ช่วงเวลาตลอด ๔-๕ ปีที่ผ่าน ตั้งแต่ได้เรียนรู้งานจัดการความรู้กับครูใหม่ สิ่งที่ต้องทำอยู่เป็นประจำคือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะต้องเป็นเรื่องเล่า และเรื่องเล่านั้นก็จะต้องเป็นเรื่องเล่าที่ประสบความสำเร็จ และรู้ว่าทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จเช่นนั้นได้
จากนั้นสิ่งที่ถูกคะยั้นคะยอให้ทำต่อก็คือ “แคทเขียนสิ” แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า “คุณลิขิตก็บันทึกไว้แล้วนี่ จะต้องเขียนอีกทำไม”
เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะตื่นนอนตอนเช้า ก็เกิดความเข้าใจเรื่องนี้อย่างฉับพลัน เมื่อ เรื่อง ๓ เรื่อง ๓ พื้นที่ มาเจอกัน
เรื่องแรกคือเรื่องการจัดการเรียนรู้ให้เด็ก ที่โรงเรียนย้ำนักย้ำหนาว่าเราจะต้องการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เราจะไม่บอกความรู้ของเราให้กับเด็ก เพราะมันคือความรู้ของเราไม่ใช่ความรู้ของเด็ก ตอนที่โรงเรียนจัด workshop ให้ ก็เข้าใจ และก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ถ้าเด็กจะสามารถเข้าถึงความรู้ได้ด้วยตัวของเด็กเอง โดยผ่านกิจกรรมที่ครูวางแผน จัดเตรียมไว้ให้ ความรู้นั้นก็จะเป็นความรู้ของเด็กเอง
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการภาวนา ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องการเรียนรู้ และการที่ได้คลุกคลีกับเด็กเล็กมา ๑ ปี รวมทั้งการได้รู้จักกับจิตตปัญญา เลยคิดว่า ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ ควรจะไปพัฒนาตัวเองในเรื่องภายใน เพราะรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาที่เป็นครูที่เพลิน ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้เราเป็นครูได้นั้น โรงเรียนได้ให้เราเรียนรู้มามากแล้ว เราควรจะหาเวลาเรียนรู้ในเรื่องภายในด้วยน่าจะดี คงเป็นการเติมเต็มส่วนที่ยังพร่องอยู่ได้ดีขึ้นไปอีกด้วย
เมื่อไปที่วัดสนามใน สิ่งที่พระอาจารย์ให้ทำมีอยู่อย่างเดียว นั่นคือการปฏิบัติ ที่นั่นแทบไม่มีการเทศน์เลย ไม่ต้องคิด ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องเขียน ให้ลงมือทำอย่างเดียว พระอาจารย์ย้ำว่า ปัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อเราปฏิบัติ บอกให้ หรือคิดเอา นั่นยังไม่ใช่
ด้วยศรัทธาที่มีอยู่เดิม ทำให้ลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระอาจารย์จนครบเวลาที่ตั้งใจเอาไว้
หลังจากออกจากวัดมา ก็ได้ไปร่วมงานจัดการความรู้ซึ่งเป็นมีการตีความเรื่องที่ ดร. โนนากะได้พูดไว้ในครั้งที่แล้ว ในงานนี้สิ่งที่นักจัดการความรู้ที่เก่ง ล้วนพูดถึง“ปัญญาปฏิบัติ” ฟังดูแล้วคล้ายกับว่า มันคือหัวใจของการจัดการความรู้เลยทีเดียว และนี่เป็นส่วนผสมที่ ๓ ของคำตอบต่อคำถามที่สงสัยมาตลอด
ชอบอ่านเรื่องของคุณครู ชอบเรื่องที่คุณครูเล่า และ ชอบชื่อโรงเรียนด้วยล่ะ สงสัยต้องนำมาใช้บ้าง
โรงเรียนบ้านหนองผือ (เพลินพัฒนา)
ด้วยความยินดียิ่งค่ะ
:)
*ขอบคุณค่ะ..การรู้แจ้ง.รู้จริง..เกิดจากการปฏิบัติ นะคะ..
*พี่ใหญ่เก็บ ภาพดอกว่าน ที่ ครูใหม่ มอบหัวมาให้ปลูกเป็นของขวัญเมื่อปีใหม่นี้..ได้คั้งไว้ที่ริมหน้าต่างกระจกห้องทำงานค่ะ..ดูทุกวันและคิดถึงคนให้ที่น่ารัก
ขอบคุณพี่ใหญ่มากค่ะ ที่ระลึกถึงน้องสาวคนนี้อยู่เสมอ...
ที่ดอกไม้ผลิดอก คงเพราะคนปลูก "มือเย็น" :)