บทความจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554

ติดตามอ่านบทความแนวหน้าย้อนหลังได้ที่

http://www.naewna.com/allnews.asp?ID=97&HL=0&no=1

 

ข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง (บทเรียนจากความจริง กับดร.จีระ)

 
อีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ภูมิใจที่มีบุคคลหลายฝ่ายที่เป็นกลางมองผลประโยชน์ของชาติ ออกมาให้ความเห็นอย่างน่าสนใจ คนไทยต้องไม่หลับหูหลับตาเชื่อทุกๆ อย่างที่พรรคการเมืองออกนโยบายหาเสียง ต้องดูว่านโยบายดังกล่าวปฏิบัติได้หรือไม่ และมีเงื่อนไขเรื่องการใช้งบประมาณของชาติอย่างไร?

ถ้าจะวิเคราะห์โดยทั่วๆ ไปในภาพกว้างพบว่า

พรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็พยายามเน้นนโยบายมากขึ้น แต่ฝ่ายยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองยังอ่อนในเรื่องการกำหนดนโยบายและการกำหนดงบประมาณพร้อมกันไปด้วย

นักวิชาการ มหาวิทยาลัย นักธุรกิจ สื่อมวลชน ประชาชน องค์กร ราชการและรัฐวิสาหกิจ ต้องช่วยกันติดตาม ไม่ใช่เชื่อตามนโยบายหาเสียงของพรรคต่างๆ เท่านั้น

เท่าที่ผมติดตามดู อาจจะมีประเด็นที่น่าพิจารณาได้ 3 - 4 ประเด็น

เรื่องแรกคือ เรื่องประชานิยม ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า พรรคการเมืองควรจะระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินจากงบประมาณ ซึ่งอาจจะไปเพิ่มหนี้ของรัฐบาล จนควบคุมไม่ได้ เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีว่า มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตักเตือนไว้บ้าง และธนาคารโลกออกเตือนว่าประชานิยมมากเกินไปจะสร้างปัญหาในระยะยาวได้

หลักเศรษฐศาสตร์สอนไว้ว่า ไม่มีอะไรฟรี ถึงให้ขึ้นรถเมล์ฟรีหรือใช้ไฟฟ้าฟรี ประเทศก็ต้องจ่ายค่าเสียโอกาส เสียโอกาสในการใช้เงินเพื่อผลประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่จำเป็นระยะยาว เช่น ลงทุนในด้านการศึกษาและสาธารณสุข เป็นต้น

ประเด็นที่ 2 น่าจะเป็นนโยบายแรงงานทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่

* พรรคเพื่อไทย ค่าจ้างขั้นต่ำต้องเป็น 300 บาท แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่? และเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ในระดับปริญญาตรี

* ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ค่าจ้างขั้นต่ำ 25 % ใน 2 ปี คือ ปีละ 12% ครบ 2 ปี ขึ้นเป็น 250 บาท

คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำแบบสอบถามไปยังภาคเอกชนแล้ว พบว่า ค่าจ้างขั้นต่ำ สูงมากเกินไปธุรกิจรับไม่ไหว ต้องปิดกิจการแน่นอน กว่า 47% การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยดูจะเป็นไปได้ยากกว่าพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนรายได้ขั้นต่ำระดับปริญญาตรี 15,000 บาท ขึ้นไปคงจะขึ้นอยู่กับสาขาวิชา ในระดับปริญญาตรี ถ้าสาขาที่ขาดแคลน เช่น วิศวะคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าจบสาขาทั่วๆ ไป คงเป็นไปได้ลำบาก



อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ปัจจุบันปริญญาตรีบางสาขารายได้ต่ำกว่าระดับอาชีวะ เพราะมีแต่ใบปริญญา แต่ขาดปัญญา ทำงานไม่เป็น ภาษาไทยและภาษาอังกฤษยังอ่อนมาก

อีกประการคือ การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ รัฐไม่ได้จ่ายเงินอุดหนุนให้ภาคเอกชน ต้องแบกรับภาระ ฉะนั้นคงมีกำลังจ่ายได้ยาก เพราะค่าจ้างควรจะเท่ากับประสิทธิภาพของแรงงาน ซึ่งทุนมนุษย์ของไทยในยุคหลังคิดไม่เป็น ทำงานไปเหมือนเครื่องจักร ยิ่งถ้าขึ้นค่าจ้างสูงขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

