ใบงานการเงินการคลัง
แบบทดสอบเก็บคะแนน
เรื่อง หน้าที่ของเงินและปริมาณเงิน
คำชี้แจง: แบบทดสอบมี 5 ข้อ ให้ทำทุกข้อ โดยตอบคำถามให้ถูกต้องและสมบูรณ์
1. ความหมายของเงิน คือ ...
2. หน้าที่ของเงิน คือ ...
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง...
4. ปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง หมายถึง...
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย...
เพิ่มเติม..ส่งคำตอบได้ที่ ...(เลือกตอบวิธีใดวิธีหนึ่ง)
1. [email protected] หรือ
2. แสดงคำตอบท้ายบล๊อคนี้
1.ตอบ เงิน คือสิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
ความสำคัญของเงิน
ไม่ว่ามนุษย์จะอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศํยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. ตอบ หน้าที่ของเงิน
เงินเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการชื้อขายแลกเปลี่ยนสิ้นค้า และบริการในระบบเศรษฐกิจ โดยที่เงินมีราคาที่แน่นอนเป็นหน่วยเงินตรา และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ในการซื้อขายและชำระหนี้ คุณลักษณะดังกล่าวจึงทำให้เงินสามารถทำหน้าที่ ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ 3 ประเภทด้วยกับ คือ
ประเภทที่ 1 หน้าที่ขั้นต้น ได้แก่
1. เงินเป็นเครื่องวัดมูลค่า
หน้าที่ของเงิน ในแง่นี้ให้ความสะดวกในด้วนการใช้หน่วยของเงินสำหรับวัดมูลค่าของสิ่งของ และบริการ หน่วยของเงินนั้นแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น บางประเทศในหน่วยเป็นบาท กีบ ดอลลาร์ เปโซ ฟรังซ์ ปอนด์สเตอร์ลิง เป็นต้น มูลค่าของสินค้าและบริการแต่ละชนิดจะอยู่ในรูปของ ราคา ของสินค้าบริการนั้นๆ เช่น หมวกราคาใบละ 100 บาท เนื้อหมูกิโลกรัม ละ 38 บาท เป็นต้น
2. เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
เงินจะเป็นอะไรก็ได้ซึ่งเป๋นที่ยอมรับของคนทั้งไป ในสังคมว่าเป็นสื่อกลางในการกเปลี่ยน ดังนั้นเมื่อมีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแล้ว หากมีความต้องการสินค้าบริการใด ก็ไม้ต้องแสวงหาคนที่ต้องการแลกเปลี่ยนที่ตรกกันกับเราเหมือนวิธีแลกเปลี่ยนสิ่งของ
ประเภทที่ 2 หน้าที่รอง ได้แก่
1. เงินเป็นมาตราฐานในการชำระหนี้ในอนาคต
ในระบบเศรษกิจปัจจุบันมีการขยายตัวในด้วนการค้า การติดต่อซื้อขายซึ่งกันและกันทั้งในและนอกประเทศ โดยทัวไปการค้าขายจะมีการผลัดเวลาการชำระเงินทุนดอกเบี้ย และหนี้สินต่างๆ จากปัจจุบันเป็นอนาคต ทั้งนี้ จะต้องอยู้ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า มูลค่าของเงินจะต้องไม้เปลี่ยนแปลงมากเกินไป
2. เงินเป็นเครื่องรักษามูลค่า
โดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจจะพยายามเลือกเก็บทรัพย์สินต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ใกที่สุด การเก็บทรัพย์สินในรูปต่างๆมูลค่าของมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ชั้วระยะเวลาหนึ่ง ถ้าทรัพย์สิยนั้นมีมูลค่าสูงแต่ถ้าราคาลกต่ำลงก็ขาดทุน ทรัพย์สินบางชนิดเน่าเสียง่าย บางชนิดไม้สะดวกในการเก็บรักษา ดังนั้นจึงมีผิ้ยมแลกเปลี่ยนสิ่งของดังกล่าวเป็นเงิน เพราะเงินที่ดีมีมูลค่าคงตัวอยู่เสมอ
ประเภทที่ 3 หน้าที่ประกอบ ได้แก่
1. เงินเป็นเครื่องชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
ในข้อนี้รัฐจะต้องออกกฎหมายให้เงินที่ผลิตออกมา สามารถชำระหนี้ได้ถูกต้องได้ตามกฎหมาย และบนหน้าธนบัตรทุกฉบับก็จะมีข้อความอันนี้ยืนยันไว้ แต้ตัดว่า โดยไม่จำกัดจำนวน ออกไป
2. เงินเป็นเครื่องประกันฐานะของลูกหนี้
การค้าขายในปัจจุบันเป็นการค้าขายโดยใชแครดิตกันมาก โดยเฉพาะการค้าขายด้วยเงินเป็นจำนวนมากประกอบกับการดำเนินธุรกิจประจำวัน ย่อมจะต้องมีการกู้ยืมเงินกันเป็นนิจสิน การกู้ยืมนั้นผู้ขอยืมจะต้องมีเงินสดสำรองอยู่บ้าง
3. เงินเป็นเครื่องมือในการโอนย้ายมูลค่า
ในปัจจุบันนี้เงินทำหน้าที่เป็นหลักในการโอนหนี้ หรือโอนทรัพย์สินหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่งหรือจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าในบาครั้งการโอนหนี้ การโอนเงินจะอยู้ในรูปของการใช้ดร๊าฟ หรือใช้เช็คก็ตาม แต่การโอนดังกล่าวก็ใช้เงินเป็นรากฐานในการโอนเงิน
3. ตอบ ปริมาณเงินตามความหมายแคบ (Narrow Money) หมายถึง
ปริมาณเงินที่หมุนเวียนในมือประชาชน ประกอบด้วยธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในมือประชาชนและเงินฝากเผื่อเรียกของประชาชนที่ระบบธนาคาร
