วิมล ปิงเมืองเหล็ก ประเพณีเดือนแปดเป็งก็เคยพูดมาหลายครั้งทั้งในที่จังหวัด เพราะคำว่าจังหวัด คือมหาดไทย วัฒนธรรมมหาดไทยนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นเองอย่างเช่น จังหวัดชัยนาทพยายามที่จะหาเรื่องหุ่นฟางนก เชียงใหม่ก็พยายามหา พะเยานี้แสวงหาไปเถอะเหมือนไก่ตาฟางตลอด ทุกครั้งที่มีการจัดวัฒนธรรมไทยลื้อ สืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ เมื่อตอนที่จัดใหม่ ๆ จัดจริง ๆ ระดมกันโฆษณาสนุกมาก เพื่อให้พี่น้องไทลื้อเข้ามาร่วมงาน มหาดไทยก็จ้องตาเป็นมันพอเข้าปีที่สองทางมหาดไทยก็ขอให้เป็นงานของจังหวัด ที่นี้พอเป็นงานของจังหวัดแล้วเรียบร้อยสูญหายไปเลย คือล้มเหลวจนถึงทุกวันนี้
ก็อยากจะบอกว่ามีงานอยู่งานหนึ่งที่เราละเลยคืองานประเพณีเดือนแปดเป็ง ซึ่งพอที่จะเชิดหน้าชูตาให้คนพะเยาจริง ๆ ที่ไปที่มาของงานแปดเป็งที่หลวงพ่อได้พูดถึงมาอยากจะย้อนให้กลับมาไม่เช่นนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงเพราะมีการคมนาคม หลวงพ่อบอกว่าแต่ก่อนนี้คนมาจากเชียงตุง มาจากมะละแมง (เขตประเทศพม่า) ที่ไหนต่อไหนก็พากันมานอน ๗ วัน ๗ คืน อาศัยมากับล้อเกวียน แต่สมัยนี้รถมันเร็วไปกลับได้ก็จะมาในวันสุดท้ายของงานหรือรอในวันสุดท้ายเป็นแบบนี้ไปเสีย ในทางธุรกิจในสมัยนี้มันยุคโลกาภิวัฒน์โดยเฉพาะเต็นท์เคลื่อนที่คาราวานสินค้าไปลงที่ไหนเขาจะรู้หมดสังเกตวันรับพัดยศของพระที่วัดพระเจ้าตนหลวงเป็นเจ้าภาพปีนี้มีทั้งหมด ๑๖ จังหวัดภาคเหนือ ไม่น่าเชื่อว่ามีร้านค้าขายพรม ขายพัด ขายจีวร พากันมาล่วงหน้าก่อนเพราะธุรกิจนี้จะเป็นขบวนการ
เพราะฉะนั้นจะปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอนก็จะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในการจัดงานแปดเป็งแต่ปีนี้เริ่มจะมองเห็นว่าช่องว่างในส่วนการจัดนี้น่าจะแบ่งเขตออกเป็น ๓ เขต คือ
๑.เขตพุทธาวาส คือวิหารใหญ่ และบริเวณรอบ ๆ ศาลาบาตรเป็นการสวดมนต์ไหว้พระและเทศนาธรรม
๒.เขตสังฆาวาส คือตั้งแต่กุฏิหลวงพ่อใหญ่ไปจนถึงกำแพงวัด เป็นลานพิธีกรรมหรือวัฒนธรรม
๓.เขตฆราวาส คือรอบวัดพระเจ้าตนหลวง เป็นที่ขายของ คือที่สนามหน้าวัดให้จัดไปเลย
ถ้าแบ่งเขตได้ ๓ เขตให้ชัดเจนพอจะรับได้ในยุคใหม่แต่จะให้ย้อนยุคไปคงไม่ได้แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายเลย ๕๐๐ กว่าปีก็คือประเพณีวัดพระเจ้าตนหลวง
บรรจง วงศ์ราษฎร์ ได้สรุป ไว้ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ อยากให้มีการสร้างจิตสำนึก
ประเด็นที่ ๒ ฟื้นฟูการแห่ครัวทานโดยการเพิ่มคำว่าศรัทธา
ประเด็นที่ ๓ เสนอให้งานแปดเป็งเป็นงานของจังหวัด
นักวิชาการการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการอำเภอเชียงคำ จังหวัดคือมหาดไทยเหมือนคำที่อาจารย์วิมลกล่าว แต่ที่พูดถึงจังหวัดพะเยาอยู่เฉพาะในเขตเทศบาลเท่านั้น ความเป็นจริงจังหวัดพะเยามี ๗ อำเภอ ๒ กิ่งอำเภอ เนื้อหาสาระนั้นกระจายให้ส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมนี้เป็นข้อเสนอแนะเท่าที่ประสบมาจะเชิญก็แต่ในเทศบาลเท่านั้น เคยประสบปัญหาแบบนี้มาตลอด พัฒนาการนั้นที่ทางวิทยากรว่าจะทำอย่างไรให้งานแปดเป็งคงอยู่และมีจิตวิญญาณในตัวนั้นด้วย ในด้านความคิดเห็น คิดว่าคงไม่พ้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น หมู่บ้าน ตำบล เพราะมีตัวแทนทุกคนอย่างในเทศบาลก็มี สมาชิกเทศบาล ถ้าเป็นตำบลก็มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ในการเสนอพัฒนาที่จะเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ต้องผ่านกระบวนการตัวนี้ไว้
แม้แต่ว่าจะสร้างสภาวัฒนธรรมอำเภอ สภาวัฒนธรรมตำบล เท่าที่ปฏิบัติงานมาปัญหามีมากมาย บางแห่งตั้งเป็นองค์กรแต่ไม่มีอะไรให้ งบประมาณก็ไม่มี วิธีการดำเนินงานก็ไม่มีให้ การเสนอทุกอย่างถ้าทางหน่วยงานที่รับเรื่องไม่มีส่วนในการเสนอก็เสนอไปเถอะรับรองว่าไม่ได้ถ้าคิดจะทำงานแปดเป็งของจังหวัด ทางผู้ว่าฯ ก็จะเกษียนหนังสือหาผู้นำส่วนท้องถิ่นขอให้ผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมงานแปดเป็งทั้งจังหวัด และอีกอย่างบางท้องถิ่นก็มีงานเหมือนกันถ้าถูกคำสั่งของทางจังหวัดผู้นำก็จะพากันมาหมดแล้วทางท้องถิ่นก็จะเงียบเหงาเนื่องจากขาดผู้นำ ข้อเสนอแนะน่าจะจัดเป็นงานท้องถิ่นเหมือนเดิมเพราะที่ไหนก็มีงานประเพณี
จักรแก้ว นามเมือง [1] มีอยู่สองจุดที่น่าวิเคราะห์ คือ
๑.องค์กร ถ้าจะมองดูองค์กร คือจังหวัด คิดว่าคงมีปัญหาอย่างแน่นอน
๒.รูปแบบในการจัดองค์กรที่น่าจะมีส่วนร่วมในการจัดงานแปดเป็ง องค์กรแรกที่จะมองข้ามไม่ได้คือ วัดพระเจ้าตนหลวง ลำดับที่สอง น่าจะเป็น มจร.วิทยาเขตพะเยา ที่สาม มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สี่ สภาวัฒนธรรมจังหวัด ที่ห้า องค์กรสงฆ์ องค์กรสุดท้ายคือองค์กรเอกชน องค์กรเหล่านนี้จะมีส่วนร่วมในการจัดงานวัดแปดเป็ง และองค์กรเหล่านี้จะสามารถสนับสนุน ๒ อย่างคือ
๑.องค์กรที่จัดในเรื่องของรูปแบบ ควรจะจัดในส่วนของวัฒนธรรมซึ่งควรจะให้สภาวัฒนธรรมเข้ามาดำเนินการ
๒.องค์กรที่สนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ วัดพระเจ้าตนหลวงนี้แน่นอน อีกส่วนหนี่งคือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยาและมหาวิทยาลัยนเรศวรพะเยา
พระมหาศรีบรรดร ถิรธมฺโม[2] โครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวนี้เป็นโครงการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา หรือ มจร.พะเยา หรือที่รู้กันในนามมหาวิทยาลัยสงฆ์พะเยา ในปีนี้ได้งบประมาณมา ๑๐๐,๐๐๐ บาทได้จัดเกี่ยวกับเทศน์มหาชาด แปดเป็ง โคมลอย ก๋วยสลาก แต่ในวันนี้ได้เข้ามาร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดพะเยาในการจัดงาน
