สัปดาห์นี้ ขอเลือกเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 6 เรื่อง คือ


 

         1. วันที่ 24 พ.ค.54  คุณเจริญ ผู้สอบเป็นครู ศรช. ได้รับการเรียกตัวมาแต่งตั้งเป็นครู ศรช. ที่ อ.บางปะอิน  โทรศัพท์มาถามความเห็นผมว่า ปัจจุบันทำงานเอกชนอยู่ เงินเดือนหมื่นกว่าบาท ควรจะลาออกมาเป็นครู ศรช. หรือไม่   ครู ศรช.จะได้สอบเป็นพนักงานราชการหรือไม่  และยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจะเป็นครู ศรช. ได้หรือไม่  ทำอย่างไรจึงจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู    ผมตอบว่า

             1.1  ทำงานเอกชนเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ควรลาออกมาเป็นครู ศรช. ดีหรือไม่   ขอให้ตัดสินใจเอง  ( ปัจจุบันครู ศรช.เงินเดือน 7,940 บาท  ปีงบประมาณ 2555 คงเพิ่มเป็น 8,700 บาท )

 

             1.2  จากการสำรวจเมื่อปี 2553 พบว่ามีครู ศรช. 8,672 คน จึงเสนอ ครม. ขอปรับสถานภาพครู ศรช. ทั้งหมด 8,672 คน เป็นพนักงานราชการ ซึ่ง ครม. ก็มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 ส.ค.54   แต่ ณ วันที่ 30 ส.ค.54 มีครู ศรช. 8,823 คน โดยมีครู ศรช. สมัครสอบ 8.563 คน และสอบผ่านได้บรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบลเพียง 8,550 คน  ซึ่งน้อยกว่าที่ ครม. เห็นชอบ  122 คน  ( และตอนนี้ก็มีครู กศน.ตำบลลาออกไปบ้างแล้ว รวมเป็นน้อยกว่าที่ ครม.เห็นชอบประมาณ 150 คน )    ถ้าจะมีการสอบเป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบลอีก ก็จะสอบอีก ประมาณ 150 คน เท่านั้น จะเกินที่ ครม. อนุมัติไม่ได้   โดยจะให้สอบเฉพาะในจังหวัดที่มีครู กศน.ตำบล น้อยกว่าจำนวนตำบล ( จังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ )   ซึ่งจำนวนอำเภอที่ยังมีครู กศน.ตำบลไม่ครบทุกตำบล มีมากกว่า 200 อำเภอ ฉะนั้นถึงจะสอบ บางอำเภอก็จะยังไม่ได้พนักงานราชการเพิ่ม  ต้องรอจนกว่าครู กศน.ตำบล ของตำบลที่มีมากกว่า 1 คน ( จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กทม. ) ลาออก หรือเกษียณ หรือถูกเลิกจ้าง หรือเสียชีวิต หรือย้าย จึงจะตัดอัตราไปให้อำเภอที่มีครู กศน.ตำบลไม่ครบทุกตำบล  ( ไม่ให้ที่เดิมบรรจุคนใหม่แทน )

             ในเรื่องของการเปิดสอบเป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล อีกประมาณ 150 คนนี้ ยังไม่มีกำหนดว่าจะดำเนินการเมื่อไร เพราะ จนท.กจ.มีน้อย ต้องดำเนินการเรื่องอื่น   ท่าน ผอ.กจ. บอกผมว่ากำลังจะเริ่มสำรวจว่ามีตำแหน่งว่างที่ไหนบ้าง ผู้สมัครต้องเลือกอำเภอตั้งแต่ตอนสมัครเลย ( คล้ายการสอบครู ศรช. ) และ บุคคลทั่วไปมีสิทธิสมัครสอบ

 

             1.3  ระเบียบหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ยังไม่บังคับให้ครู ศรช. มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่ถ้าครู ศรช. จะสอบเป็นข้าราชการครู ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู

 

             1.4  ช่องทางที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพครูช่องทางหนึ่งคือ การสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ถ้าสอบผ่านสะสมครบ 9 มาตรฐาน ( สมัครสอบครั้งละกี่มาตรฐานก็ได้ ) ก็จะได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และ เมื่อฝึกสอนครบ 1 ปี ก็ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้
                   ผู้ขอรับการทดสอบต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด  ซึ่งสามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือ http://testth.ksp.or.th   จะมีการเปิดสอบเป็นระยะ ๆ  โดยภาคกลางจัดสอบที่กรุงเทพฯ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา
                   การทดสอบมาตรฐานความรู้นี้ สามารถเลือกทดสอบได้ 9 มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วย  1. ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู  2. การพัฒนาหลักสูตร  3. การจัดการเรียนรู้  4. จิตวิทยาสำหรับครู  5. การวัดและประเมินผลการศึกษา  6. การบริหารจัดการในห้องเรียน  7. การวิจัยทางการศึกษา  8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา และ  9. ความเป็นครู  ( ถ้าที่เรียนปริญญาตรีมา ได้เรียนวิชาพวกนี้แล้ว ก็ขอเทียบโอนในบางมาตรฐานได้ )