4. ตอบ ปริมาณเงินตามความหมายกว้าง(Broad Money) หมายถึง
ปริมาณเงินที่หมุนเวียนในมือประชาชน นอกจากประกอบด้วยธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในมือประชาชนและเงินฝากเผื่อเรียกแล้ว ยังรวมเงินฝากประจำและออมทรัพย์ที่ระบบธนาคารอีกด้วย
5.นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย...
ตอบ ในการใช้ชีวิตในละวัน เราควรคำนึงถึง ค่าใช้จ่ายแต่ละวัน
โดยไม่ใช้เงินฟุ้มเฟือย ประหยัด
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า สำหรับคนที่ขี้ใจอ่อนซื้อของง่ายให้ท่องคาถาประจำตัวไว้ว่า “อย่าซื้อโดยไม่ตั้งใจ” อาจช่วยเราได้บ้าง
ชื่อ นางสาว มนัสนันท์ คีรีวรรณ์ ม. 5/4 เลขที่ 33
1. ตอบ อะไรก็ตามที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในการใช้ซื้อ-ขายสินค้าและบริการ รวมไปถึงการชำระหนี้
2. ตอบ 2.1 เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ( Medium of exchange )
2.2 เป็นที่เก็บรักษามูลค่า ( Store of value )
2.3 เป็นหน่วยวัดมูลค่า ( Unit of account )
2.4 เป็นมาตราฐานในการชำระหนี้ในอนาคต ( Standard of deferred payment )
3. ตอบ M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินผ่านกระแสรายวัน ( Demand deposit )
4. ตอบ M2 = M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
M2a = M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
M3 = M2a+เงินฝากประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. ตอบ ต้องรู้จักใช้เงินในสิ่งที่จำเป็นหรือที่เรายังขาดและจำเเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน และเก็บออมนำเงินที่เก็บแต่ละวันได้เท่าไหร่ก็นำไปฝากธนคารเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นหรือใช้เป็นทุนการศึกษษาให้ตัวเองโดยเราก็จะสามารถเเบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้
1. ความหมายของเงินคือ
สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ
เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง
องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ
รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
o M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
o M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
o M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
o M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
o M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
o M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อ
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือ รู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2. หน้าที่ของเงิน คือ เงินที่นำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเงินชนิดใด ๆ ทำหน้าที่สำคัญ ๆ 4 ประการ เช่น ต้องเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ต้องเป็นมาตราฐานในการวัดมูลค่าได้ เป็นต้น
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
4. ปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง คือ ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
o M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
o M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
o M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร อธิบาย คือต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุด และพอเพียง พอใช้ ประหยัด คับ
1.ความหมายของเงิน คือ... อะไรก็ตามที่เป็นที่ในการยอมรับกันโดยทั่วไป ใช้ในการซื้อ-ขาย และบริการ
รวมไปถึงการใช้บริการ
2. หน้าที่ของเงิน คือ...เงินเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการชื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ระบบเศรษฐกิจซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ 3 ประเภท คือ
เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ( Medium of exchange )
เป็นที่เก็บรักษามูลค่า ( Store of value )
เป็นหน่วยวัดมูลค่า ( Unit of account )
เป็นมาตราฐานในการชำระหนี้ในอนาคต ( Standard of deferred payment )
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง
M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินผ่านกระแสรายวัน ( Demand deposit )
4. ปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง หมายถึง
M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินผ่านกระแสรายวัน ( Demand deposit )