ถ้าพูดถึงงานประเพณีแปดเป็งแล้วก็อย่างที่วิทยากรหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว ที่พูดมาทั้งหมดสรุปแล้วเน้นการจัดงานประเพณีอยู่ ๒ ยุค ๒ แบบ
ประการที่หนึ่งในอดีตเน้นในเรื่องของวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ โดยยึดคำว่าศรัทธาจากปวงชนเป็นหลักในการจัดกิจกรรมและพิธีกรรมเพื่อมุ่งการยกระดับของจิตให้สูงส่งโดยอาศัยวัฒนธรรมและศาสนพิธีเป็นตัวกำหนด
ประการที่สองในยุคปัจจุบันเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นหลักกล่าวคือในแต่ละปีจะมีพ่อค้ามาประมูลงาน ปีหนึ่ง ๆ ที่เขาประมูลกันก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ บาท ยิ่งรัฐบาลมีนโยบายที่เน้นเศรษฐกิจเป็นหลักอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ข้อนี้เด่นชัดขึ้นไปอีก
คราวก่อนอาตมาได้ไปประชุม ณ วัดอนาลโย โดยมีสภาวัฒนธรรม ๑๖ จังหวัดภาคเหนือ มีคนของรัฐบาลประกาศว่าต่อไปนี้จะเอาวัฒนธรรมเป็นสินค้า ทำให้นึกถึงสุภาษิตบทหนึ่งขึ้นมาที่ว่า สทฺธีธ วตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ แปลเอาใจความว่า วัฒนธรรมนี้เป็นต้นทุนของสังคมอย่างหนึ่ง ดังนั้นจะเอาวัฒนธรรมคืองานประเพณีแปดเป็งให้เป็นทุนทรัพย์ทางสังคมได้อย่างไร ?
เมื่อเราอยู่ในปริบทของพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมแบบไทย ๆ เราน่าจะเน้นการจัดรูปแบบของงานประเพณีโดยเน้นหลักของไตรสิกขา หรือบันได ๓ ขั้นดังนี้
บันไดขั้นแรก เรื่องของศีล ศีลในที่นี้จะขอตีความหมายเป็นเรื่องของการปฏิบัติตัวเป็นปกติ คือมีวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตที่ทำโดยการแสดงออกมาทางพฤติกรรมทันที่ เช่น พอถึงเทศกาลงานแปดเป็ง ทุกคนรู้แล้วว่าจะมาร่วมงานกราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงโดยจูงลูกจูงหลานมาด้วยเป็นการฝึกเด็กตั้งแต่ยังเยาว์ แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งถึงกับสมาทานศีล แต่มาร่วมงานเพราะจิตสำนึกและสามารถรักษาขนบธรรมเนียมอันดีงามตามแบบชาวพุทธที่ดี และมีวัฒนธรรมแบบล้านนาก็ถือว่าบรรลุถึงเป้าหมายแล้ว
บันไดขั้นที่สอง เรื่องของสมาธิ ในที่นี้อาจจะเน้นเรื่องของพิธีกรรมทางศาสนาเป็นหลัก เช่น ทำบุญตักบาตร ๑๐๘ , จุดเทียนต่อชาตา, สรงน้ำ เป็นต้น เพื่อทำให้จิตใจสงบและทำให้สบายใจในเมื่อลงมือกระทำ ถึงแม้บางครั้งคนเราจะอาศัยความเชื่อล้วน ๆ โดยไม่รู้ความหมายแต่ถ้าทำแล้วสบายใจ เกิดปีติ ก็ถือว่าบรรลุผล
บันไดขั้นที่สาม เป็นเรื่องของปัญญา หมายถึงคนที่ผ่านเหตุการณ์มามากโดยล่วงกาลผ่านวัยมามากพอสมควร ผ่านกระบวนการคิดมามากพอสมควรและก้าวสู่ระดับอุดมศึกษา หมายความว่าเน้นการบรรยาย สร้างองค์ความรู้ เหมือนหลวงพ่อพระสุธรรมมุนีได้พูดไว้ว่าเราน่าจะมีหลักสูตรในเรื่องของประเพณีต่าง ๆ อันเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ในปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยสงฆ์พะเยา ได้มีนโยบายที่จะสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมท้องถิ่น เช่น แห่ครัวทาน เราก็เอาเงินให้เขาไปก้อนหนึ่ง เขาก็จัดกันมา เราก็ได้แต่รูปภาพ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปนโยบายใหม่ก็คือว่าจะมีการจัดสัมมนาเพื่อที่จึงเอาความรู้มาตรวจเช็คและจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้วนำผลงานนั้นออกเผยแผ่ให้ห้องสมุดทุกแห่ง ปีนี้เราจัดเรื่องแปดเป็ง ปีหน้าอาจจะทำเรื่องสืบชาตา เป็นต้น
ทางมหาวิทยาลัยได้มองไปไกลถึงต่างแดนด้วยเพราะพะเยาเรามีสายวัฒนธรรมถึง ๔ - ๕ สาย เช่น หลวงพระบางประเทศลาว เชียงตุงประเทศพม่า สิบสองปันนาประเทศจีนตอนใต้ และอาจจะมีที่เวียดนามตอนเหนือที่พ่อขุนเจืองไปมีบทบาทตรงนั้นอยู่แล้ว โดยอาศัยโครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวนี้เป็นเครื่องมือ
อาจารย์โรงเรียนพะเยาพิทยาคม รูปแบบการจัดกิจกรรมควรจะเป็นแบบโซนนิ่งอย่างในวัดนี้น่าจะมีเขตต่างดังนี้ เช่น เขตฆราวาส เราก็จัดกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่นการสวดอาจจะใช้ในรูปแบบของการประกวดแข่งขันซึ่งเคยทำมาในวันพระ แล้วก็ประกวดสังฆทาน ประกวดขบวนแห่ เราใช้ขบวนแห่แบบดั้งเดิมอย่างร้านค้าก็จัดไว้ข้างนอกเหมือนเดิม ถ้าเป็นไปได้ควรคุยกับทางจังหวัดว่าถนนหน้าวัดนี้ควรเป็นถนนคนเดิน มีร้านค้า มีรถผ่านไปผ่านมาความปลอดภัยไม่มี นี้เป็นห่วงอย่างยิ่ง
พระธรรมวิมลโมลี กล่าวสรุปว่าเรื่องของวันเดือนแปดเป็งที่ได้พูดกันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ความจริงเดือนแปดเป็งนั้นก็มีที่วัดพระเจ้าตนหลวงเป็นจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ การที่เราจะจัดกันก็ต้องจัดที่วัดพระเจ้าตนหลวง ถ้าหากอีกนัยหนึ่งว่าวันเดือนแปดเป็งนี้ส่วนใหญ่มักจะตรงกับวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
แต่ถ้าปีใดเป็นปกติมาสก็จะตกอยู่ในเดือนแปดเป็งคือวันวิสาขบูชา แต่ถ้าปีไหนเดือนจันทรคติเร็วกว่าสุริยคติอย่างในปีนี้ (๒๕๔๕) ทางโหราศาสตร์ก็เพิ่มเดือนขึ้นมาอีกเดือนหนึ่งเรียกอธิกมาส ถ้าเป็นอธิกมาสแล้วเดือนแปดเป็งก็เป็นวันธรรมดา แล้วก็วันวิสาขบูชา เช่นปีนี้ก็เลื่อนมาเป็นวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ส่วนวันที่ ๒๖ เมษายน นั้นเป็นวันเดือนแปดเป็ง ที่นี้จะจัดกิจกรรมอันใดถ้าหากจะแบ่งเอาแต่วันเดือนแปดเป็งก็จะต้องมารวมเอาที่วัดพระเจ้าตนหลวงทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นวันวิสาขบูชานี้ทำได้ทุกวัด วันวิสาขบูชานั้นถือว่าเป็นวันของศาสนา
การจัดกิจกรรมนั้นแล้วแต่โอกาสที่จะทำได้ การทำกิจกรรมเป็นต้นว่า การแห่ครัวทาน ควรจะรักษาไว้จะเห็นได้ว่าประเพณีของเมืองพะเยาที่จัดอีกอย่างหนึ่งคืองานพ่อขุนงำเมือง วันแรกก็เป็นวันบวงสรวง วันบวงสรวงนั้นแหละที่จัดกันมาเป็นประเพณีแบบดั้งเดิม แห่กันเป็นช่อ เป็นตุง หมากสุ่ม พลูสุ่ม ที่หาบกันมา วันวิสาขบูชาก็ดี วันแปดเป็งก็ดี ควรเอาอย่างนี้แหละแบบขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณแบบสมัยเก่าก็ควรจะจัดแบบนั้น จะมารวมกันก็ได้มาเป็นวัดก็ได้ การที่จะมารวมกันนั้นคงเป็นไปไม่ได้เพราะต่างคนต่างมีภารกิจ แล้วก็วันที่ ๒๖ นี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเดี๋ยวนี้สหประชาชาติยอมรับวันวิสาขบูชาของพระพุทธศาสนาเอาเผยแพร่ไปทั่วโลก แล้วก็ในฐานะชาวพุทธทุกประเทศก็จัดพิธีกรรมต่าง ๆ ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละที่ประเพณีนี้สร้างกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษก็ถือแบบกันมา แล้วก็วันวิสาขบูชานั้นหลวงพ่ออยากจะให้รวมกันเป็นกลุ่มชุมชนของแต่ละวัดของเทศบาลแล้วก็ไปรอบนอกก็จะมีกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มหนุ่มสาว กลุ่มเยาวชนนี้มีหรือเปล่า เพราะกลุ่มนี้ที่จะฟื้นฟูมีหัวหน้ากลุ่มแล้วก็จัดขึ้น จะแต่งตัวพื้นเมืองแบบไหนก็ได้แต่ถ้าจะให้เหมาะสมก็นุ่งขาวห่มขาวถือขันข้าวตอกดอกไม้แล้วก็มาประกอบพิธีกันที่วัดทางวัดก็มีพระเทศน์มีพระมาบรรยายให้ถูกต้องแม้ไม่มีอย่างอื่นก็ขอให้มีธรรมจักรกัปวัตนสูตรมาเทศน์ ธรรมเหล่านี้เล่าถึงพระพุทธเจ้าการนำธรรมพื้นเมืองก็เพื่อให้เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่พูดกันมาตลอด แต่อะไรเป็นศิลปวัฒนธรรมที่ควรรักษามีอะไรบ้าง มีแต่สิ่งใหม่ ๆ และที่ช่วยกันฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม เวลาฟื้นฟูไม่ได้ฟื้นฟูทางด้านศิลปะวัฒนธรรม วัฒนธรรรมดีแต่พูดดีแต่เขียนแต่ทำไม่ได้
ในโลกปัจจุบันนี้ถ้าจะเอาอะไรมาเป็นหลัก ถ้าจะฟื้นฟูเอามาก็ควรจะมีความคิด ความอ่าน มีสติปัญญา มีความสำนึก ให้ท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยกันพูดช่วยกันดึงดูดให้เข้าใจ อย่างวันสำคัญนี้ช่วยกันคิด ช่วยกันอ่าน ปรึกษาหารือ ถ้าหากมีคนเป็นหลักรวมกลุ่มกันได้ยิ่งดี ขณะนี้กลุ่มตำบล กลุ่มอำเภอ กลุ่มจังหวัด กลุ่มประเทศ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่วัดนี้เป็นสำนักงานตั้งแต่ปีไหนก็ไม่รู้ กลุ่มผู้สูงอายุส่งเรื่องมาที่วัดพระเจ้าตนหลวงเรียกใครมาเอาก็ไม่มา บางทีเขาแจ้งเรื่องสำคัญ ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุไม่มีใครมาปฏิบัติหน้าที่แล้วจะทำอย่างไร
ถ้าผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ชักจูงนำพาลูกหลานแล้วงานวัดพระเจ้าตนหลวงนี้ก็มีทุกปี แล้วก็ปีนี้ดีกว่าปีอื่น ๆ ไม่ให้เอาไปตั้งภายในวัดมากมีแต่ร้านเล็ก ๆ ก็สมควรแก่เวลาก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เสียสละเวลามาร่วมกันพิจารณาถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าสนใจก็ขอช่วยกันนำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนและเยาวชนทั้งหลายด้วย