แต่ก็มีข้อดีว่า ถ้าพรรคไหนมองนโยบายค่าจ้างแบบครบทุกๆ ด้าน โดย

* พัฒนาฝีมือและความรู้อย่างเป็นระบบอย่างจริงจัง

* ลดหย่อนภาษีเป็นการตอบแทนนายจ้าง

* ลดราคาไฟฟ้าหรือพลังงานบางส่วน

* ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงแบบสิงคโปร์ที่เคยทำสำเร็จ

ไม่ใช่ขึ้นแต่ค่าจ้างขั้นต่ำให้สูงเท่านั้น ต้องมองทุกๆ ส่วนให้ไปกันได้ ธุรกิจถึงจะอยู่ได้

ประเด็นที่ 3 เรื่องการลงทุนโครงการใหญ่ต่างๆ เช่น พรรคเพื่อไทย เสนอรถไฟฟ้า 10 สาย รวมทั้งถมทะเลด้วย และป้องกันน้ำท่วม ลำพัง พรรคเพื่อไทย ทำแอร์พอร์ตลิ้งค์ให้ดีก็ยังไม่สำเร็จ จึงเป็นการหาเสียงที่เว่อร์เกินไป

ประเด็นสุดท้าย น่าจะเป็นนโยบาย การลดภาษี ซึ่งทุกๆ พรรคมักหาเสียงโดยจะลดภาษีเกือบทุกชนิด เช่น ลดภาษี รถคันแรก บ้านหลังแรก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางภาษีบอกว่า ถ้าลดอย่างที่หาเสียงจริงๆ ประเทศจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศ

แนวโน้มที่ควรจะเป็นคือ ควรต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 10% แต่มีพรรคบางพรรคหาเสียงว่าจะลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 5 %

โดยสรุป การเมืองและพรรคการเมืองต้องนำประเทศไปสู่ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เพื่อได้อำนาจรัฐ เมื่อนั้นไม่มีนักการเมืองจะดีกว่า

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือ คะแนนของคุณยิ่งลักษณ์ ในช่วง 2 - 3 สัปดาห์แรกมาแรง แต่พอผ่านไปได้สักพักหนึ่งก็เริ่มทรงตัวและอาจจะแผ่วลง ปัญหามีมากมายรอบด้าน ซึ่งก็เป็นตัวแปรในเรื่องคะแนนของพรรคเพื่อไทยในช่วงโค้งสุดท้าย

ยิ่งไปกว่านั้น การที่กระโดดมาสู่การเมือง ควรจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่มีแต่ทีมงานคอยแนะให้ทุกฝีก้าว จนมีเพื่อนผมคนหนึ่งจะเปลี่ยนชื่อ คุณยิ่งลักษณ์ เป็นยิ่งเลี่ยง เพราะวิธีตอบคำถามที่ยากและอาจจะสร้างความขัดแย้ง เช่น นโยบาย นิรโทษกรรม คุณยิ่งลักษณ์มักจะเลี่ยงไปเรื่อยๆ เช่น รอไปก่อน ยังไม่ถึงเวลา

ผมค่อนข้างเห็นใจคุณยิ่งลักษณ์ เพราะลึกๆ คงทำเพื่อพี่ชาย แต่คุณทักษิณก็ไม่ควรให้น้องสาวมาอยู่ตรงจุดนี้ เพราะยังมีคดีหลายคดีที่เกี่ยวข้องและอาจจะถูกดึงมาเกี่ยวข้อง เช่น คดีซุกหุ้น เป็นนักการเมืองต้องพบกับการตรวจสอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุ้มหรือไม่?

สุดท้าย ผมฟันธงว่า พรรคเล็ และ พรรคจิ๋ว น่าจะได้ สส.บางส่วนแน่นอน แต่จะได้เท่าไหร่? คงต้องดูกันต่อไป ส่วนตัวผมให้กำลังใจ พรรคจิ๋วของคุณชูวิทย์ และคุณสุวิทย์ เพราะเป็นลูกแม่รำเพย ครับ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
[email protected]
www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
แฟกซ์ 0-2273-0181