เพื่อนบ้านของฉันคนหนึ่งมีอาชีพเป็นพยาบาล  นำบัตรเชิญมาให้ฉัน ๑  ใบ  ขอความกรุณาให้ไปร่วมกิจกรรม  อีกอย่างเธอขับรถไม่เป็น  เพราะสามีของเธอไปราชการ  ฉันจึงยินดีไปเป็นเพื่อนด้วยความเต็มใจ  ทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบงานแบบนี้  คือธุรกิจขายตรงเครื่องสำอางอเมริกันยี่ห้อหนึ่ง

 

          โรงแรมแห่งหนึ่งคือสถานที่จัดงาน  พวกเราไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย  มีพนักงานสาวสวยให้การต้อนรับอย่างอ่อนหวานสุด ๆ  ถือว่าการมาร่วมงานทำให้กิจกรรมของเขามีสมาชิกมาก และเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดงาน  

 

         ทุกคนได้รับของชำร่วยเป็นผ้านาโนสำหรับซับหน้ามัน   อย่างที่เคยเห็นสาวสวยผู้รักความงามได้หยิบขึ้นมาแตะหน้าผาก แตะแก้มส่องกระจกเอียงซ้ายเอียงขวานั่นเอง  ตั้งแต่เกิดมาจนแก่  ฉันยังไม่เคยทำแบบนั้นคือไม่เคยแต่งกายส่องกระจกนอกบ้านหรือที่รโหฐาน  ฉันจึงมอบผ้าให้กับสุภาพสตรีที่นั่งข้าง ๆ 

 

        ขณะที่นั่งรอ  ฉันได้แต่คิดว่า  ยังไม่เคยเห็นเครื่องสำอางที่ไหนจะถูกนอกจากตลาดนัด  ปราศจากยี่ห้อเท่านั้น  ได้แต่คิดในใจ  และฉันได้บอกกับเพื่อนก่อนไปแล้วว่า "ไปเป็นเพื่อนได้แต่ไม่ซื้อนะคะ

 

         เริ่มงาน  พิธีกรได้แนะนำเครื่องสำอางแต่ละชนิด  สรุปว่า "ใช้แล้วไม่ต้องทาแป้งให้เสียเงินค่าแป้ง"  มีภาพให้ชมหน้าจอ  ฉันเห็นว่าทุกคนก็สวยเหมือนคำโฆษณา  แต่หน้ามันเหมือนมีน้ำมันพืชทาทับผิวหน้าประมาณนั้น  ความเป็นจริงฉันชอบหญิงสาวที่มีผิวหน้าเนียน  แบบนวล ๆ ดูดี มีสเน่ห์มากกว่า 

 

         ก่อนการสาธิตพิธีกรถามทีละคำถามว่า "ใครอยากสวย...ใครอยากหน้าอ่อนวัย...  ใครอยากรวย"  ทุกคนยกมือกันหมดทั้งห้อง  ยกเว้นฉันเพียงคนเดียวที่นั่งเฉย ๆ

        ฉันจะสวยไปเพื่ออะไร  จะอ่อนวัยไปทำไมเมื่ออายุแก่ขึ้นทุกวัน  จะรวยไปทำไมเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องรวย 

 

           เมื่อถึงเวลาสาธิตเครื่องสำอาง  แต่ละคนออกไปเป็นนางแบบ  การพอกหน้า   นวดหน้าด้วยเครื่อง   การแสดงขั้นตอนใช้เครื่องสำอางแต่ละชิ้น  จำได้ว่ามีชุดหนึ่งใช้ถึง ๗ ขั้นตอน  และต้องเสียเวลามากกว่าจะสวยสักที  หากตื่นนอนมาแต่งหน้า เย็นก็ต้องล้างออกคงลำบากกว่าหน้าจะเกลี้ยง

 

           ผลของการสาธิต   สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเครื่องสำอางแต่ละชนิดมีผลดีต่อคนรักสวยรักงามทีเดียว  หน้าใส หน้าเด้ง รวดเร็วมาก  รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน  นับเป็นความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

 

         แผนการตลาด  หากใครทำได้ก็คงมีรายได้ดีพอสมควร  ดีกว่ามนุษย์เงินเดือนมากเลย  ผู้ที่ทำมาก่อนและประสบความสำเร็จแล้วได้เล่าให้ฟังตามวิธีการและรายได้ของเธอ  เพื่อเป็นการจูงใจ

 

          ขั้นตอนสุดท้าย  หลังจากแผนการตลาดแล้ว  เครื่องสำอางได้ถูกนำขึ้นมาวางจำหน่าย  ราคาไม่ต้องพูดถึงชุดละกว่าหมื่นถึงหลายหมื่นบาท  แว๊บ ๆ ๆ ทำให้ฉันนึกถึงโฆษณาชิ้นหนึ่งที่ภรรยาพูดกับสามีว่า "จะเอาเงินที่ไหน  แล้วค่าเทอมลูกล่ะ"   แม้ว่าฉันจะไม่มีลูกก็ตามแต่ก็ทำให้ฉันคิด 

 

           หลายคนได้หันมาให้ความสนใจ  และถามฉันว่า "ใช้เครื่องสำอางยี่ห้ออะไร"  ไม่ทราบว่าคำตอบของฉันจะเป็นความรู้สึกอ้อหรืออึ้งก็ไม่ทราบได้ เพราะฉันตอบว่า "ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางเพื่อความงามแต่อย่างใด  นอกจากแป้งพับธรรมดา  และไม่เคยมีกระ หรือสิวฝ้า

 

           สุดท้ายเพื่อนของฉันก็มากระซิบและเกี่ยวก้อยแขนฉันชวนกลับบ้าน "เรากลับบ้านเราเถอะ  ไปออกกำลังกาย  ทานอาหารที่มีประโยชน์  ฝึกสมาธิ  ดูแลจิตใจกันดีกว่า  เพราะผิวของพวกเราก็ดีอยู่แล้ว

 

          ฉันกลัวเพื่อนเสียใจและเกรงใจ  จึงบอกเพื่อนว่า "หากเธอจะซื้อ  ก็เลือกดูว่าอันไหนเหมาะสม  ไม่ว่าหรอก"  เพราะเข้าใจว่าเพื่อนมีกำลังที่จะซื้อ  แต่เธอบอกว่า "เปลี่ยนหน้าได้แต่ใจไม่เปลี่ยนก็เหมือนเดิม"  ทำให้ซึ้งกับความคิดของเพื่อนมากก็วันนี้เอง 

 

        บันทึกนี้เป็นความรู้สึกและคิดเห็นส่วนตัว  ไม่ได้ต่อต้านผู้ที่รักสวย  รักงาม และใช้เครื่องสำอางราคาแพง ๆ  เพราะความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน