๒.เขตสังฆาวาส คือตั้งแต่กุฏิหลวงพ่อใหญ่ไปจนถึงกำแพงวัด  เป็นลานพิธีกรรมหรือวัฒนธรรม

     ๓.เขตฆราวาส  คือรอบวัดพระเจ้าตนหลวง  เป็นที่ขายของ คือที่สนามหน้าวัดให้จัดไปเลย

     ถ้าแบ่งเขตได้  ๓  เขตให้ชัดเจนพอจะรับได้ในยุคใหม่แต่จะให้ย้อนยุคไปคงไม่ได้แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายเลย  ๕๐๐  กว่าปีก็คือประเพณีวัดพระเจ้าตนหลวง

 

     บรรจง  วงศ์ราษฎร์             ได้สรุป ไว้  ๓  ประเด็น

                ประเด็นที่  ๑        อยากให้มีการสร้างจิตสำนึก

                ประเด็นที่  ๒       ฟื้นฟูการแห่ครัวทานโดยการเพิ่มคำว่าศรัทธา

                ประเด็นที่  ๓       เสนอให้งานแปดเป็งเป็นงานของจังหวัด

 

                นักวิชาการการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการอำเภอเชียงคำ         จังหวัดคือมหาดไทยเหมือนคำที่อาจารย์วิมลกล่าว  แต่ที่พูดถึงจังหวัดพะเยาอยู่เฉพาะในเขตเทศบาลเท่านั้น  ความเป็นจริงจังหวัดพะเยามี  ๗  อำเภอ  ๒  กิ่งอำเภอ เนื้อหาสาระนั้นกระจายให้ส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมนี้เป็นข้อเสนอแนะเท่าที่ประสบมาจะเชิญก็แต่ในเทศบาลเท่านั้น  เคยประสบปัญหาแบบนี้มาตลอด  พัฒนาการนั้นที่ทางวิทยากรว่าจะทำอย่างไรให้งานแปดเป็งคงอยู่และมีจิตวิญญาณในตัวนั้นด้วย  ในด้านความคิดเห็น  คิดว่าคงไม่พ้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น  หมู่บ้าน  ตำบล  เพราะมีตัวแทนทุกคนอย่างในเทศบาลก็มี สมาชิกเทศบาล ถ้าเป็นตำบลก็มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ในการเสนอพัฒนาที่จะเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ต้องผ่านกระบวนการตัวนี้ไว้ 

 

     แม้แต่ว่าจะสร้างสภาวัฒนธรรมอำเภอ  สภาวัฒนธรรมตำบล  เท่าที่ปฏิบัติงานมาปัญหามีมากมาย  บางแห่งตั้งเป็นองค์กรแต่ไม่มีอะไรให้  งบประมาณก็ไม่มี  วิธีการดำเนินงานก็ไม่มีให้  การเสนอทุกอย่างถ้าทางหน่วยงานที่รับเรื่องไม่มีส่วนในการเสนอก็เสนอไปเถอะรับรองว่าไม่ได้ถ้าคิดจะทำงานแปดเป็งของจังหวัด  ทางผู้ว่าฯ ก็จะเกษียนหนังสือหาผู้นำส่วนท้องถิ่นขอให้ผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมงานแปดเป็งทั้งจังหวัด และอีกอย่างบางท้องถิ่นก็มีงานเหมือนกันถ้าถูกคำสั่งของทางจังหวัดผู้นำก็จะพากันมาหมดแล้วทางท้องถิ่นก็จะเงียบเหงาเนื่องจากขาดผู้นำ  ข้อเสนอแนะน่าจะจัดเป็นงานท้องถิ่นเหมือนเดิมเพราะที่ไหนก็มีงานประเพณี

 

                จักรแก้ว  นามเมือง [1]          มีอยู่สองจุดที่น่าวิเคราะห์ คือ

     ๑.องค์กร  ถ้าจะมองดูองค์กร คือจังหวัด  คิดว่าคงมีปัญหาอย่างแน่นอน

     ๒.รูปแบบในการจัดองค์กรที่น่าจะมีส่วนร่วมในการจัดงานแปดเป็ง  องค์กรแรกที่จะมองข้ามไม่ได้คือ วัดพระเจ้าตนหลวง  ลำดับที่สอง น่าจะเป็น  มจร.วิทยาเขตพะเยา  ที่สาม มหาวิทยาลัยนเรศวร  ที่สี่ สภาวัฒนธรรมจังหวัด  ที่ห้า องค์กรสงฆ์  องค์กรสุดท้ายคือองค์กรเอกชน  องค์กรเหล่านนี้จะมีส่วนร่วมในการจัดงานวัดแปดเป็ง  และองค์กรเหล่านี้จะสามารถสนับสนุน  ๒  อย่างคือ

