อ.แหววได้รับอีเมลล์จาก อ.เงี๊ยบเพื่ออธิบายความล่าช้าในการทำงานที่อุ้มผาง แล้วก็เข้าใจว่า สิ่งที่อ.แหววคิดดังๆ ให้ลูกศิษย์ฟังในห้องเรียน ในห้องกาแฟ ที่ กทม. อาจจะสร้างความเข้าใจผิดให้แก่คนที่พิษณุโลกหรือที่อื่น ก่อนอื่นต้องเอาให้ชัดว่า เป้าหมายที่ อ.แหววเชื่อ ก็คือ จะต้องสร้าง “คลินิกกฎหมายที่อุ้มผาง” ให้ได้ ทำไมต้องอุ้มผาง ? ก็เพราะบนพื้นที่นี้มีกะเหรี่ยงซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธ์ดั้งเดิมของสุวรรณภูมิที่ยังประสบความไร้รัฐไร้สัญชาติ และอุ้มผางเป็นพื้นที่ชายแดนและห่างไกล ใครก็ไม่อยากไปอยู่ที่นั่น ไม่มีความเจริญ มีแต่ความลำบาก การทำงานที่นั่นเต็มไปด้วยปัญหา ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่การทำงานของนิติ มน.ที่อุ้มผางจะมีปัญหาและมีความล่าช้า
อ.แหววมีอะไรมากมายที่จะบอกชาว มน. และจะเล่าให้คนทั้งโลกฟังเกี่ยวกับงานของนิติ มน. ที่อุ้มผาง
ในประการแรก อีเมลล์ฉบับนี้คงไม่อาจบอกความคิดของ อ.แหววได้ทั้งหมด เมื่อไม่มีเวลามากนักที่จะเขียนถึงความคิดของ อ.แหววต่อเรื่อง การเดินทางของ มน. เพื่อทำงานบน "ห้องทดลองทางสังคม" บน พื้นที่อุ้มผางได้ อ.แหวว จึงได้ยกมือถือคุยกับ อ.เกลในวันที่ ๙ และ อ.เงี๊ยบในวันที่ ๑๐ จึงขอให้ท่านที่อยากฟังโดยละเอียดโปรดถามจาก อ.เกล และ อ.เงี๊ยบ หรือรอคอยบทความที่ อ.แหววจะเขียนถงเรื่องนี้
ในประการที่สอง อยากบอกว่า อุ้มผางศึกษาเป็นความสำเร็จและเป็นเกียรติยศของ นิติ มน. การทำงานนั้นก็ย่อมมีทั้งความสำเร็จและความไม่สำเร็จ แต่การไม่ทำงานย่อมหมายถึงความไม่สำเร็จโดยสิ้นเชิง เมื่อ มน. ทำงาน และทำงานบนพื้นที่ยากจนและห่างไกล จึงเป็นการเดินทางที่น่ายกย่อง เหมือนที่ท่าน อ.วิจารณ์ยกย่องนิติ มน. เสมอในทุกวาระที่ท่านพูดถึงคณะนิติศาสตร์
เรื่องของอุ้มผางเป็น “เส้นทางเกียรติยศ” ที่คณะนิติศาสตร์หนึ่งได้ทำขึ้นในประเทศไทย มิได้หลงไหลไปในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนรวยเท่านั้น
ในประการที่สาม ในสายตาของ อ.แหวว อุ้มผางศึกษานำไปสู่การทำงานใน นิติ มน. ใน ๓ ลักษณะ กล่าวคือ
(๑) งานการศึกษา ซึ่งอาจใช้พื้นที่อุ้มผางในการฝึกฝนวิชาชีพ และจริยธรรมให้แก่นักศึกษา เมื่อมนุษย์ตัวน้อยเป็นนักกฎหมายที่ใช้กฎหมายเป็นและเป็นคนดี ประเทศชาติก็คงเป็นไปด้วยดี
(๒) งานวิจัยค้นคว้า ซึ่งอาจใช้พื้นที่อุ้มผางและคนในพื้นที่เป็นวัตถุแห่งการศึกษา นับแต่การมาถึงของ อ.ด๋าวและ อ.ไหม งานวิจัยที่ไม่มีโครงการก็เริ่มต้นแล้ว เพียงแต่การทำงานวิจัยแบบที่จะใช้ในการประกันคุณภาพนั้นได้ทำแล้วหรือยัง ยิ่งเมื่อ อ.อุ๋มและอ.วิวกลับมาจากอังกฤษ เราจึงเห็นภาพของอุ้มผางชัดเจน มีปัญหาและโอกาสมากมายบนพื้นที่นี้ เหมือนต้นมะม่วงที่รอการออกผล หรือผลมะม่วงอาจจะมีแล้ว แต่ลืมไปเดินดูกันหรือเปล่า กรณีศึกษา ๒๖ กรณีศึกษาซึ่งฝึกให้นักศึกษาทำก็เป็นสิ่งที่ดี ที่พวกเขาได้จับต้องของจริง แต่เขาอาจจะวางมือเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปเมื่อเปิดเทอม เมื่อต้องเรียนวิชาอื่นๆ แต่คณาจารย์หรือมวลมิตรของนิติ มน. สานต่อได้นะคะ อันนี้ล่ะที่ อ.แหววเตือน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องดึงคนในสังคมไทยให้เข้าใจสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในอุ้มผาง “ระดับหนึ่ง”
และ (๓) งานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ซึ่งอาจใช้พื้นที่อุ้มผางในการรับใช้สังคม เรื่องของนางชิชะพอหรือนายไหล่โผ่ลดูเป็น “กรณีตัวอย่าง” ให้ชาวนิติ มน.ได้ตรึกตรอง การจัดการปัญหาไม่ยาก วิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคลได้พิสูจน์ถึงความมีประสิทธิภาพของตัวเอง ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่การเดินทางของชาวนิติ มน. เราคงห้ามคนกะเหรี่ยงอุ้มผางไม่ให้ป่วยหรือมีปัญหาอื่นด้านสิทธิมนุษยชนมิได้ แต่การมีคนจากนิติ มน.ที่จะคอยเป็น “แพทย์ทางสังคม” หรือ “วิศวกรทางสังคม” สำหรับพื้นที่ยากจนและห่างไกลนี้ ย่อมจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับบุคคลากรทุกด้านของ นิติ มน.
ในประการที่สี่และเป็นประการสุดท้าย การเปิดพื้นที่พูดคุยกันถึง “อุ้มผางศึกษา” ในนิติ มน. เอง หรือใน มน. หรือในสังคมไทย หรือในสังคมโลก ย่อมเป็นบทเรียนหรือตำราที่สำคัญค่ะ ไม่มีนักวิชาการมากนักในประเทศไทยในโลกที่สนใจ “กะเหรี่ยงอุ้มผาง” ซึ่งยากจน ไร้การศึกษา และสุขภาพไม่ดี ทั้งที่จำนวนไม่น้อย ก็คือ คนสัญชาติไทยที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร คณาจารย์หลายท่านในนิติ มน. อาจไม่ทันเห็น “ต้นไม้แห่งความรู้” ที่มีชื่อว่า “อุ้มผางศึกษา” นะคะ เรามาคุยกันบ่อยขึ้นนะคะ ขอขอบคุณทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาที่ทำให้เกิด "ห้องทดลองทางสังคม" บน พื้นที่อุ้มผาง อ.แหววยังเอาใจช่วยตลอดเวลาค่ะ
สุดท้ายอยากให้ อ.เกล และ อ.เงี๊ยบเดินต่อไปเถอะค่ะ สร้างนักกฎหมายสักกองทัพเพื่อคนในพื้นที่ชายแดนที่ห่างไกลความเจริญ ไม่ต้องลงมาทำเอง แค่ ๒ คน ๔ มือไม่พอค่ะ
ปัญหาต่างๆ ในการทำงานที่อุ้มผาง ก็คือบทเรียนสำหรับชาวมน. และสังคมไทย งาน ๓ ด้าน ซึ่งปรากฏตัวแล้วใน นิติ มน. เป็นสัญญานที่ดีของ "ต้นไม้แห่งความรู้เพื่อการจัดการปัญหาและสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนด้อยโอกาส" สำหรับชาวอุ้มผาง และจะเป็น “ต้นแบบการจัดการความรู้” ที่กำลังเติบโตหน้าคณะนิติศาสตร์ มน. รดน้ำ พรวนดินกันต่อไปนะคะ
พื้นที่อุ้มผาง-พื้นที่ห่างไกลความเจริญ กันดาร ไม่ค่อยมีคนอยากมาอยู่อาศัย นี่เเหละทำให้เป็นปัญหาของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