๓ มิถุนายน ๒๕๕๔
กราบสวัสดีค่ะครู
วันนี้ตั้งใจกับตนเองในการติดต่อประสานพื้นที่ จัดคิวให้เรียบร้อย โดยคำนึงถึงข้อจำกัดว่า “เดี๋ยวจะไม่อยู่แล้ว” เพราะกรกฎาคม ถึงกันยายน ต้องเข้าไปอยู่ในกรม เมื่อระลึกเช่นนี้ประหนึ่งเจริญมรณสติกับเรื่องงานค่ะครู ประสานติดต่อ ลงคิวงาน ตั้งมั่นกับตนเองว่า “ใช้ความรู้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” การทำงาน คือ การปฏิบัติบูชาครู พอได้ลงมือทำคุยกับน้องที่จะลงพื้นที่ ได้ข้อมูลว่า “ชาวบ้านไม่ตระหนักว่า การทานยาชุด และยาแผนโบราณที่มีสเตรียรอยด์ปนเป็นปัญหา” เหมือนโจทย์เปลี่ยนเลยค่ะครู ไม่ใช่แค่การไปสอนแล้ว แต่ “ทำอย่างไร ชาวบ้าน จึงจะตระหนักว่า ปัญหา คือ ปัญหาไม่ได้เพิกเฉย” วันที่ ๘ จึงนัดเข้าไปคุยวางแผนงาน ปรับให้เหมาะสมกับบริบท รับรู้ว่าน้องตั้งใจทำงาน มีความมุ่งมั่น รู้สึกประทับใจที่จะได้ไปเป็นแรงใจชวนกัน
อะไรไม่เป็นไปตามคาดหวัง ไม่ค่อยมีเพราะดูเหมือนตั้งใจให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันเป็นค่ะ ส่วนสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เที่ยง ๆแวะพาพี่ ๆ ไปตัดผม ซึ่งก็ไปนั่งลงตัดด้วยอีกคน ครูค่ะ ความรู้สึกเปลี่ยน ระลึกถึงคำสอนครูบาอาจารย์ขึ้นมาว่า “มันมัวยุ่งวุ่นวายแต่กับของเน่า ของไม่เป็นสาระ” ระหว่างที่ถูกตัดผมใจแว๊บนึกถึงตอนตัดขนสุนัข ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยตัดเอง รู้สึกว่า ตอนถูกตัดขนมันคงรู้สึกแบบนี้ ถามว่าห่วงสวยไหม ก็มีนะคะครู แต่เอาสบายเป็นหลัก จากทรงเดิมที่ช่างตั้งใจให้สวยเริ่ด อินเทร็น จึงเอ่ยกับช่างว่า
“พี่ค่ะ ขอแบบสบาย ๆ สระผมเสร็จเดินออกจากบ้านได้เลย ก้มลงไม่มีผมปิดหน้า เปิดหูหน่อย อะไรประมาณนี้ค่ะ”
ช่างบอกว่า “แก้ไขได้”
ตัดเสร็จมอง ๆ ในกระจก อ้าวเหมือนทรงที่ตัดเองครั้งแรก ๆ เลยค่ะ แปลกดี
เดินมาหาพี่ ๆ พี่อ้อบอกว่า “รู้งี้ปล่อยให้น้องมันตัดเองดีกว่า” ฮ่า ๆ ๆ ๆ
“พี่ชอบทรงที่ยังตัดไม่เสร็จก่อนที่ช่างจะจับปัตตาเลี่ยนมาแถ”
นึกขึ้นได้ จึงตอบพี่อ้อว่า
“ดูเหมือนตอนนั้นเขาก็จะพอแล้วพี่ แต่น้องบอกเขาว่า เอาสบาย ๆ ไม่ปิดหน้า เปิดหูให้ด้วย อะไรประมาณนี้จึงได้ทรงนี้”
จึงถึงบางอ้อกันว่า “ช่างออกแบบมาถูกใจพี่ ๆ แต่น้องขอสบาย เลยเป็นเช่นนี้”
ก็ได้เรียนรู้กับตนเองว่า “ถ้าจะตัดที่ร้านแล้วบอกแบบนี้ ตัดเอง น่าจะดีกว่า”
ผมตัดได้ก็ยาวได้ ก็แปลกดีนะคะครู เมื่อก่อนติ๋วเสียเวลากับสิ่งที่เรียกว่า “ผม” มาก ๆ เดี๋ยวยืด เดี๋ยวดัด เดี๋ยวทำสี ตอนนี้ก็มารับกรรม โดยการผมหงอกเร็วกว่าวัยอันควร ร่วม ๆ กับโดนผึ้งต่อยที่หัวด้วย ดูจะไปกันใหญ่ เป็นปัจจัยส่งเสริมได้อย่างดี เป็นบทเรียนที่ใช้ชีวิตเรียนมาบอกได้เต็มปากว่า
“ถ้าทำอะไร ๆ กับผมมาก เอาสารเคมี มาใส่หัวมาก ๆ ผมจะหงอกเร็วค่ะ”
เห็นอีกอย่างคือความไม่หวั่นไหว เพราะพอตัดผมเสร็จ พาพี่ ๆ ไปทานส้มตำ ที่จอดรถหายาก พอให้พี่ ๆ ลงแล้วก็ขับไปหาที่จอดไม่ไกลนักค่ะ ถ้าปกติไม่เข้าจอดแน่ ๆ เพราะแคบมาก แต่ก็รู้สึกว่า “ลองดู” ค่อย ๆ ถอยสองสามทีแบบไม่หวั่นไหวไม่นานก็จอดได้ จอดเสร็จเข้ามาหาพี่ ๆ มองไปที่รถตนเอง กับช่องที่เข้าจอดนึกขึ้นมาว่า “จอดได้ไงหว่า รับรู้กับตนเองตั้งแต่ที่ร้านตัดผมว่า พยายามมีสติกับทุกสิ่งอย่างเกาะลมหายใจ เหมือนตอนตัดผมมันมีจังหวะนิ่งอยู่ข้างในด้วยค่ะ ส่งผลต่อเนื่องมา ระหว่างจอดรถ เมื่อมีความตั้งใจแล้วก็ทำเลย มันจะไม่มีความหวั่นไหว ไม่มีความคิดมาสั่นไหวการกระทำเลยค่ะครู
ตอนออกจากร้านฝนตกหนัก ติ๋วเดินนำ พี่ ๆ เดินตามหลังแล้วแซวว่า “เดินเหมือนฝนไม่ตก” เป็นประเด็นที่สะกิดใจค่ะ จึงหยิบมาพิจารณากับตนเอง ตามบันทึกนี้(จังหวะการเดินผ่านฝน)
จะเอาไปทำอะไรต่อ กับสิ่งที่ได้เรียนรู้ เมื่อได้ทวนสอบกับตนเอง กับเหตุการณ์เป็น ขณะ ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง รู้สึกว่า เข้าใจกับตนเองมากขึ้นค่ะ..................กราบขอบพระคุณค่ะ
กลับมาเล่าต่อได้แล้วนะครับอาจารย์
หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านพี่ สบายดีค่ะ (^_^)