                ๑.องค์กรที่จัดในเรื่องของรูปแบบ  ควรจะจัดในส่วนของวัฒนธรรมซึ่งควรจะให้สภาวัฒนธรรมเข้ามาดำเนินการ

                ๒.องค์กรที่สนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ  วัดพระเจ้าตนหลวงนี้แน่นอน  อีกส่วนหนี่งคือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยาและมหาวิทยาลัยนเรศวรพะเยา

 

     พระมหาศรีบรรดร  ถิรธมฺโม[2]          โครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวนี้เป็นโครงการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา หรือ  มจร.พะเยา  หรือที่รู้กันในนามมหาวิทยาลัยสงฆ์พะเยา  ในปีนี้ได้งบประมาณมา  ๑๐๐,๐๐๐  บาทได้จัดเกี่ยวกับเทศน์มหาชาด  แปดเป็ง  โคมลอย  ก๋วยสลาก  แต่ในวันนี้ได้เข้ามาร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดพะเยาในการจัดงาน

 

     ถ้าพูดถึงงานประเพณีแปดเป็งแล้วก็อย่างที่วิทยากรหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว  ที่พูดมาทั้งหมดสรุปแล้วเน้นการจัดงานประเพณีอยู่  ๒  ยุค ๒ แบบ

     ประการที่หนึ่งในอดีตเน้นในเรื่องของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ โดยยึดคำว่าศรัทธาจากปวงชนเป็นหลักในการจัดกิจกรรมและพิธีกรรมเพื่อมุ่งการยกระดับของจิตให้สูงส่งโดยอาศัยวัฒนธรรมและศาสนพิธีเป็นตัวกำหนด

     ประการที่สองในยุคปัจจุบันเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นหลักกล่าวคือในแต่ละปีจะมีพ่อค้ามาประมูลงาน ปีหนึ่ง ๆ ที่เขาประมูลกันก็ประมาณ  ๔๐๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐  บาท ยิ่งรัฐบาลมีนโยบายที่เน้นเศรษฐกิจเป็นหลักอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ข้อนี้เด่นชัดขึ้นไปอีก

      คราวก่อนอาตมาได้ไปประชุม ณ วัดอนาลโย  โดยมีสภาวัฒนธรรม  ๑๖  จังหวัดภาคเหนือ มีคนของรัฐบาลประกาศว่าต่อไปนี้จะเอาวัฒนธรรมเป็นสินค้า  ทำให้นึกถึงสุภาษิตบทหนึ่งขึ้นมาที่ว่า  สทฺธีธ   วตฺตํ   ปุริสสฺส   เสฏฺฐํ  แปลเอาใจความว่า  วัฒนธรรมนี้เป็นต้นทุนของสังคมอย่างหนึ่ง  ดังนั้นจะเอาวัฒนธรรมคืองานประเพณีแปดเป็งให้เป็นทุนทรัพย์ทางสังคมได้อย่างไร ?            

 

     เมื่อเราอยู่ในปริบทของพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมแบบไทย ๆ เราน่าจะเน้นการจัดรูปแบบของงานประเพณีโดยเน้นหลักของไตรสิกขา หรือบันได  ๓  ขั้นดังนี้

     บันไดขั้นแรก เรื่องของศีล   ศีลในที่นี้จะขอตีความหมายเป็นเรื่องของการปฏิบัติตัวเป็นปกติ คือมีวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตที่ทำโดยการแสดงออกมาทางพฤติกรรมทันที่ เช่น พอถึงเทศกาลงานแปดเป็ง ทุกคนรู้แล้วว่าจะมาร่วมงานกราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงโดยจูงลูกจูงหลานมาด้วยเป็นการฝึกเด็กตั้งแต่ยังเยาว์  แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งถึงกับสมาทานศีล  แต่มาร่วมงานเพราะจิตสำนึกและสามารถรักษาขนบธรรมเนียมอันดีงามตามแบบชาวพุทธที่ดี และมีวัฒนธรรมแบบล้านนาก็ถือว่าบรรลุถึงเป้าหมายแล้ว

     บันไดขั้นที่สอง    เรื่องของสมาธิ  ในที่นี้อาจจะเน้นเรื่องของพิธีกรรมทางศาสนาเป็นหลัก เช่น ทำบุญตักบาตร  ๑๐๘ , จุดเทียนต่อชาตา, สรงน้ำ  เป็นต้น  เพื่อทำให้จิตใจสงบและทำให้สบายใจในเมื่อลงมือกระทำ ถึงแม้บางครั้งคนเราจะอาศัยความเชื่อล้วน ๆ โดยไม่รู้ความหมายแต่ถ้าทำแล้วสบายใจ เกิดปีติ ก็ถือว่าบรรลุผล

