เจ็บตัวครั้งแรกไม่เข็ด ครั้งสองขอแก้ตัว เพราะสาบนวมปี่มวย มันเล้าใจ เช้ามือ ตีห้า ของทุกวันถนนสายภาชี-หินกอง จะมีนักมวยออกวิ่ง ไปกลับ ๕-๘ กม.แล้วแต่ความขยันของแต่ละคน ...แม่จะรองนำข้าวใส่หม้อร้อนๆ ไว้ให้ พวกเราเรียกว่ากาแฟหมา เป็นวิตามินบีรวม ยาบำรุงที่มีค่าที่สุด ( บำรุงกาแฟหมาทุกเช้า ปรุงนำตาล เติมเกลือตามชอบใจ )

เมื่อมีครั้งแรก  ก็ต้องมีครั้งที่ สอง

เจ็บตัวครั้งแรกไม่เข็ด  ครั้งสองขอแก้ตัว  เพราะสาบนวมปี่มวย มันเล้าใจ มันยั่วยวนให้ไม่กลัวเจ็บ  เห็นรุ่นพี่ๆในค่ายมวยของพ่อ(ค่ายศิษย์ศรีสะอาด)ทุกวัน  มาซ้อมกันมันมากๆ  มวยสมัยนั้น มีพี่  เศษแก้ว  ลูกภาชี (บวชเป็นพระอยู่ชัยภูมิ)  สิงห์ดำ  ใจมีบุญ(พี่โต้ง เสียชีวิตไปแล้ว) ,ใจเด็จ ลูกภาชี (พี่สนิท เสียชีวิตแล้ว) . เดชภาชี ส.มีชัยศึก(พี่จิตร เสียชีวิตที่สงขลา) ,เชิงชายน้อย ส.มีชัยศึก และเด็กๆสถานีรถไฟอีกหลายคน ช่วงปี ๒๕๐๙สมัยนั้นเด็กเซียนๆ เกๆ ทั้งหลายมารวมอยู่ที่ค่ายมวยของพ่อ

นักเลงที่ว่าเก่ง ๆ พ่อจะจับบังคับมาชกมวยให้หมด แต่ก็ไม่วายที่จะมีเด็กดื้อๆผลสุดท้ายพ่อก็จับส่งตำรวจ  หรือปล่อยให้มันโดนธรรมชาติลงโทษ

เช้ามืด  ตีห้า ของทุกวันถนนสายภาชี-หินกอง จะมีนักมวยออกวิ่ง ไปกลับ ๕-๘ กม.แล้วแต่ความขยันของแต่ละคน  เด็กบางคนอู้พักข้างทางก็มี บางวันพ่อก็วิ่งด้วย บางเวลาพ่อก็ต้องรับซักผ้าตาก (เพราะที่บ้านมีอาชีพรับซักรีดเสื้อผ้า) 

พอนักมวยวิ่งกลับมาถึงบ้าน ประมาณตีหาครึ่ง  แม่จะรองนำข้าวใส่หม้อร้อนๆ ไว้ให้ พวกเราเรียกว่ากาแฟหมา เป็นวิตามินบีรวม ยาบำรุงที่มีค่าที่สุด  ( บำรุงกาแฟหมาทุกเช้า  ปรุงนำตาล  เติมเกลือตามชอบใจ )

พ่อจะออกไปคุมซ้อมด้วยตัวเอง  เริ่มจาก เล่นลม(ซ้อมลม ด้วยการออกอาวุธทุกลูกให้คล่องและเร็ว) อย่างน้อยคนละ ห้ายก(ยกละ ๔นาที่พัก๑นาที) หลังจากนั้นก็มาเล่นกระสอบทรายฝึกลูกหนัก คนละ สองยก  จับคู่ฟัด  จับคู่เล่นเชิง  มวยตัวไหนที่มีโปรแกรมชก  พ่อก็จะสอนให้เล่นเป้าและให้แก้ทางมวย  จนถึงเวลา ๐๗.๐๐ น. ทุกคนต้องมาเตะเบิ้ลกระสอบทรายคนละ๕๐ หรือ ๑๐๐ และเล่นซิทอับ(นอนหงายเหยียดยาวมือทั้งสองจับหัวแล้วลุกนั่ง สลับกัน ๑๐๐ ครั้ง) แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคนกลับบ้านใครบ้านมัน มาพบกันอีกครั้งตอนสี่โมงเย็น ผมก็เตรียมไปเรียนหนังสือ  ไอ้ที่เป็นเด็กสถานีรถไฟก็ไปอยู่สถานี  ไอ้ที่เป็นลูกจ้างก็ไปรับจ้าง ไอ้ที่เป็นเด็กวัดก็ไปอยู่วัด ไอ้ที่ไปทำนาก็ไปทำนา นั่นคือมวยบ้านนอกอย่างพวกเรา  

 

พ่อเรียกไปถามก่อนไปโรงเรียนวัดภาชี (ตอนนั้นผมอยู่ชั้น ป. ๓ เรียนห้องคุณครูบังอร(จำนามสกุลท่านไม่ได้)  ท่านถามว่า " ปื๊ด  กลัวเจ็บไหมลูก " ทุกคำถาม  พ่อจะลงท้ายด้วยคำว่าลูกทุกคำ แต่กับนักมวยในค่าย  พ่อจะขึ้นต้นด้วยคำว่า มีง ... ลงท้ายด้วยคำว่า...ลูก)  ท่านถามต่อโดยไม่รอคำตอบว่า  " จะชกมวยต่อไหมลูก"

ผมตอบทันที่ว่า "  เอาพ่อ."

ถ้าเช่นนั้น  จับคู่กับพี่หนิด(ใจเด็จ  ส.ใจมีบุญ) พี่ล่า (ลูกภาชี  ศิษย์ศรีสะอาด)(มวยรุ่นพี่ ตอนนี้เสียชีวิตแล้วทั้งสองท่าน)  อีกสองอาทิตย์  เปรียบชกงานวัดภาชีเดือนหน้า  พ่อตั้งชื่อให้ว่า ยิ่งยง " (เพราะชื่อจริงผมชื่อ จรรยงค์ วงษ์เนตร  พ่อเลยตั้งชื่อว่ายิ่งยง เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อจริง) ไปโรงเรียนลังโลดกับชื่อใหม่ที่จะใช้ชกมวย