นิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๙ พ.ค. ๕๔ ลงเรื่องราวของการเปลี่ยนโฉม FBI ในเวลา ๑๐ ปี ในชื่อเรื่อง How the G-Man Got His Groove Back : Inside Bob Mueller’s 10-year campaign to fix the FBI ให้ความรู้มากมายเรื่อง change management จากมุมของการเปลี่ยนยุคของหน่วยสืบราชการลับของมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก ที่ศัตรูหมายเลข ๑ ต่อความมั่นคงของชาติ เปลี่ยนจากอาชญากรรมภายในประเทศ เป็นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ ที่รุกเข้ามาในประเทศ
เหตุการณ์ 9/11 บอกชัดเจน ว่า FBI และ CIA ทำงานแบบล้าสมัย ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยที่ตอนนั้น Robert Mueller เพิ่งเป็น ผอ. ของ FBI จึงเท่ากับว่าสัญญาณเตือนให้ปฏิรูป FBI มาช่วยให้ Mueller ดำเนินการปฏิรูปได้ง่ายขึ้น
แต่ก็ไม่ง่าย เพราะในช่วงเวลา ๑๐ ปี เขายื่นใบลาออก ๒ ครั้ง ด้วยเหตุผลว่า หาก ปธน. ไม่สนับสนุนเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ให้เขาเอาชนะแรงต้านจากบางด้าน (ซึ่งบางส่วนมาจากคนในรัฐบาลนั่นเอง จากมุมมองที่แตกต่างกัน) เขาก็จะทำงานนี้ไม่สำเร็จ โชคดีที่ประธานาธิบดี บุช ผู้ลูก เชื่อถือและไม่ยอมรับใบลาออก รวมทั้งยอมโอนอ่อนตามแนวทางของ Mueller
ต้องอ่านบทความขนาดยาวนี้เอาเองนะครับ จึงจะเห็นว่า องค์กร FBI เปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิงในเวลา ๑๐ ปี เพื่อตรวจจับสัญญาณของอาชญากรรมหลากหลายประเภท ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมก่อการร้ายของขบวนการมุสลิมที่เกลียดอเมริกัน
และจะเห็นว่า งานแบบนี้ต้องการผู้นำที่มุ่งมั่น ชัดเจน และหัวแข็ง เพียงใด เป็นงานที่ใช้ประชาธิปไตยในหน่วยงานไม่ได้เลย เพราะคนที่มีอยู่ในหน่วยงานอยู่แล้ว ย่อมมีแนวโน้มที่จะชอบทำงานตามที่ตนเคยชิน
การเปลี่ยนแปลงหน่วยงานเก่าเช่นนี้ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ที่คนจำนวนหนึ่งต้องยอมรับว่า ตนต้องเปลี่ยน หากไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนไม่ได้ ก็ต้องไป
หัวหน้าต้องรู้ว่า มีงานแบบใหม่ที่ไม่เคยทำ ต้องเรียนรู้วิธีทำ หาคนที่เหมาะสมมาทำและเรียนรู้
การทำงานเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่มีข้อผิดพลาดหรือบกพร่อง หรือล้มเหลวในบางขั้นตอน แต่เมื่อรู้ว่าไม่ได้ผล หรือรู้ว่าผิดพลาด ก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในที่สุดก็ได้รับความสำเร็จ
ผู้เขียนชื่นชม Bob Mueller มาก แต่ก็สรุปว่า การเปลี่ยนแปลงยังต้องดำเนินการต่อไป
วิจารณ์ พานิช
๗ พ.ค. ๕๔