ในหนังสือเล่มนี้ พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม) ได้เขียนขึ้นมาเพื่อฉายภาพเมืองพะเยาในมิติของการเมืองการปกครอง ซึ่งท่านผู้เขียนเองมีพื้นฐานที่เรียนจบมาทางด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบกับเป็นผู้สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองพะเยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้การสร้างสรรค์งานวรรณกรรมด้านประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมท้องถิ่น-การเมืองการปกครอง ที่ประยุกต์รวมกันได้อย่างน่าสนใจและลงตัวอย่างยิ่ง
ประวัติศาสตร์เมืองพะเยา ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่มีอายุมากถึง ๙๐๐ กว่าปี ได้ถูกการรุกรานจากเมืองที่ใหญ่กว่า บางครั้งเมื่อผู้นำอ่อนแอ ก็ถูกเมืองเล็กเมืองน้อยยกทัพประชิดตีประกบ จนทำให้เมืองแตกมาแล้ว อีกประการหนึ่งเมืองพะเยาถูกเหตุการณ์บ้านเมืองที่ทำให้ข้อมูลหลัดฐานขาดการประติดประต่ออยู่มาก เช่น ถูกเชียงใหม่ยึดครองมากกว่า ๒๐๐ ปี, อยู่ภายใต้พม่าร่วมกับล้านนาอีก ๒๐๐ กว่าปี, เป็นเมืองทิ้งร้างว่างเปล่าอีก ๕๖ ปี สรุปแล้วประวัติศาสตร์เมืองพะเยาขาดตอนจากจุดเริ่มต้นของการสถาปนาถึงช่วงเมืองร้างรวมแล้วเกือบ ๖๐๐ ปี
ดังนั้น ปัญหาในเรื่องการนับจำนวนปี พ.ศ.ที่คลาดเคลื่อนก็ดี ลำดับราชวงศ์ก็ดี ในแต่ละตำรานั้นเป็นเรื่องที่แต่ละท่านก็มีการคาดคะเนและคำนวนมาจากฐานข้อมูลต่าง ๆ กันไป ซึ่งไม่แน่นอนและชัดเจน ที่สำคัญนักวิชาการท้องถิ่นก็ไม่เคยที่จะตกลงทำความเข้าใจร่วมกันว่าจะใช้ตัวเลขไหนดี จากแหล่งข้อมูลอะไร จึงทำให้ประวัติศาสตร์เมืองพะเยามีจุดด้อยอยู่ที่จำนวนตัวเลข หรือ ปี พ.ศ.และลำดับราชวงศ์นี้เอง
ในหนังสือเล่มนี้ พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม) ได้เขียนขึ้นมาเพื่อฉายภาพเมืองพะเยาในมิติของการเมืองการปกครอง ซึ่งท่านผู้เขียนเองมีพื้นฐานที่เรียนจบมาทางด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบกับเป็นผู้สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองพะเยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้การสร้างสรรค์งานวรรณกรรมด้านประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมท้องถิ่น-การเมืองการปกครอง ที่ประยุกต์รวมกันได้อย่างน่าสนใจและลงตัวอย่างยิ่ง
จึงขออนุโมทนาในกุศลจิตของท่านผู้เขียน ที่ได้อุทิศตนและเสียสละเวลาในการศึกษาค้นคว้าในเรื่องประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะเป็นแหล่งการศึกษาค้นคว้าเพื่อการต่อยอดให้กับอนุชนคนรุ่นต่อไป และที่สำคัญผู้เขียนยังได้เสียสละทรัพย์ในการจัดพิมพ์ในแต่ละครั้งที่ต้องใช้จำนวนเงินมากอีกด้วย
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ)
ผู้อำนวยการหอวัฒนธรรมนิทัศน์
วัดศรีโคมคำ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
.........................................................................................................
การศึกษาค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของล้านนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการและความเป็นมาของอาณาจักรภูกามยาวมีน้อยมาก จากคุณูปการของหลวงพ่อใหญ่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖, เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ ที่ได้ริเริ่มสืบค้นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา เมื่อประมาณ ๖๐ ปีมาแล้ว ทำให้เกิดความกระจ่างแจ้งในความเป็นมาของตัวเอง แต่ก็ยังเป็นปริศนาอีกหลาย ๆ ประเด็น ที่จำเป็นต้องมีการค้นคว้าต่อไป
ความพยายามของพระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม) ในการปะติดปะต่อประวัติศาสตร์ทางสังคมและการเมืองการปกครอง รวมทั้งนำเสนอบทวิเคราะห์ในหลาย ๆ ด้าน ของเมืองพะเยา หรืออาณาจักรภูกามยาวในอดีต นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ขอชื่นชมในความตั้งใจ และความเพียรพยายามของท่านผู้เขียน ที่มีผลงานทางด้านวิชาการ และงานด้านวัฒนธรรมเมืองพะเยาออกมาอย่างต่อเนื่อง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือที่มีคุณค่ายิ่งเล่มนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสืบค้น ศึกษา และวิจัย เกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของเมืองพะเยามากยิ่งขึ้น
บรรจง วงศ์ราษฎร์
รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา
ผมเห็นท่านพระครูมุ่งมั่นทำคล้ายๆกับทำเพื่อท้องถิ่น
แต่พะเยานี้ช่างเป็นท้องถิ่นที่มีความเป็นมาอันยาวนานและมีความยิ่งใหญ่ระดับเป็นรัฐเป็นเมืองที่น่าภาคภูมิใจมากๆเลยครับ
ผมว่าถ้าพระสงฆ์เรามีแรงบันดาลใจ แล้วคิดทำเพื่อท้องถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อชุมชน สืบเสาะรากเหง้าเหล่ากอกันให้เข้มกว่านี้ น่าจะสนุกไม่น้อย เพราะเรื่องแนวนี้เป็นประเด็นเย็นไม่สร้างความขัดแย้ง ทำแล้วมีความสุข
อีกทั้งชุมชนหลายแห่งที่มีอายุความเก่าแก่ไม่มากนัก แล้วคนเก่าคนแก่ในชุมชนก็ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีความทรงจำความเป็นมาได้อยู่
ผมลองแตะๆดูบ้างแล้ว(สืบประวัติชุมชน) และได้ลองเชิญชวนพระที่พอมีพลังทำได้ แต่ก็ยังเงียบและนิ่งอยู่ครับ
สาธุ ในความมุ่งมั่น และขอให้พยายามต่อไป จนสำเร็จได้ดังใจมุ่งหวังครับ
ก่อนนี้ผมก็เดียวดาย แต่เมื่อเราประสบความสำเร็จแล้ว ก็เป็นแบบให้กับคนโดยมาก ได้บุญกุศลครับ
หนทางหมื่นลี้ ก็เริ่มมาจากก้าวเล็ก ๆ ก้าวแรกเสมอครับ ท่านอาจารย์