M2 = M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
M2a = M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
M3 = M2a+เงินฝากประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร
ต้องรู้จักวางแผนในการใช้เงิน ตรวจสอบรายรับรายจ่าย มีการทำบันทึก เก็บเงินฝากธนาคาร
และรู้จักประหยัดใช้เงินตามฐานะของตนเองรู้จักประมาณตน ไม่ฟุ้มเฟ้อฟุ้มเฟือย
รู้จักการวางแผนการใช้เงิน รู้จักออมใช้อย่างประหยัด ไม่ควรจะกู้หนี้ยืมสิน และพอเพียง
ตอบข้อ 1. -เงินคือสิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
ตอบข้อ 2. -เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) -เป็นที่เก็บรักษามูลค่า (Store of value) -เป็นหน่วยวัดมูลค่า (Unit of account) -เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ในอนาคต (Standard of deferred payment)
ตอบข้อ 3. -ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ (Narrow money) หรือที่เรียกว่า M1 หมายถึง M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposit) ปริมาณเงิน คือ เงินที่หมุนเวียนอยู่ในมือประชาชนประกอบด้วย ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่อยู่ในมือประชาชนและรวมถึงเงินฝากกระแสรายวันซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคาร เช่น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
ตอบข้อ 4. -ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) M2 หมายถึง M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากของประชาชน M2a หมายถึง M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในตั๋วสัญญาในเงินที่บริษัทลงทุน M3 หมายถึง M2a+เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
ตอบข้อ 5. -หลักการใช้เงินก็คือ ใช้เงินอย่างประหยัด คุ่มค่า และรู้คุณค่าของเงิน ก่อนนจะซื้อของแต่ละอบ่างควรคำนึงถึงว่าสิ่งๆนั้นจำเป็นต่อชีวิตประจำวันเราหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ เพราะถ้าใช้จ่ายในสิ่งของที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันก็จะทำให้เงินหมดลงอย่างรวดเร็ว และยังเป็นการฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุอีกด้วย ฉะนั้น การใช้จ่ายแต่ละที ควรคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดว่าสิ่งๆนั้นจำเป็นหรือไม่ ถ้าจำเป็นก็ใช้จ่ายถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้จ่าย
1. ตอบ สิ่งใดก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปของสังคม ในขณะใดขณะหนึ่ง และในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของสินค้าและบริการ ใช้ในการชำระหนี้และอื่นๆ ตามต้องการ
2.ตอบ หน้าที่ของเงินมีหลายประการเช่น 1. เป็นเครื่องวัดมูลค่า
2. เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
3. เป็นมาตรฐานการชำระหนี้ในอนาคต
4. เป็นเครื่องรักษามูลค่า
5. เป็นเครื่องชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
6. เป็นเครื่องมือประกันฐานะของลูกหนี้
3.ตอบ ความหมายของปริมาณเงินอย่างแคบ (Narrow money) หรือที่เรียกว่า M1 จะหมายถึง
M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposit)
ปริมาณ เงินคือเงินที่หมุนเวียนอยู่ในมือประชาชน ประกอบด้วยธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่อยู่ในมือประชาชน และรวมถึงเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคาร อาทิ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
4.ตอบ ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
o M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
o M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
o M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.ตอบ เราควรคิดคำนวนไต่ตรอง ก็ที่เราจะตัดสินใจซื้อสินค้า เเละรู้จักการเเบ่งเงินออกเป็นส่วนๆในเเต่ละวัน ใช้ส่วนหนึ่งเเละเก็บออมส่วนหนึ่ง
1.ตอบ คือ อะไรก็ตามที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในการใช้ซื้อ-ขายและบริการ รวมไปถึงการชำระหนี้
2.ตอบ คือ 1.เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)
2.เป็นที่เก็บรักษามูลค่า(store of value)
3.เป็นหน่วยวัดมูลค่า(Unit of account)
4.เป็นมาตราฐานในการชำระหนี้ในอนาคต(Standard of deferred payment)
3. ตอบ หรือที่เรียกว่า M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินฝากกระแสรายวัน ( Demand deposit )