     บันไดขั้นที่สาม  เป็นเรื่องของปัญญา หมายถึงคนที่ผ่านเหตุการณ์มามากโดยล่วงกาลผ่านวัยมามากพอสมควร  ผ่านกระบวนการคิดมามากพอสมควรและก้าวสู่ระดับอุดมศึกษา หมายความว่าเน้นการบรรยาย  สร้างองค์ความรู้ เหมือนหลวงพ่อพระสุธรรมมุนีได้พูดไว้ว่าเราน่าจะมีหลักสูตรในเรื่องของประเพณีต่าง ๆ อันเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ในปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยสงฆ์พะเยา  ได้มีนโยบายที่จะสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมท้องถิ่น  เช่น  แห่ครัวทาน  เราก็เอาเงินให้เขาไปก้อนหนึ่ง เขาก็จัดกันมา  เราก็ได้แต่รูปภาพ  ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปนโยบายใหม่ก็คือว่าจะมีการจัดสัมมนาเพื่อที่จึงเอาความรู้มาตรวจเช็คและจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้วนำผลงานนั้นออกเผยแผ่ให้ห้องสมุดทุกแห่ง  ปีนี้เราจัดเรื่องแปดเป็ง  ปีหน้าอาจจะทำเรื่องสืบชาตา เป็นต้น

 

     ทางมหาวิทยาลัยได้มองไปไกลถึงต่างแดนด้วยเพราะพะเยาเรามีสายวัฒนธรรมถึง  ๔ - ๕  สาย เช่น  หลวงพระบางประเทศลาว  เชียงตุงประเทศพม่า  สิบสองปันนาประเทศจีนตอนใต้  และอาจจะมีที่เวียดนามตอนเหนือที่พ่อขุนเจืองไปมีบทบาทตรงนั้นอยู่แล้ว  โดยอาศัยโครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวนี้เป็นเครื่องมือ

 

     อาจารย์โรงเรียนพะเยาพิทยาคม     รูปแบบการจัดกิจกรรมควรจะเป็นแบบโซนนิ่งอย่างในวัดนี้น่าจะมีเขตต่างดังนี้  เช่น  เขตฆราวาส เราก็จัดกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่นการสวดอาจจะใช้ในรูปแบบของการประกวดแข่งขันซึ่งเคยทำมาในวันพระ  แล้วก็ประกวดสังฆทาน  ประกวดขบวนแห่  เราใช้ขบวนแห่แบบดั้งเดิมอย่างร้านค้าก็จัดไว้ข้างนอกเหมือนเดิม  ถ้าเป็นไปได้ควรคุยกับทางจังหวัดว่าถนนหน้าวัดนี้ควรเป็นถนนคนเดิน  มีร้านค้า  มีรถผ่านไปผ่านมาความปลอดภัยไม่มี  นี้เป็นห่วงอย่างยิ่ง

 

     พระธรรมวิมลโมลี             กล่าวสรุปว่าเรื่องของวันเดือนแปดเป็งที่ได้พูดกันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร  ความจริงเดือนแปดเป็งนั้นก็มีที่วัดพระเจ้าตนหลวงเป็นจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ  การที่เราจะจัดกันก็ต้องจัดที่วัดพระเจ้าตนหลวง  ถ้าหากอีกนัยหนึ่งว่าวันเดือนแปดเป็งนี้ส่วนใหญ่มักจะตรงกับวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 

 

     แต่ถ้าปีใดเป็นปกติมาสก็จะตกอยู่ในเดือนแปดเป็งคือวันวิสาขบูชา  แต่ถ้าปีไหนเดือนจันทรคติเร็วกว่าสุริยคติอย่างในปีนี้ (๒๕๔๕) ทางโหราศาสตร์ก็เพิ่มเดือนขึ้นมาอีกเดือนหนึ่งเรียกอธิกมาส  ถ้าเป็นอธิกมาสแล้วเดือนแปดเป็งก็เป็นวันธรรมดา  แล้วก็วันวิสาขบูชา  เช่นปีนี้ก็เลื่อนมาเป็นวันที่  ๒๖  พฤษภาคม  ส่วนวันที่  ๒๖  เมษายน  นั้นเป็นวันเดือนแปดเป็ง  ที่นี้จะจัดกิจกรรมอันใดถ้าหากจะแบ่งเอาแต่วันเดือนแปดเป็งก็จะต้องมารวมเอาที่วัดพระเจ้าตนหลวงทั้งหมด  แต่ถ้าหากเป็นวันวิสาขบูชานี้ทำได้ทุกวัด  วันวิสาขบูชานั้นถือว่าเป็นวันของศาสนา

 

      การจัดกิจกรรมนั้นแล้วแต่โอกาสที่จะทำได้  การทำกิจกรรมเป็นต้นว่า  การแห่ครัวทาน  ควรจะรักษาไว้จะเห็นได้ว่าประเพณีของเมืองพะเยาที่จัดอีกอย่างหนึ่งคืองานพ่อขุนงำเมือง  วันแรกก็เป็นวันบวงสรวง  วันบวงสรวงนั้นแหละที่จัดกันมาเป็นประเพณีแบบดั้งเดิม  แห่กันเป็นช่อ  เป็นตุง  หมากสุ่ม  พลูสุ่ม  ที่หาบกันมา  วันวิสาขบูชาก็ดี  วันแปดเป็งก็ดี  ควรเอาอย่างนี้แหละแบบขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณแบบสมัยเก่าก็ควรจะจัดแบบนั้น  จะมารวมกันก็ได้มาเป็นวัดก็ได้  การที่จะมารวมกันนั้นคงเป็นไปไม่ได้เพราะต่างคนต่างมีภารกิจ แล้วก็วันที่  ๒๖  นี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเดี๋ยวนี้สหประชาชาติยอมรับวันวิสาขบูชาของพระพุทธศาสนาเอาเผยแพร่ไปทั่วโลก  แล้วก็ในฐานะชาวพุทธทุกประเทศก็จัดพิธีกรรมต่าง ๆ ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละที่ประเพณีนี้สร้างกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษก็ถือแบบกันมา  แล้วก็วันวิสาขบูชานั้นหลวงพ่ออยากจะให้รวมกันเป็นกลุ่มชุมชนของแต่ละวัดของเทศบาลแล้วก็ไปรอบนอกก็จะมีกลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มหนุ่มสาว  กลุ่มเยาวชนนี้มีหรือเปล่า เพราะกลุ่มนี้ที่จะฟื้นฟูมีหัวหน้ากลุ่มแล้วก็จัดขึ้น  จะแต่งตัวพื้นเมืองแบบไหนก็ได้แต่ถ้าจะให้เหมาะสมก็นุ่งขาวห่มขาวถือขันข้าวตอกดอกไม้แล้วก็มาประกอบพิธีกันที่วัดทางวัดก็มีพระเทศน์มีพระมาบรรยายให้ถูกต้องแม้ไม่มีอย่างอื่นก็ขอให้มีธรรมจักรกัปวัตนสูตรมาเทศน์  ธรรมเหล่านี้เล่าถึงพระพุทธเจ้าการนำธรรมพื้นเมืองก็เพื่อให้เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่พูดกันมาตลอด แต่อะไรเป็นศิลปวัฒนธรรมที่ควรรักษามีอะไรบ้าง  มีแต่สิ่งใหม่ ๆ และที่ช่วยกันฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม  เวลาฟื้นฟูไม่ได้ฟื้นฟูทางด้านศิลปะวัฒนธรรม  วัฒนธรรรมดีแต่พูดดีแต่เขียนแต่ทำไม่ได้

 

      ในโลกปัจจุบันนี้ถ้าจะเอาอะไรมาเป็นหลัก  ถ้าจะฟื้นฟูเอามาก็ควรจะมีความคิด  ความอ่าน  มีสติปัญญา  มีความสำนึก  ให้ท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยกันพูดช่วยกันดึงดูดให้เข้าใจ  อย่างวันสำคัญนี้ช่วยกันคิด  ช่วยกันอ่าน  ปรึกษาหารือ  ถ้าหากมีคนเป็นหลักรวมกลุ่มกันได้ยิ่งดี  ขณะนี้กลุ่มตำบล  กลุ่มอำเภอ  กลุ่มจังหวัด  กลุ่มประเทศ  กลุ่มผู้สูงอายุ  ที่วัดนี้เป็นสำนักงานตั้งแต่ปีไหนก็ไม่รู้ กลุ่มผู้สูงอายุส่งเรื่องมาที่วัดพระเจ้าตนหลวงเรียกใครมาเอาก็ไม่มา  บางทีเขาแจ้งเรื่องสำคัญ ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุไม่มีใครมาปฏิบัติหน้าที่แล้วจะทำอย่างไร 

 

     ถ้าผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ชักจูงนำพาลูกหลานแล้วงานวัดพระเจ้าตนหลวงนี้ก็มีทุกปี  แล้วก็ปีนี้ดีกว่าปีอื่น  ๆ  ไม่ให้เอาไปตั้งภายในวัดมากมีแต่ร้านเล็ก ๆ ก็สมควรแก่เวลาก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เสียสละเวลามาร่วมกันพิจารณาถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าสนใจก็ขอช่วยกันนำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนและเยาวชนทั้งหลายด้วย 



[1] หัวหน้าสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา

[2] ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ, ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา