พ่อแม่และครอบครัวของมูราลี่มีการศึกษา จึงจัดพิธีฉบับย่อ    กระนั้นก็ตาม  พิธีก็ยังมากในสายตาของเรา 

    เพิ่งมาทราบว่า บัตรเชิญแต่งงานมี 2 แบบ    คือแบบ International กับแบบ Indian    แบบอินเดียหน้าปกมีรูปพระคเณศร์ กับขบวนแห่เจ้าสาว    ข้างในเขียนว่า

      Smt. Krishna Kumari
                 &
       Sri A. V. K. Sarma

     request the pleasure of your    
     presence with family 0n the 
 auspicious occasion of the marriage
               of their son

           Chi. Murali Abburi
                    with
      Chi. Sow. Mukaya Panich (Tai)
(Daughter of Dr. Vicharn Panich & Dr. (Mrs.) Amara Panich, Bangkok, Thailand)

             Venue:
Sri sagi Ramakrishnam Raju Community Hall, Madhuranagar, Hyderabad - 500 038 A.P.

         Sumuhurtham :
On Sunday, 30th July 2006 at 4:30 hrs.

    Reception cum Dinner :
On Saturday, 29th July 2006, from 7-30 p.m. Onwards at above venue

         คือเขาตัดพิธียาวๆ 7 วัน 7 คืนตามคำเล่าลือลงเหลือ 2 พิธีใหญ่  กับพิธีภายในเครือญาติอีก 3 พิธี    วันที่ 29 กค. มี 2 พิธี คือพิธีทำความสะอาดเจ้าสาว   กับพิธีต้อนรับอวยพรเจ้าสาว    โดยมีการถ่ายรูปเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเพิ่มขึ้นตามธรรมเนียม     ผมอดไม่ได้ที่จะคิดว่า หลายขั้นตอนของพิธี คิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของคนคิดมากกว่า  

    ญาติคนหนึ่งของมูราลีเป็นนักข่าว    เขานัดมาสัมภาษณ์ใต้ไปออกสารคดีทีวี    เพราะตอนนี้มีแฟชั่นหนุ่มเมืองไฮเดอราบัดนิยมแต่งงานกับสาวต่างชาติ

    ญาติพี่น้องของมูราลี่ต้อนรับใต้และเราอย่างอบอุ่น    ผมบอกใต้ว่า ใต้แต่งงานเข้าไปในครอบครัวขยาย แบบขยายมากๆ    ดังนั้นต้องเข้าใจว่าต่อไปภายหน้าญาติก็จะมาขอความช่วยเหลือโน่นนี่    ทุกอย่างมีทั้งข้อเด่นและข้อด้อยอยู่ด้วยกัน     ต้องเข้าใจและอดทนต่อความเป็นคนต่างวัฒนธรรม    ลุงตุ๊ที่ไปด้วยก็ได้ช่วยสอนวิธีเป็นแม่บ้านแก่ใต้ด้วย   

    มูราลี่เป็นลูกคนเดียว     พ่อต้องการทุ่มเทให้การศึกษาแก่มูราลี่ให้ดีที่สุด    จึงไม่มีลูกอีก    ความตั้งใจนี้ให้ผลดีเยี่ยม    เพราะมูราลี่เรียนเก่ง    ได้เรียนในโรงเรียนเยี่ยม และได้รับทุนการศึกษา

     คนไฮเดอราบัดนิยมคนผิวขาว    ดังนั้นใต้เดินไปทางไหนก็จะมีคนมอง    ใต้เล่าว่าครอบครัวแม่ของมูราลี่ผิวคล้ำ และตัวเตี้ย  ส่วนครอบครัวพ่อผิวขาวสูงใหญ่    ครอบครัวพ่อจึงค่อนข้างดูถูกครอบครัวแม่ในเบื้องต้น

    พ่อมูราลี่เป็นพี่คนโต มีน้อง 5 คน    แม่มูราลี่แต่งงานเข้าไปเป็นสะใภ้ใหญ่ตอนอายุ 20   ต้องทำอาหารให้คนทั้งครอบครัวกินก่อน   ตนเองกินทีหลัง    และเวลาพ่อสามีกินอาหาร ต้องไปยืนข้างหลัง คอยรับใช้หากพ่อสามีต้องการอะไร

    เช้าวันที่ 29 กค. ฝนตกอีก  ผมก็อดวิ่ง   พอแปดโมงครึ่งญาติเจ้าบ่าวก็มาแต่งตัวเจ้าสาว    พอเก้าโมงครึ่งก็นั่งรถไปศาลาประชาคม (Community Hall)   พาเจ้าสาวไป    ญาติเจ้าบ่าวมารับ   แต่งหน้า ล้างเท้าให้  อาบน้ำ (แค่ทำท่าเอาน้ำใส่อ่างมา)  และปัดรังควาญ   แล้วเลี้ยงอาหารเช้า    ถือว่าจบพิธีด้านเจ้าสาวและครอบครัว

     สิบโมงครึ่งเป็นพิธีเตรียมการเป็นเจ้าบ่าว     โดยบัณฑิตมาทำพิธี    เราเรียกว่า ลิเกฮินดู ว่าด้วยเรื่องเจ้าบ่าวเปลี่ยนใจไม่แต่งงานจะไปบวชที่เมืองกาสี    ต้องให้ญาติเจ้าสาวไปอ้อนวอนจึงเปลี่ยนใจ กลับมาเตรียมแต่งงาน    ตามด้วยพิธีที่บัณฑิต คือพราหมณ์สวดและทำพิธีบวงสรวงบูชาพระพิฆเณศวร์ ให้แก่ครอบครัวเจ้าบ่าว   ให้เจริญ มั่งมีศรีสุข    ผมถามคนอินเดียว่าเขาฟังคำกล่าวของบัณฑิตที่มาทำพิธีได้ไหม    เขาฟังไม่ออก   สิ่งที่บัณฑิตกล่าวเป็น "มันตรา"   ใช้เวลารวมประมาณหนึ่งชั่วโมง

    ที่จริงฝ่ายเจ้าสาวเราไม่เกี่ยวกับพิธีนี้    แต่เราก็ถ่ายดีวีดี และภาพนิ่งอย่างสนุกสนาน    เขาเห็นเราอยู่   ก็เลยแถมทำพิธีบูชาพระพิฆเนศวร์ให้ครอบครัวเราด้วย    ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก    พิธีส่วนอื่นก็ดีอยู่หรอก    แต่ตอนเอาน้ำมนตร์ใส่มือให้เราดื่มมันกระอักกระอ่วน   เพราะเราเห็นอยู่ว่าน้ำไม่สะอาด

     ญาติของมูราลี่ดูเกรงใจเรามาก    เกรงเราจะรำคาญในพิธี    ที่จริงผมไม่ชอบพิธีกรรม    แต่ก็สนใจเรียนรู้    อยากรู้ความหมายและหน้าที่ของมันในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน    ญาติเขาบอกว่าพิธีแต่งงานช่วยให้ญาติที่ไม่ค่อยพบกัน ได้มาพบปะสังสรรค์กัน

    จะมองอีกมุมว่าพิธีแต่งงานเป็นการแสดงหน้าตาของพ่อแม่    ซึ่งหลายกรณีคล้ายตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

    ใต้บอกว่าเป็นธรรมเนียมที่เจ้าบ่าวจะซื้อของขวัญให้ญาติผู้หญิงของเจ้าสาว    ซึ่งเมื่อวานเขาพาไปซื้อสร้อยมุก    เขากำหนดว่าไม่เกินคนละ 100 ดอลล่าร์สหรัฐ    แต่ได้เลือกมาเพียง 2 คน   คือหมออมรากับแต้ว    อีก 2 คนไม่รับ   ส่วนใต้ก็ซื้อส่าหรีให้ญาติเจ้าบ่าว โดยกำหนดวงเงินไม่เกินคนละ100 เหรียญเช่นเดียวกัน  ให้เขาไปเลือกซื้อกันเอง    น่าจะถือได้ว่าเป็นงานนี้เป็นการแต่งงานของบ่าวสาวร่ำรวยก็น่าจะได้

     อาหารเที่ยงเลี้ยงแขกในพิธีปูใบตอง กินด้วยมือ    ถือว่านี่เป็นพิเศษ    แต่เขาเอื้อเฟื้อจัดช้อนและส้อมให้เรา    อาหารอร่อยทีเดียว    เป็นมังสวิรัต   มีข้าวขาว  ข้าวผัดมะนาว  โรตี  โรตีกรอบ  ขนมหวานกุหลาบอร่อย

     เรากลายเป็นแขกของพ่อแม่เจ้าบ่าวไปโดยปริยาย     นับเป็นพิธีแต่งงานที่อนุโลมกันดี

                   

                ของมงคลที่ใช้ในพิธีเตรียมตัวเจ้าบ่าว

                   

                       พิธีบวงสรวงพระพิฆคเณศวร์

                  

                         ไอ้หนุ่มเปลี่ยนใจจะไปบวช

                  

                        เตรียมเดินทางไปพาราณสี

                  

        น้องของเจ้าสาวไปอ้อนวอนให้กลับมาแต่งงาน

                  

                                      เหมือนนั่งดูลิเก

                  

               ที่หน้าศาลาประชาคมมีการตกแต่งหรูหรา

วิจารณ์ พานิช
29 กค. 49