ครูก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะอยากเรียนไหม ครูรู้แต่ว่าครูเต็มใจที่จะสอน ขึ้นอยู่กับเธอว่าจะรับมันไหม

06.30 น. วันนี้ตื่นค่อนข้างไม่เร่งรีบเพราะไม่มีหน้าที่รับผิดชอบตอนเช้า ๆ ก็ทำธุระส่วนตัวไปนานเสียประมาณครึ่งชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วงว่าเพื่อนจะไปโรงเรียนไม่ทันคุณนิตยาจึงโทรมาตรวจสอบว่าเราตื่นหรือยัง....ขอบคุณครับ

07.20 น. ถึงโรงเรียนลงชื่อปฏิบัติงาน และรอเข้าแถวเคารพธงชาติกับคุณครูและนักเรียน ตอนเช้าครูเวรประจำวันแจ้งว่านักเรียนขั้น ม. 2 ต้องไปเข้าค่ายธรรมะที่วัด...พอได้ยินประโยคนี้เราก็ทำใจเลยเวลาเรียนหายไปอีกแล้วห้องละสามคาบ เวรกรรมแล้วฉํนจะสอนทันไหมเนี่ย แต่ก็ทำอย่างไรได้ก็เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่โรงเรียนจัด

08.30 น. สอนชั้น ม. 2/4 เรื่องชีพจรและปอดเทียม คาบเช้า ๆ นักเรียนก็สดชื่นดีเพราะยังไม่ได้รับสาระการเรียนรู้วิชาใดอัดเข้าไปใรดสตประสาทส่งตรงไปยังสมอง เราก็เลยรู้สึกว่าสอนได้แบบน้ำไหลไฟดับเพราะนักเรียนให้ความร่วมมือดี...

10.10 น. สอนชั้น 2/1 วันนี้สอนเรื่องระบบขับถ่ายของเสีย การเขียนแผนการสอนของเราวันนี้เป็นแบบเทคนิค jigsaw  ที่ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มการเรียนเป็นกลุ่ม ๆ และให้สมาชิกของแต่ละกลุ่มที่ได้เนื้อหาเรื่องเดียวกันของแต่ละกลุ่มแยกตัวออกมาช่วยกันหาข้อมูลแล้วกลับไปอภิปรายความคิดกับสมาชิกในกลุ่มกลุ่มเดิม...

เป็นครั้งแรกที่ลองใช้วิธีการสอนแบบนี้แบบตั้งใจ ผลที่ออกมาก็คือนักเรียนก็ยังงง ๆ ว่าครูให้พวกหนูทำอะไร เราก็อธิบายง่าย ๆ ว่าหนูมีกลุ่มของหนูอยู่แล้วแต่หนูมีหน้าที่หาความรู้ในเรื่องที่หนูได้มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เด็กก็เข้าใจและปฏิบัติ มันออกจะดูวุ่นวายไปบ้างแต่ก็ช่วยให้เด็ก ๆ เกิดการกระตืิอรือล้นที่จะหาข้อมูลมาให้กลุ่มของตน เท่าที่สังเกต เด็กผู้ชายจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือจนเราเองต้องเดินไปควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดไม่อย่างนั้นไม่ยอมทำ แต่การสอนแบบนี้ถ้าวางแผนไม่ดีก็อาจจะทำไม่สำเร็จภายในคาบเดียว (50 นาที + เวลาที่เสียไป) ดังเช่นวันนี้สุดท้ายก็ต้องให้กลับไปทำผังมโนทัศน์มาส่งเป็นการบ้านจนได้ แต่ก็ไม่ลองสอนดูก็ไม่รู้นี่นา...

12.00 น. วันนี้อาหารกลางวันเป็นลาบอีสาน รสชาดก็ไม่อร่อยนัก วันนี้ยอมรับว่าไม่ค่อยอร่อย แต่ก็ยังกินจานพูน ๆ ไ้ด้อยู่นะ เพราะหิว...ในบันทึกเมื่อวานนั้นลืมเล่าว่าตอนที่ไปดูแลนักเรียนรับประทานอาหารกลางวันซึ่งเป็นเวรที่ต้องปฏิบัตินอกเหนือจากช่วงเช้า อาหารเมื่อวานเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ทำด้วยเส้นหมี่ขาวมีน้ำก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงเรียบร้อยแล้วมาจากโรงครัว เราก็รอให้เด็กโตตักให้เด็กเล็กที่ยืนเรียงแถวเข้าคิวรับอาหารกันจนครบก่อน ครูค่อยรับอาหารทีหลัง ซึ่งอาหารก็เกือบจะไม่พอดีกับจำนวนคน รสชาดของก๋วยเต๊่ยวที่เด็ก ๆ กินกันนั้นบอกได้เลยว่าเผ็ดมากขนาดครูอย่างเรายังนั่งปากแดงเลยทีเดียว...

เด็ก ๆ ถามว่าครูเผ็ดเหรอคะ...เราก็ถามกลับไปว่าเผ็ด ๆ แบบนี้เด็กเล็ก ๆ กินกันได้ด้วยหรือ นักเรียนคนนึงตอบว่าเด็กดอยกินไม่ยากหรอกค่ะ มียังงัยก็กิน มันจำเป็นต้องกิน...ฟังแล้วนึกถึงเด็ก ๆ ที่มีโอกาสกินอาหารดี ๆ มาเรียนก็กลับบ้านได้ไม่ต้องอยู่โรงเรียนประจำ แต่เวลาเรียนตั้งใจน้อยกว่าเด็กเหล่านี้อีก...ชีวิตคนเราบางครั้งอะไรก็ไม่เท่าเทียมกันนะ แต่ก็อยู่ที่ว่าจะทำตัวแบบไหนให้ชีวิตมีคุณค่า

13.50 น. สอนชั้น ม. 2/2 เรื่องชีพจร คงเป็นเพราะช่วงบ่ายที่อาาศค่อนข้างร้อน เด็ก ๆ ก็คงเหนื่อยล้ากับการเรียนมาแล้วสี่คาบ บางคนก็ฟุบหลับกับโต๊ะเรียน เราก็พยายามที่จะกระตุ้นให้ลุกขึ้นมานั่ง หรือทำให้หายง่วง ก็เข้าใจว่าบางครั้งคนเราเวลาง่วงมาก ๆ มันก็สุดจะทนบังคับร่างกายไม่ให้หลับได้ (เพราะเราเองก็เป็นอยู่บ่อย ๆ ) แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจคือเมื่อให้ทำกิจกรรมวัดชีพจรของแต่ละคนมีหัวโจกสองสามคนที่ทำให้บรรยากาศมันเป็นภูเขาไฟระเบิดด้วยการยั่วโทสะผู้สอนด้วยการเล่นซนไม่สนใจเรียนและรบกวนคนอื่น เราก็เลยจัดการด้วยการดุให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

พอดีนึกถึงคำพูดที่น้องฟ้า (พร ปู่แขก) เคยเล่าให้ฟังเราก็เลยหยิบยกมาใช้บ้างดังมีใจความว่า "ครูก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะอยากเรียนไหมครูรู้แต่ว่าครูเต็มใจที่จะสอน ขึ้นอยู่กับเธอว่าจะรับมันไหม" อาจจะพูดไม่เหมือนเขานะแต่ก็ทำให้ทั้งห้องเงียบเป็นเป่าสากตั้งใจเรียนได้เหมือนกัน ถึงแม้จะขอลอกเลียนลิขสิทธิ์โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน แต่ที่พูดไปก็ออกมาจากใจจริงๆ ครับ

15.30 น. มีคำสังว่าให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์ที่สอนชั้น ม. 2 ไปร่วมกิจกรรมค่ายธรรมะที่วัดโดยไปนอนควบคุมนักเรียน ดังนั้นวันพรุ่งนี้จนถึงมะรืนเรากับน้องคุณหนูหนุ่ย เลยต้องไปนอนวัดกับเด็ก ๆ ก็เป็นกิจกรรมที่ดีนะ แม้จะกระทบการเรียนการสอนไปบ้าง แต่ก็เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องดูแลนักเรียน...

16.50 ลงชื่อกลับบ้าน 

เตรียมสัมภาระไปนอนวัด...