   

         2. ( หมายเหตุ ข้อนี้อาจล้าสมัยแล้ว เพราะท่านเลขาธิการ กศน. นายประเสริฐ บุญเรือง พูดในที่ประชุมที่โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ ช่วงงานกฐินพระราชทาน ต้นเดือน พ.ย.55 ว่า จะให้พนักงานราชการ กศน.เกษียณแค่อายุ 60 ปี ) วันเดียวกัน มีผู้ถามในเว็บบอร์ด สพร.กศน. ว่า  พนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล มีการเกษียณหรือไม่   
             กรณีการเกษียณของพนักงานราชการนี้ เทียบเคียงกับข้าราชการและลูกจ้างประจำ คือ เกษียณเมื่อมีอายุครบ 60 ปี ครับ  แต่... หากส่วนราชการประสงค์จะจ้างพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว  พนักงานราชการดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งไม่อาจหาได้โดยทั่วไป   มีความขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของส่วนราชการ   โดยต้องคำนึงถึง ลักษณะงานที่ปฏิบัติ อายุ และสมรรถภาพของพนักงานราชการ รวมทั้งระยะเวลาการจ้างจะต้องไม่เกินระยะเวลาตามกรอบอัตรากำลัง 4 ปี


   

         3. วันที่ 26 พ.ค.54  สมัย  สมภาร ครู กศน.ตำบล ของ กศน.อ.ผักไห่ นี่แหละ  ถามผมว่าเมื่อไรครู กศน.ตำบล จึงจะได้เงินเดือนขึ้น 5 % ( เดือน พ.ค.54 นี้ ก็ยังไม่เห็นขึ้น )    ผมถามข้อมูลจาก อ.อ๊อด สนง.กศน.จ.อย. และ อ.พยอม กจ.กศน.   ได้รับข้อมูลว่า  ตอนนี้ในสังกัด กศน. ได้ขึ้นเงินเดือน 5 % แล้ว เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น เพราะ ก.พ. ส่งหนังสือแจ้งหลักเกณฑ์ของ ขรก.พลเรือนมาให้ดำเนินการแล้ว   ส่วนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งพนักงานราชการทุกตำแหน่ง ยังไม่มีใครได้เงินเดือนขึ้น 5 % เลย    โดยในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ก.ค.ศ. ยังไม่แจ้งหลักเกณฑ์มาให้ดำเนินการเลย
             สำหรับพนักงานราชการนั้น ก.พ.ร. แจ้งหลักเกณฑ์มาให้ดำเนินการแล้ว  แต่จังหวัดต้องออกคำสั่งปรับเพิ่มค่าตอบแทนพนักงานราชการ แล้วส่งไปให้ กจ. ตรวจสอบก่อน ถ้าคำสั่งถูกต้องจึงจะเบิกจ่ายให้ได้   ตอนนี้มีบางจังหวัดคือ จ.ยะลา ส่งคำสั่งปรับเพิ่มค่าตอบแทนพนักงานราชการไปให้ กจ. ตรวจสอบแล้ว   และ กจ. กำลังจะทำตัวอย่างส่งมาให้ทุกจังหวัดดำเนินการ  ( วันนี้ อ.พยอม จะส่งตัวอย่างคำสั่งมาให้ผม ผมขอให้ส่งไปที่ สนง.กศน.จ.อย.    ผมคิดว่ารอให้ กจ. ส่งมาอย่างเป็นทางการจะชัดเจนดี )


   

         4. วันเดียวกัน ( 26 พ.ค. )  คุณสมถวิล กลุ่มพัฒนา กศน.  โทร.มาคุยกับผม เรื่องการรับเด็กในวัยเรียนเข้าเรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน ว่า จะเอายังไงแน่ เพราะผมบอกไว้ที่ http://www.gotoknow.org/blog/nfeph999/437497  ว่า ให้ปฏิบัติตามหนังสือราชการฉบับปี 51  คือ รับเด็กในวัยเรียนเข้าเรียน กศน.ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเขตพื้นที่ ( รับแล้วแจ้งให้จังหวัดทราบ )   แต่  กลุ่มพัฒนา กศน. ตอบในเอกสารถาม-ตอบ ปี 53 ว่า ให้เขตพื้นที่มีหนังสือส่งตัวมา  ซึ่งตอนจะทำเอกสารถาม-ตอบปี 53 นั้น ก็คุยกับผมแล้ว ตอนนั้นผมบอกว่าให้เขตพื้นที่มีหนังสือส่งตัวมา    และตอนนี้กำลังจะมีการอบรมครูแกนนำจังหวัดละ 2 คน ในวันที่ 6-10 มิ.ย. จึงต้องสรุปเรื่องนี้ให้ชัดเจนเผื่อผู้เข้าอบรมจะถาม

