การเดินทางไปจัดนิทรรศการในครั้งนั้น มจร.วิทยาเขตพะเยา ได้ไปจัดนิทรรศการทางการศึกษา พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยงานนี้ มจร.วิทยาเขตพะเยาถือโอกาสจัดเสวนาทางการศึกษาพระพุทธศาสนาด้วย มีวิทยาลัยพระพุทธศาสนาสิบสองปันนา พร้อมกับพุทธสมาคมอีก ๒ เมืองเข้าร่วมด้วย คือพุทธสมาคมเมืองล้า และพุทธสมาคมเมืองฮาย
วันนี้คณะกรรมการ "ศูนย์แลกเปลี่ยนพระนิสิต นักศึกษา และการศึกษาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ได้ประชุมปรึกษาหาแนวทางการทำงานของศูนย์ฯ ซึ่งผู้เขียนได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุม เบื้องแรกผู้เขียนได้แย้งว่าไม่ได้เป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตแล้ว แต่คณะกรรมการบอกขอร้องให้ร่วมในนามผู้ทรงคุณวุฒิแทน
งานนี้ได้รับเกียรติจาก ท่านอาจารย์ ดร.ม.ร.ว.รุจยา อาภากร ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (สปาฟา) องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) เข้าร่วมปรึกษาหารือด้วย
ที่ประชุมรายงานว่า จากปี ๒๕๕๐ ได้มีการทำความร่วมมือกับวิทยาลัยพระพุทธศาสนา สิบสองปันนา มณฑลยูนาน และทางวิทยาเขตพะเยา ได้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยเมื่อปี ๒๕๕๓ สำนักงานการค้ามณฑล สำนักงานท่องเที่ยวมณฑล ศาลากลางเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองเชียงรุ้ง สำนักงานการค้างเมืองเชียงรุ้ง สำนักงานท่องเที่ยวเมืองเชียงรุ้ง หอการค้าเมืองเชียงรุ้ง และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไฮ่เฉิน ได้มีหนังสือเชิญ มจร.วิทยาเขตพะเยา เข้าร่วมจัดงานแสดงสินค้าและการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ ๑๓ ณ เมืองเชียงรุ้ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ระหว่างวันที่ ๙-๒๒ เมษายน ๒๕๕๓
การเดินทางไปจัดนิทรรศการในครั้งนั้น มจร.วิทยาเขตพะเยา ได้ไปจัดนิทรรศการทางการศึกษา พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยงานนี้ มจร.วิทยาเขตพะเยาถือโอกาสจัดเสวนาทางการศึกษาพระพุทธศาสนาด้วย มีวิทยาลัยพระพุทธศาสนาสิบสองปันนา พร้อมกับพุทธสมาคมอีก ๒ เมืองเข้าร่วมด้วย คือพุทธสมาคมเมืองล้า และพุทธสมาคมเมืองฮาย
จากผลการประชุมครั้งนั้นทำให้ มจร.วิทยาเขตพะเยา ได้แนวคิดในการทำงานร่วมกันอีก ๒ แนวทางคือ
๑.ปัญหาที่พบคือพระนิสิตที่มาจากเมืองสิบสองปันนา มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไทย โดยทางการจีนขอความร่วมมือจากไทยให้ส่งพระไทยไปสอนภาษาไทย เมื่อจบมัธยมแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมตัวในด้านภาษาไทย
๒.การขยายพื้นที่ไปสู่เมืองหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเมืองเชียงตุง ประเทศสหภาพเมียนม่าร์
ดังนั้น วันนี้จึงให้มาพิจารณาในการบริหารงบประมาณและแนวทางการทำงานต่อไปของโครงการจัดเสวนาความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในประเทศลุ่มน้ำโขง โดยจะแบ่งงานกันทำในเขตพื้นที่ ๓ ประเทศ
แต่ผู้เขียนเห็นว่าการดำเนินการแบบถัวเฉลี่ย ไม่มียุทธศาสตร์จะทำให้เป้าหมายไม่ชัดเจน จึงเสนอแนวทางการทำงาน ๓ พื้นที่ใน ๓ ประเทศ ดังนี้
๑.พื้นที่สิบสองปันนา ประเทศจีน เรามีประสบการณ์และข้อมูลพอสมควรแล้ว ไม่ควรทุ่มน้ำหนักไปอีก (ไม่ต้องไปเสวนาความรู้ฯ)-ซึ่งคณะกรรมการก็เห็นชอบให้ใช้โครงการที่มีอยู่แล้วดำเนินการ ผนวกกับโครงการวิจัยของพระสุนทรกิตติคุณ เรื่องการประเมินโครงการแลกเปลี่ยนฯ อีก
หมายความว่าตอนนี้พะเยามี ๓ โครงการใหญ่คือ หนึ่ง-โครงการจัดสัมมนาความรู้ฯ สอง-โครงการแลกเปลี่ยนพระนิสิตฯ สาม-โครงการวิจัยประเมินผลฯ โครงการที่ ๑ ให้ไปจัดที่เมียนม่าร์และลาว แต่โครงการที่ ๒-๓ ไปทำที่จีน
๒.เมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมาร์ เป็นระบบการปกครองแบบสังคมนิยม (แบบปิดประเทศ) น่าจะทำงานในเชิงสำรวจพื้นที่ ความเป็นไปได้ทางการร่วมมือมากกว่าจะไปหวังผลการแลกเปลี่ยนด้วยระบบการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังไม่พร้อมหลาย ๆ อย่าง แต่
๓.เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เราควรทำงานเชิงรุก มีเป้าหมายที่ชัดเจน และหวังผลได้ ทางโครงการน่าจะเทน้ำหนัก เม็ดเงิน การทำงานด้านนี้มากกว่า
ทั้ง ๓ ประเด็นที่ผู้เขียนเสนอได้รับการเห็นชอบ โดยทาง มจร.วิทยาเขตพะเยา ได้มีกำหนดให้จัดงานเปิดตัวโครงการ "ศูนย์แลกเปลี่ยนพระนิสิต นักศึกษา และการศึกษาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง" ในวันครบรอบการก่อตั้ง มจร.วิทยาเขตพะเยา ครบ ๒๐ ปี ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ โดยการเชิญบุคลากรทางการศึกษาพระพุทธศาสนา ๔ ประเทศ คือ จีน-ลาว-เมียนมาร์ และไทย เข้าร่วมเสวนาทางวิชาการตามวันเวลา ดังกล่าว
นับว่าในปี ๒๕๕๔ นี้ มจร.พะเยา ก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่งสำหรับแนวรุกทางด้านพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อเชื่อมโยงพุทธศาสนาให้ยั่งยืนตลอดไป
lusty field of classic beauty Blue steel and diamonds and the hand of excellence