4. ตอบ M2 = M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
M2a= M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
M3 = M2a+เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. ตอบ ต้ิองรู้จักใช้เงินให้เป็นและก่อนจะใช้ เงินควรคำนึงถึงความจำเป็นของสิ่งของนั้นว่าจำเป็นมากน้อยเพียงใด เพราะเงินเป็นสิ่งที่หายากมากในตอนนี้ และต้องรู้จักอดออมให้มากในแต่ละวันเพื่อเก็บไว้ซื้อของที่เราอยากได้และมี ความจำเป็นกับและเพื่อเป็นทุนเพื่อการศึกษาในอนาคต
1ตอบ เงินคืออะไรก้อตามที่คนยอมรับในการซื้อขายสินค้า และรวมไปถึงการใช้หนี้
2ตอบ เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (meium of exchange) เป็นที่เก็บรักษามูลค่า (store of value ) เป็นหน่วยวัดมูลค่า
(unit of account) และเป็นมาตรฐานชำระหนี้ในอนาคต(stand of deferred payment)
3ตอบ ปรมาณเงินอย่างแคบ (Narrow money) หรือที่เรียนว่า M1 หมายถึง ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินฝากกระแสรายวัน
ปริมาณเงินคือ เงินที่หมุนเวียนอยู่ในมือประชาชนประกอบด้วย ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ที่อยู่ในมือประชาชน และรวมถึง
เงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ
4ตอบ ปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) M2 หมายถึง M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากของประชาชน M2a หมายถึง
M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาที่ใช้เงินบริษัทเงินทุน M3 หมายถึง M2a+เงินฝากของประชาชนที่ธนาคาร
เฉพาะกิจ
5ตอบ เงินนั้นสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันมากดังนั้นเราจึงต้องรู้จักคุณค่าของเงินให้มาก และใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
และต้องรู้จักประหยัดและอดออมไว้เพื่อที่เราจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น
1.ตอบ- เงิน คืออะไรก็ได้ที่ สังคมยอมรับ ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และมีมูลค่าค่อนข้างคงที่
2.ตอบ- การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (medium of exchange) เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุด เพราะทั้งฝ่ายผู้บริโภค ฝ่ายผู้ผลิต ฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องใช้เงินเป็นสื่อกลางทั้งสิ้น - นอกจากจะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแล้ว เงินยังทำหน้าที่เป็นเครื่องวัดมูลค่า(standard unit of account) ของสิ้นค้าและบริการต่างๆ - การเป็นเครื่องรักษามูลค่า (store of value) การรักษาความสามารถในการซื้อสิ้นค้า และบริการต่างๆได้ - หลายครั้งที่การดำเนินกิจกรรมทางเศษฐกิจบางอย่าง อาจจะต้องมีเรื่องของการกู้หนี้ยืมสิน เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในการชำระหนี้ที่จะเกิดขึ้นนั้น เงินจะเข้ามาทำหน้าที่ ในการเป็นมาตรฐานของการชำระหนี้ (standard of deferred payment)
3.ตอบ- ความหมายของปริมาณเงินอย่างแคบ (Narrow money) หรือที่เรียกว่า M1 จะหมายถึง M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposit) องค์ประกอบ แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน (Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
4.ตอบ- ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money)จะประกอบไปด้วยเงินฝากของประชาชนทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เงินฝากในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ รวมไปถึงที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ให้อยู่ในนิยามนี้ด้วยได้แก่ เงินรับฝากของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในรูปของตั๋วแลกเงิน เงินรับฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อให้มีความครอบคลุมถึงปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) หมายถึง M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.ตอบ- หลักการใช้เงิน การวางแผนเงิน ถือเป็นข้อพึงปฎิบัติแรกที่ทุกคนต้องทำ ทั้งวางแผนการเงินของตัวเองและครอบครัวให้เหมาะสม ขั้นตอนการวางแผนมีดังนี้ การสำรวจตัวเอง - กำหนดเป้าหมาย - จัดสัดส่วนการใช้เงินให้เหมาะสม - ลองนำแผนมาปฎิบัติ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้จักใช้เงินและใช้เงินอย่างประยัดไม่ใช้เงินเกินตัวและฐานะทางครอบครัว และเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวอีกด้วย