             ผมตอบว่า ผมจำไม่ได้ว่าได้คุยกันตอนจะทำเอกสารถาม-ตอบปี 53    แต่ถ้าคุยกับผมก่อนปี 49 ผมก็จะตอบว่า ให้เขตพื้นที่ฯมีหนังสือส่งตัวมา เพราะตอนนั้นส่วนกลางแจ้งมาอย่างนั้น

            ผมให้ความเห็นว่า ส่วนกลางจะกำหนดอย่างไรก็ได้ตามที่เห็นว่าเหมาะสม แต่ขอให้แจ้งมาเป็นหนังสือราชการ เพราะสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามหนังสือราชการฉบับล่าสุดอยู่แล้ว    ความคิดส่วนตัวผม คือถ้าโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนลาออกมา ก็ให้สถานศึกษา กศน. รับได้ แล้วจึงแจ้ง สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ดำเนินการต่อไป    ( คุณสมถวิลบอกว่า มีหนังสืออีกฉบับ คือหนังสือสำนักงาน กศน. ที่ ศธ 0210.04/5719 เรื่องการรับนักเรียนในระบบเข้าศึกษาในสถานศึกษา กศน. ลงวันที่ 11 ธ.ค.51  ระบุว่า กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนในสถานศึกษา กศน. ... ... ต้องใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ )


   

         5. วันที่ 27 พ.ค.54  ได้รับอีเมล์จาก กศน.อ.เมืองราชบุรี แจ้งปัญหาโปรแกรม ITw ว่า  นักศึกษาคนหนึ่ง รหัส 531 จำหน่ายลาออกแล้ว  ภาคเรียนนี้ 541 มาสมัครใหม่  จนท.ขึ้นทะเบียนในโปรแกรม ITw ให้ผิด โดยขึ้นทะเบียนซ้ำสองกลุ่ม แต่สามารถขึ้นทะเบียนได้โดยที่โปรแกรมไม่ฟ้องว่าซ้ำ โปรแกรมถามแต่ว่าเคยเป็นนักศึกษาเก่าจะดึงประวัติมาไหม   จึงทำให้ภาคเรียนนี้ มีชื่อนักศึกษาคนนี้เป็นนักศึกษาใหม่ซ้ำ 2 ชื่อ 2 รหัส   จะแก้อย่างไร ทำไมโปรแกรมไม่ฟ้องว่าซ้ำ    ตอบว่า   ให้ลบประวัตินักศึกษาออก 1 รหัส

             เรื่องนี้ คุณสุขุม  ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม บอกว่า โปรแกรมจะตรวจสอบเพียง 1 เรคคอร์ด เท่านั้น  แต่เฉพาะรายนี้พิเศษกว่าคนอื่น เรคคอร์ดที่ 1 คือรหัส 531  เรคคอร์ดที่ 2 คือรหัส 541 ครั้งที่ 1  และ เรคคอร์ดที่ 3 คือรหัส 541 ครั้งที่ 2    เมื่อเพิ่มประวัติในภาค 541 ครั้งที่ 1 โปรแกรมก็จะฟ้องเฉพาะเรคคอร์ดที่ 1 คือบอกว่ามีประวัติเก่าจะดึงประวัติเก่ามาหรือไม่    และเมื่อเพิ่มประวัติในภาคเดียวกันเป็นครั้งที่ 2 โปรแกรมก็ยังฟ้องเฉพาะเรคคอร์ดที่ 1 เหมือนเดิม    ถ้ารายนี้ไม่เคยมีรหัส 531  เรคคอร์ที่ 1 ของรายนี้ จะเป็นการเพิ่มประวัติในภาค 541 ครั้งที่ 1   เมื่อจะเพิ่มประวัติครั้งที่ 2  โปรแกรมจึงจะฟ้องว่าซ้ำ

             คุณสุขุมจะแก้ไขโปรแกรมในเวอร์ชั่นต่อไป ให้ตรวจสอบทุกเรคคอร์ด


   

         6.  วันเดียวกันนี้ คุณนิภาพร กศน.อ.ลาดบัวหลวง ถามผมในเฟซบุ๊ค ( กลุ่มครูนอกระบบ ) ว่า ประกาศผลการสอบครูผู้ช่วย กศน. เมื่อไร    เรื่องนี้ กจ.บอกว่า ทำอยู่คนเดียว ผู้เข้าสอบประมาณห้าพันคน 2 วิชา แต่จะพยายามให้เร็ว ( การประกาศผลสอบภาค ก ไม่ต้องนำเข้า อ.ก.ค.ศ. ) จะประกาศผลอย่างเร็วสัปดาห์หน้า อย่างช้าสัปดาห์ต่อไป ครับ