ชีวิตที่พอเพียง : ๑๒๖๐. กระแสโลกที่น่าตกใจเรื่องการซื้อหรือเช่าที่ดินโดยทุนข้ามชาติ
9 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กุลมาตา · 1 มิ.ย. 2554
hikaruss · 1 มิ.ย. 2554
ไผ่ไม่มีกอ · 1 มิ.ย. 2554
saodara · 1 มิ.ย. 2554
นายช่างใหญ่ · 1 มิ.ย. 2554
นายต้องการ · 1 มิ.ย. 2554
"...ผมขอชักชวนเกษตรกรว่า อย่าขายที่ดินเป็นอันขาด ในอนาคตที่ดินจะมีคุณค่าและมูลค่ามากกว่าในปัจจุบันอย่างมากมาย..."
ครับ เป็นคนไทย ต้อง เช่าที่ ในประเทศไทย เป็น ที่อยู่ ที่ทำกิน ประเทศไทยจะมีราคาเท่าไร?
มีการคิด คาดการไว้ว่า ประเทศที่พิมพ์เงินออกมาใช้(แก้ปัญหาเศรษฐกิจ) เช่น สหรัฐอเมริกา มี การลงทุน ในด้าน ที่ดิน(เกษตร) นอกประเทศสูง (เอาเงินที่พิมพ์ออกมา--no real value-- เปลี่ยนเป็น ที่ดิน--hard asset--)
ความโลภของบางคน ขายที่ ขายความมั่นคง ขายชาติ (บางคนอาจจะพูดได้ว่า) โดยไม่รู้ตัว
เมื่อคืนผมคุยกับแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวรายหนึ่ง ที่ย้ายมาจากยะลา เนื่องจากเป็นไทยพุทธ
เค้าบอกว่า ที่โน้นอยู่ยากมาก
รายได้จากการขายสินค้าที่โน้นลดลงจนน่าใจหาย จากเดือนละเป็นหมื่นเป็นแสน ลดลงฮวบฮาบ จนแทบอยู่ไม่ได้
ความเสี่ยงสูง จากการขึ้นblack list
อยู่ไปก็มีแต่เสี่ยงกับเสีย ตัดสินใจขายที่
สู้ย้ายมาตั้งตัวใหม่ที่นี่ แม้จะมีรายได้ไม่มากนัก แต่ก็นอนตาหลับ
ปัญหาทางโน้น ไม่แน่ใจว่า จะเป็นการยึดครองเป็นเมืองขึ้นรูปแบบใหม่ ด้วยหรือไม่ครับอาจารย์
ขอบพระคุณมากนะครับ
...เรื่องนี้ได้ยินมานานแล้ว...ชาวนาชาวไร่ไทยหอบโฉนดที่ดินเป็นตั้งๆรวบรวมกันขาย..(เพราะเขาให้ราคาดีกว่าธนาคาร)..นี้เป็นคำบอกเล่าจากคุณครูที่บุรีรัมย์...เมื่อตั้งคำถามนี้ขึ้นมา...(ขาย..หรือไม่ขาย...แรงงาน..ที่ขายไป..ไม่ว่าอาชีพใด..พอเพียงกับ..ความเป็นอยู่หรือไม่...ใครเป็นผู้..กำหนด คุณค่านี้..."เมื่อความสมดุล" ไม่มีโอกาศ เกิด..เนื่องจาก..พลัง อำนาจในรูปแบบต่างๆ..เติบโตไปในทางลบ..).......
ผมมีที่ไร่ที่นาอยู่ต่างจังหวัด เกือบ ๓๐ ไร่ กะว่าจะขาย เพราะไม่มีเวลาไปดูแล คนที่บ้านยับยั้ง บอกว่า เอาไว้ให้ลูกหลาน อีกหน่อยมันจะไม่มีให้ซื้ออีกแล้ว นะ อ่านบทความของอาจารย์แล้ว ตาสว่างเลย
โลกเรานี่ก็แปลก ที่มนุษย์นี่นะ คิดไปได้อย่างไร
หลังเปิดประเทศเพราะ"ประชาคมอาเซียน" ผมว่าจะเห็นกันชัดเจนกว่านี้แน่นอนครับท่านอาจารย์
การเปลี่ยนเเปลงต่อแต่นี้ไป จะเป็นลักษณะ
1.นายทุนใหญ่เข้าครอบครองที่ดิน มีกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินผืนใหญ่
(จะโดยตรงหรือผ่านตัวแทน ก็เป็นเรื่องที่เค้าทำกันอยู่แล้ว)
2.ใช้เทคโนโลยีการจัดการขั้นสูง ทั้งด้านพันธุกรรมพืช ใช้เครื่องจักรกลแทนแรงงานคน เน้น High Yield /Low Cost +Efficiency เป็นอุตสาหกรรมตั้งแต่ ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ...