1.ความหมายของเงิน คือ อะไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในการซื้อขายสินค้ารวมถึงการชำระหนี้
2.หน้าที่ของเงิน คือ
2.1เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)
2.2เป็นที่เก็บรักษาข้อมูล(Store of value)
2.3เป็นหน่วยวัดข้อมูล(Unit of account)
2.4เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ในอนาคต(Stand of deferred payment)
3.ปริมาณเงินในความหมายแคบ หมายถึง M1 = ธนบัตร+เหรียญกษาปณ์+เงินฝากกระแสรายวัน(Demand deposit)
4.ปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง หมายถึง
0 M2 หมายถึง M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
0 M2a หมายถึง M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
0 M3 หมายถึง M2a+เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.หลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวัน คือ เราก็จะต้อวางแผนในการใช้เงินในก่อน ควรจะเป็นในด้านที่ถูกต้อง ในด้านที่เหมาะสม ควรใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นสิ่งไหนไม่จำเป็นมากนักก็ไม่สมควรที่จะจ่ายมันไป อย่างเช่น ซื้อเสื้อผ้าทุกอาทิตย์ อย่างนี้ไม่สมควรเพราะจะทำให้เราเคยตัวจะทำให้เรานั้นเป็นคนฟุ่มเฟือยได้ และควรจะคำนึงว่าเงินนั้นมีค่ามากเพราะกว่าจะได้มาแต่ละบาทนั้นไม่ง่ายเลยจะใช้จ่ายอะไรควรจะคิดติตองให้ดีก่อนและหลักการอีกอย่างหนึ่งคือ ควรรู้จักประหยัดอดออมใช้ส่วนหนึ่งและออมส่วนหนึ่ง ค่ะ
1.> ความหมายของเงิน (Money)
ในแง่ของเศรษฐศาสตร์ “เงิน” คืออะไรก็ได้ที่ สังคมยอมรับ ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
และมีมูลค่าค่อนข้างคงที่สินค้าและบริการ เงินแบ่งเป็น 3 ชนิด
คือ - เหรียญกษาปณ์ - ธนบัตร - เงินฝากประเภทต่าง ๆ
( กระแสรายวัน,ออมทรัพย์ , ประจำ)
2.> หน้าที่ของเงินมีดังนี้
1. เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
2. เป็นเครื่องวัดมูลค่า (เมื่อเทียบกับสินค้าและบริการ)
3. เป็นเครื่องรักษามูลค่า (ส่วนใหญ่รักษาค่าเงินด้วยทองคำ)
4. เป็นมาตรฐานการชำระหนี้ในอนาคต
3.> ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ หมายถึง
องค์ประกอบยังเหมือนเดิมที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝาก
เผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน
(Demand deposits at depository corporations) ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์
บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและ
สหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน (Money market mutual fund)
M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposit)
4.> ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money)
ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ
โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3 ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ
ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม (ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล) ไว้เพื่อติดตา
มและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
o M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
o M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.> นักเรียนใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร
ตอบ " ตั้งแต่เราได้เงินมาโรงเรียนจากพ่อแม่เราก็เริ่มวางแผนการใช้จ่ายเงินในวันนั้นว่าจะ
ต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง และ เงินส่วนที่เหลือก็ให้เป็นส่วน ของเงินเก็บ เพื่อนำไปฝากธนาคาร หรือ นำไปใช้ในยามที่จำเป็นจริงๆ
เวลาเราจะเลือกซื้อของชิ้นใดชิ้นหนึ่งนั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมว่าของสิ่งนั้นเหมาะสมกับเราหรือเปล่า ราคาเหมาะกับสินค้า
หรือไม่และการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และต้องเข้ากับหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงด้วย คือไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป
ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และซื้อของที่จำเป็นจริงๆ เป็นต้น " นี่คือหลักการใช้เงินของฉัน
<< น.ส. เพชราภรณ์ ศุภลักษณ์ ม.5/3 เลขที่ 37>>
1. ความหมายของเงินคือ สิ่งที่คนในสังคมได้สมมติขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่ว่ามนุษย์จะอย่ในระบบเศรษฐกิจแบบใด ย่อมต้องอาศัยเงินเป็นประการสำคัญ เพราะเงินช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน การผลิต และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
2.เงินเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการชื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เป็นเครื่องวัดมูลค่า
3.ตอบ- ความหมายของปริมาณเงินอย่างแคบ หรือที่เรียกว่า M1 จะหมายถึง M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน องค์ประกอบ แต่ในส่วนของเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งเป็นเงินฝากเผื่อเรียกที่ประชาชนฝากไว้ที่ระบบธนาคารนั้น เปลี่ยนเป็นเงินฝากกระแสรายวันที่ สถาบันรับฝากเงิน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน
4.ตอบ ปริมาณเงินอย่างกว้าง M2 หมายถึง M1+เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากของประชาชน M2a หมายถึง M2+เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาที่ใช้เงินบริษัทเงินทุน M3 หมายถึง M2a+เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.ใช้ชื้อของตามความเหมาะสมตามระยะเวลาต่างๆเช่นสิ่งของจำเป็น เวลามีก็ใช้อย่างพอประมาณ เวลาไม่มีก็นำที่เก็บออมมาใช้ แทนก็จะพอใช้จ่ายตามสิ่งที่ต้องการได้ เป็นต้น
1.ตอบ เงินคืออะไรก็ตาม ที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในการใช้ซื้อ-ขาย และบริการ รวมไปถึงการใช้ชำระหนี้
2.ตอบ หน้าที่ของเงินคือ 1.เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)
2.เป็นที่เก็บรักษามูลค่า(Store of value)
3.เป็นหน่วยวัดมูลค่า(Unit of account)
4.เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ในอนาคต(Standard of deferred payment)
3.ตอบ ความหมายของปริมาณเงินอย่างแคบ(Narrow money)หรือที่เรียกว่า M1 จะหมายถึง
M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน(Demand deposit)
4.ตอบ ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง(Broad money)
- M2 หมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
- M2a หมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตัวสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
- M3 หมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5.ตอบ หลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวัน คือ ใช้เงินเท่าที่จำเป็น ไม่ฟุ้มเฟือย รู้จักการเก็บออม
ต้องรู้จักการวางแผนก่อนใช้เงินว่าสิ่งที่เราจะซื้อนั้นมีความจำเป็นต่อเรามากน้อยแค่ไหน มีความคงทนหรือไม่
คุ้มกับปริมาณเงินที่เราต้องจ่ายไปหรือเปล่า เราต้องรู้จักค่าของเงินให้มากว่าเงินแต่ละบาททำให้พ่อแม่
ตอ้งเหน็ดเหนื่อยขนาดไหนกว่าจะได้เงินมาให้เราได้ใช้จ่าย ได้เรียนหนังสือจนทุกวันนี้
1. เงิน คือ อะไรก็ตามที่เป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไปในการใช้ซื้อ-ขาย และบริการรวมไปถึงการใช้ชำระหนี้
2 .หน้าที่ของเงิน คือ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เป็นที่เก็บรักษามูลค่า เป็นหน่วยวัดมูลค่า เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ใน อนาคต
3. ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ (Narrow money) คือ ความหมายของปริมาณเงินอย่างแคบ (Narrow money) หรือที่เรียกว่า M1 จะหมายถึง M1 = ธนบัตร + เหรียญกษาปณ์ + เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposit)
4. ความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง (Broad money) คือ ความครอบคลุมตามนิยามนี้ก็เป็นเช่นเดียว
กับชื่อที่ใช้คือ ค่อนข้างครอบคลุมไปถึงเงินในหลายรูปแบบ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า M2 M2a M3
ในไทย หรือ M4 รวมทั้ง M5 ในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละประเทศเลือกที่จะรวบรวมปริมาณเงินในแต่ละนิยาม
ไว้เพื่อติดตามและวิเคราะห์อย่างไร แต่ทั้งหมดที่กล่าวนี้ก็คือความหมายของปริมาณเงินอย่างกว้าง อาทิ
M2 จะหมายถึง M1 + เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชน
M2a จะหมายถึง M2 + เงินฝากของประชาชนที่อยู่ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน
M3 จะหมายถึง M2a + เงินฝากของประชาชนที่ธนาคารเฉพาะกิจ
5. นักเรียนมีหลักการในการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร
มีการวางแผนในการใช้จ่าย ประหยัด ควรซื้อเฉพาะของที่จำเป็นไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ้มเฟือย