มีพาหนะเป็นจักรยาน มีขลุ่ยเป็นธนาคาร วัดและโรงเรียนเป็นบ้าน สัญจรรอนแรมตามรายทาง

      

มะม่วงแอปเปิล รับแขกผู้มาเยือน

 

        วันอาทิตย์อันประเสริฐ ได้นอนหลับในคืนที่ประเสริฐ  ตื่นมาตอนย่ำรุ่งก็เข้าไปในบันทึกแสนประเสริฐ ดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆผู้ประเสริฐ  ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งที่ประเสริฐ มีพลังในการที่มีผู้มาให้กำลังใจทำให้มีกำลังทำงานที่แสนประเสริฐ  คือเล่าเรื่องราวระหว่างทางที่พานพบผ่านทาง GotoKnow เครือข่ายที่สุดประเสริฐ......

 

        พอหวางเผินรุ่งแจ้งแสงสว่างก็จัดการไปตลาด จับจ่ายใช้สอย (ผู้เขียนออกจ่ายกับข้าวเอง) เวลาจะไปประชุมหลายๆวันก็  จะซื้อมาให้พอการไม่ให้ ผบทบ.ต้องกังวลห่วงเรื่องอาหาร

       ณ.ตลาดสดประชาบาลปากพะยูน เช้านี้แปลกมากเพราะ พอย่างเข้าตลาด  ก็ได้ยินเสียงขลุ่ยบรรเลงเพลงเสียงขลุ่ยเรียกนาง  วูบแรกนึกเสียงขลุ่ยของท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  ที่เคยได้ฟังมาหลายครั้ง ในวงนักเขียน  จึงเดินตามเสียงขลุ่ยไปที่ต้นเสียง พบผู้สูงวัย ผมขาว เคราขาว เสื้อขาวสีดำๆเทาๆ  นั่งเป่าขลุ่ยเปิดหมวกอยู่   

     

        หยอดเหรียญ สิบที่ในมือลงไปแล้วยื่นฟังเสียงขลุ่ย  พอจบเพลงจึงได้เจรจาพาที  ได้ความเบื้องต้นว่า เป็นครูดอย บ้านอยู่กระบี่ มีเมียอยู่เชียงใหม่   เออรี่มาทำตามที่หัวใจปราถนา มีพาหนะเป็นจักรยาน มีขลุ่ยเป็นธนาคาร  วัดและโรงเรียนเป็นบ้าน  สัญจรรอนแรมตามรายทาง ....

   

      ผู้เขียนสนใจอยากคุยต่อจึงเชิญชวนไปที่บ้าน ให้ที่อยู่ไว้ นัดหมายกัน ตีสิบกลางวัน คงได้พบกันคุยต่อ  นับว่าตรงเวลา เฒ่าผู้นี้ตรงต่อเวลา ถีบ(ปั่น) จักรยานผ่านหน้าบ้านถามว่าบ้านบังหีมใช่ไม่ ผู้เขียนออกมาดู  ใช่เลย วนิพกพเนจรเคราขาว เชิญเข้าบ้าน แต่สะดวกกันที่โต๊ะใต้ต้นไม้ 

       

        เปิดเผยตรงไปตรงมาไม่ต้องรอให้เจ้าของบ้านเสียมารยาทเลียบเคียงถามใถ่   เล่าประวัติตัวเองว่า" เป็นคนลำทับกระบี่ เรียน วิทยาลัยครู ภูเก็ต รุ่นแรกจบแล้วสอนที่บางกรัก  ตะกั่วป่า ขึ้นไปเป็นครูดอย ได้ภรรยาคนเหนือ ลาออกจากผอ.โรงเรียน มาตามทางที่ใจปราถนาปั่นจักรยานสานวัฒนธรรม   วิทยาลัยครูภูเก็ตสมัยนั้นร่วมกับชาวบ้าน คัดค้านโรงงานแทนทาลั่ม  เรารำลึกถึง ความหลัง เรื่องความรักของครูสาวกับคนขับรถสองแถว  เขาเล่าว่าเธอเป็นรุ่นน้องวค.  เราคุยกันถึงการปิดสะพานสารสิน สมัยผู้ว่า ธวัช มกระพง์ และเผาโรงงานแทนทาลั่มที่ภูเก็ต   นับว่าเราเป็นคนร่วมสมัยกัน 

 

      ประวัติที่ละเอียดบอกให้ผู้เขียนเข้าไปหาท่าน กู ถามชื่อ ชูชาติ พรหมพันธ์ ในที่นั้นจะบอกหมด ได้เวลาอันควรเขาบอกว่าจะไปต่อที่อำเภอควนเนียงแล้วต่อไปอำเภอสิงหนคร อยากจะยับยั้งให้อยู่คุยต่อ แต่คงไม่เป็นผล

 

     ก่อนจากลาผู้เขียน มอบหนังสือเรื่อง"เขาหาว่าผมบ้า" ของ เดโช บุญชูช่วยให้ไปเป็นเพื่อนเดินทาง  ในวันอาทิตย์ที่ประเสริฐ  ได้พบคนที่ประเสริฐ วันนี้นับว่ามีค่าอย่างประเสริฐสุด