3.ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปเป็นผู้บริโภค เป็นแรงงาน โดยสมบูรณ์แบบ
การเตรียมการรับมือ
1.เกษตรรายย่อยต้องร่วมมือกัน share cost และ utilize การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรร่วมกัน "รองรับปัญหาการขาดเเคลนแรงงาน" ด้วยการรวมกลุ่ม รวมพื้นที่ ตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 ไร่ = 1-2 ตร.กม. (1 ตร.กม.=625 ไร่) ปรับปรุงการผลิตร่วมกัน มีทิศทางเดียวกัน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาดตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น สร้างอำนาจต่อรอง สร้างเครือข่าย ให้ครบวงจรมากขึ้น เลิกประท้วง แต่ร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา "ด้วยปัญญา" ไม่ใช่เอาคนหมู่มาก ลากเข้าการเมือง
2.เกษตรกร "ห้ามขายที่ดินทำกิน" โดยเด็ดขาด
"คนที่มีที่" ก็คือ "คนที่มีทาง"
"คนไม่มีที่ ก็ไม่มีทาง"
เกษตรกรที่จนที่สุดก็คือ "คนไม่มีที่ดินทำกิน"
ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ของการทำเกษตรด้วย "การเช่า ที่คนอื่นทำ"
ก็คือ "เกษตรกรไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ ผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการผลิต สิ่งแวดล้อม" ไม่มีความมั่นคง เป็นหลักประกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถูกเวียนคืน
คนเช่า : มุ่งหวัง สูบผลประโยชน์อย่างเต็มที่บนพื้นที่เช่า ต่อรอบการผลิต ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาเร่งทั้งหลาย เพื่อกำไรสูงสุด หลังหักค่าเช่า
ผู้ให้เช่า เจ้าของที่ : ก็ต้องการเก็บค่าเช่า โดยอิงค่าเสียโอกาสตามราคาตลาด มองตามมูลค่าที่ดิน ไม่ได้มีจิตวิญญาณ ของลูกพระแม่ธรณีบน ที่ยืน ผืนโฉนด
ระบบนาเช่า ที่เช่า:จึง นำมาซึ่ง สิ่งปนเปื่อน ความเสื่อมโทรม เป็นนิยายน้ำเน่าในท้องนา เป็นระบบที่ทำลาย ความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพชีวิต และสิ่งเเวดล้อม ครับ
3.ผู้ที่เกี่ยวข้อง : จะนั่งดูอยู่ห่าง ๆ หรือช่วยลงมือทำ ก็อยู่ที่ท่าน ครับ เพราะวันหนึ่งอีกไม่นานก็ถึงตัวแล้วครับ
สรุป : เก็บภาษีมรดก ให้ได้จริงๆ ซักที่เถิดครับ
http://www.gotoknow.org/blog/supersup300/409979
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนรับมือให้ดี ยิ่งปี 2558 จะเปิดการค้าเสรีอาเซียนอีก ทุนข้ามชาติจะทำให้รายย่อยล้มหายตายจากไปอีกมาก คือกลายเป็นเช่าที่ตัวเองในอดีต ทำนา ทำสวน ทำไร่ เพราะเสียที่ดินให้นายทุนแล้ว หากชาวบ้านไหวตัวไม่ทัน คงจะต้องเสียที่นาเพิ่มขึ้นเป็นแน่ ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม แบบเอาจริงเอาจัง เป็นเน้นการพูดเป็นหลัก อยากเป็นการปฏิบัติจริงๆครับผม บ้านเมืองจะแย่หลายมิติ ยังไงก็ช่วยทำอะไรให้จริงจังด้วยเถิดครับผม
ด้วยความเคารพครับผม
นิสิต
เลิกเน้นการพูดเป็นหลัก อยากให้เป็นการปฏิบัติจริงๆ (ข้างบน ผิดครับผม)
ต้นกล้า --- "สรุป : เก็บภาษีมรดก ให้ได้จริงๆ ซักที่เถิดครับ"
Yes, we wish ;-)
But Thai land under corporate control is not 'มรดก' because companies don't die.
ภาษีที่ดิน อาจจะเป็น กลไกที่ดีกว่า เก็บตามราคาซื้อขายตลาด ถ้าไม่มีบ้านในสำมะโนครัวบนที่ หรือไม่ได้ใช้เป็นที่ ผลิต"อาหาร"หรือ"ยา" ;-)
อย่าขายพยายามหาวิธ๊ทำกินในที่ดินของตนเอง
มีที่ไม่มีปัญญาทำเอง ไปเรียนปริญญาตรีมาทำการค้า และเคลื่อนไหวประชาสังคม
จึงให้เขาเช่า ได้ข้าวปีละไม่กี่ถัง ถ้าไม่มีตังค์ใช้คงขาย
อยากหาคำตอบเหมือนกันครับ ว่าควรทำอย่างไร
ตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะอาจารย์...เพราะที่ดิน (ที่นา) แถวบ้านถูกกว้านซื้อตอนนี้เกือบ 200 ไร่ แล้วค่ะ คนซื้อเป็นคนไทยค่ะ แต่ที่น่าสงสัยคือ เป็นนายหน้าหรือเปล่านะค่ะ เพราะตามประวัติ นายคนนี้เป็นคนที่อื่นแล้วมาอาศัยทำมาหากินในหมู่บ้าน แต่คง ไม่
ประสบความสำเร็จ ก็เลยย้ายไปอยู่ที่อื่น ต่อมา นายคนนี้กลับมา มีเงินมาซื้อที่ดินเป็น 100-200 ไร่ และก็ยังซื้ออยู่ทุกวันนี้ ถ้าเจ้าของที่ดินคนใหนต้องการขาย..ดิฉันเคยไปแย่งซื้อกับนายคนนี้เหมือนกัน แต่สู้เค้าไม่ได้เพราะเค้าซื้อในราคาที่สูงมากๆ เช่น ปกติ
ซื้อขายกันไร่ละ 1 แสนบาท นายคนนี้เค้าซื้อ 1 แสน 5 หมื่นบาท สู้เค้าไม่ได้จริงๆ ค่ะ และตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าที่ดินที่ซื้อไป เค้าจะทำอะไรในที่ดิน ทุกวันที่ดินที่นายคนนี้ซื้อไป เค้าให้ชาวบ้านทำกินอยู่ค่ะโดยจ่ายเป็นค่าข้าวหัวนา หากวันใดถ้าเค้าซื้อที่ดิน จน
ครบตามที่ต้องการ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าทุกเจ้าทั้งท้องทุ่งหรือเปล่า ถ้าเค้าเอาที่ดินคืนหรือเอาไปทำอย่างอื่นที่ไม่ไช่ทำนา ชาวบ้าน ประมาณ 30-50 ครอบครัว จะไม่มีที่นาทำนา และชาวบ้านที่รับจ้างโดยไม่ทำนาอีก ไม่ต่ำกว่า 100 ครอบครัว (ทำงานแลกข้าว) ก็จะไม่มี
ข้าวกิน ปกติก็ยากจนอยู่แล้ว ดิฉันและหลายๆ คนในหมู่บ้าน ไม่เชื่อว่านายคนนี้จะมีเงินมากขนาดนั้น(ไม่ได้ดูถูกนะค่ะ) น่าจะมีนายทุนหนุนหลัง น่ากลัวเป็นชาวต่างชาตินะค่ะ และได้อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วยิ่งน่าเป็นห่วงจริงๆ ค่ะ ประเทศไทย ทำยังไงดีค่ะ...
...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม .. ใช่ใหมค่ะเน๊ยะ
ข่าวเมื่อ 9 ก.ย. 2554 ค่ะ " กมธ.เศรษฐกิจ ส.ว. แถลงผลหารือสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน พบ ชาวต่างชาติถือครองที่ดินผ่านตัวแทนอำพรางแล้วกว่า 100 ล้านไร่ พร้อมเรียกร้อง เร่งแก้ปัญหาดังกล่าว
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา แถลงข่าวการร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจฯ กับผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการพิจารณาถึงปัญหาและผลกระทบ กรณีการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติผ่านตัวแทนอำพราง
ซึ่งจากการเปิดเผยข้อมูลของ ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ รอง รศ.ปิยะนุช โปตะวณิช อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พบว่าขณะนี้ พื้นที่ของประเทศไทย ถูกชาวต่างชาติครอบครองแล้วประมาณ 100 ล้านไร่ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ทางเศรษฐกิจริมชายหาด เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะช้าง รวมไปถึงริมทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยกลุ่มชาวต่างชาติใช้วิธีหลีกเลี่ยงกฎหมาย อีกทั้งการครอบงำพื้นที่ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายให้รัดกุมและเข้มแข็งต่อไป "