การตีฝายสร้างระบบการจัดการที่ดีของชาวนา

เมืองล้านนาหากเวลาย่างเข้าสู่เดือนแปดหรือเดือนหกทางภาคกลาง  ผู้คนล้านนาในสมัยก่อนจะร่วมกันทำหลักฝายแล้วช่วยกันไปตีฝายกั้นแม่น้ำเพื่อทดน้ำเข้าไร่นา

หลักฝายทำด้วยไม้ไผ่ฮวก หรือทางผู้คนภาคกลางเรียกกันว่า  ไม่ไผ่รวก   ยาวราวๆวาเศษๆ  แหลมปลายให้เสี้ยมปริ้ด  และจะต้องทำตามจำนวนที่สังคมชาวนาบอกต่อๆกันมา เช่นว่า นาหนึ่งไร่ต้องทำหลักฝายสามเล่ม  เป็นต้น  ดังนั้นหากใครมีนานับร้อยๆไร่ ก็ต้องทำหลายร้อยเล่ม ตามเกณฑ์ที่สังคมชาวนากำหนด  ดูๆแล้วก็เป็นธรรมดีแท้

เมื่อถึงเวลาตีจะฝาย แก่ฝายผู้เป็นหัวหน้าเหมืองฝายทั้งหมดจะกำหนดเกณฑ์ต่างๆที่ร่วมกันตั้งไว้ แล้วบอกไปยังล่ามฝายผู้ที่มีหน้าที่ป่าวเอิ้นประกาศข่าวให้แก่ชาวนาชาวไร่รับรู้และต้องร่วมกันปฏิบัติต่อไป  หากใครไม่ปฏิบัติตามปีนั้นๆก็จะไม่มีน้ำเข้าไร่นาของตนเอง เป็นอันว่า อดข้าวกันเท่านั้นเอง...

เนื่อจากแม่น้ำใหญ่ย่อมมีผู้คนหลายหมู่บ้าน  ผืนนานับพัน นับแสนไร่ที่รอรับน้ำจากแม่น้ำใหญ่ จึงมีการจัดให้หัวหน้าในแต่ละหมู่บ้านรอรับข่าวจากล่ามฝายอีกทอดหนึ่ง    หัวหน้าฝายในแต่ละหมู่บ้านนี้เอง เป็นตัวการสำคัญที่ลงลึกถึงรากหญ้าของชาวนาในแต่ละหมู่บ้าน

เมื่อถึงเวลากำหนด  บรรดาชาวนาต่างแบกหลักฝายของตนไปร่วมตีฝายที่หอฝีฝายสถานที่กั้นแม่น้ำใหญ่บรรดาชาวนาต่างพากันทำพิธีไหว้หอผีฝาย เลี้ยงผีฝายก่อนเพื่อขออนุญาตกระทำในสิ่งที่ฝืนธรรมชาติเพราะกั้นกระแสน้ำให้ผิดปกติเพื่อยกระดับสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่   หลังจากนี้บรรดาชาวนานับพันๆคนต่างพากันลงน้ำนำหลักฝายปักลงพื้นทรายใต้น้ำ ใช้ฆ้อนหน้าแหว้น  หรือตะลุมพุก เข้าหวดตีหัวหลักฝายดังตึกตัก  บ้างนำไม้ไผ่รวกหรือไผ่ซางเล่มใหญ่มาผ่าสานเป็นซองแล้วนำก้อนหินใหญ่ๆเท่าลูกแตงโม หลายๆก้อนใส่ลงไปแล้วผูกปากซอง ช่วยกันหามลงใส่โคนหลักฝายหรือฐานแผงหลักฝายเพื่อป้องกันมิให้กระแสน้ำเลาะหลักฝายให้หลุดลอยเสียหาย  ลูกซองไม้ไผ่นี้เองบรรดาชาวนาเรียกกันว่า "ลูกจั๊กเข้"เพราะมีลักษณะคล้ายจั๊กเข้หรือจระเข้าตัวโตนั่นเอง

เมื่อตีหลักฝายลงมากเท่าใด  ก็จะต้านกระแสน้ำให้สูงขึ้นๆ  จนระดับน้ำไหลเข้าสู่เหมืองใหญ่แยกกระแสน้ำเข้ามาสู่ผืนแผ่นดิน สายน้ำไหลเข้าสู่ลำเหมืองบรรดาชาวนาที่ต้องการน้ำจากเหมืองต้องช่วยกันน้ำอีกช่วงหนึ่ง  แผงกั้นน้ำของชาวนาในลำเหมืองใหญ่นี่เองชาวล้านนาเรียกกันว่า  "แต"

แผงแตจะกั้นกระแสน้ำสูงขึ้นสายน้ำไหลเข้าสู่ลำเหมืองเล็กเรียกกันว่า  " เหมืองไส้ไก่" เป็นลำเหมืองเล็กๆที่สำคัญเพราะน้ำจากเหมืองไส้ไก่นี่เองจะเข้าสู่ผืนนาโดยผ่านช่องที่ขุดจากคันนาให้เป็นร่องเรียกกันว่า " ต๊างนา"

ดังนั้นต๊างนาคือช่องระบายน้ำเข้าสู่ผืนนา ขณะเดียวกันก็จะเป็นช่องระบายน้ำออกจากนาหากมีความจำเป็น เมื่อถึงเวลารวงข้าวเป็นสีทองเหลืองอร่าม  ชาวนาจะระบายน้ำออกจากนี้เรียกกันว่า "ยอยน้ำ" คือการทยอยเอาน้ำออกจากผืนนาให้หมดเพื่อให้ง่ายแก่การลงเก็บเกี่ยวรวงช้าว...

ตามที่กล่าวเล่ามาอย่างเคร่าๆจะเห็นถึงการจัดการน้ำเข้าสู่ไร่นาแบบระบบเหมืองฝายของผู้คนล้านนา ที่ใช้ผะหญาปัญญาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สิ่งแวดล้อมโดยแท้เน้อ..หมู่เฮา....