ภูมิใจที่ได้ไปสอบเคมีโอลิมปิกระดับประเทศ
ลูกชายกลับจากการไปสอบโอลิมปิกเคมีที่ม. ทักษิณ สงขลา ก็ได้เค้กบ้านสวนมาฝาก 11กล่องซึ่งเขาบอกว่าเคยกินตอนที่แม่ซื้อมาฝากแล้วชอบมาก
แม่ครับสนุกและเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เจอคนเก่งๆๆระดับประเทศ บางคนเก่งมากๆๆ มีพี่เลี้ยงดูแลอย่างดี พาไปเที่ยว...เงินที่เตรียมไปแทบไม่ได้ใช้ แถมแจกเงินอีกด้วย รู้อย่างนี้นะจะสอบตั้งแต่ม. ต้นเลย...
ข้อสอบยาก...มีการทดลอง...ใครที่อุปกรณ์ทดลองแตก ต้องโดนหักคะแนน...
สำหรับการเริ่มต้น คนที่เรียน ม3 ก็สมัครได้ที่ รร. ของตัวเอง จะมีศูนย์สอบตามมหาวิทยาลัย คณะวิทย์ดูแล สอบรอบแรกราวกย. เข้าค่ายแรก ราว ตุลา. มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาติว แล้วสอบรอบสอง...เข้าค่ายสอง เดือน มีค....เนื้อหาจะเข้มขึ้น
ค่าย สาม จะคัดเหลือ วิชาละ 6 คนเป็นตัวแทนศูนย์ ไปแข่งระดับประเทศ...
ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ อาจารย์ก็ดูแลดี...
กลับมาลูกก็บอกว่าจะสอบเคมีอีก...ตอนแรกว่าจะสอบชีวะ....
ขอบคุณนะที่ลูกทำให้แม่มีกำลังใจ...ตอนที่ลูกเป็นเด็กพ่อแม่ปลูกฝังให้รักการอ่าน...ให้รักการเรียน เราเรียนด้วยกัน...

อยากให้ลูกสนใจชอบวิทย์ คงต้องปูฐานมาตั้งแต่ยังเล็ก
อ่านหนังสือให้ฟัง พาไปห้องสมุด ร้านหนังสือ...ให้เรียนรู้จากของจริง...
ลูกจะสอบแข่งอะไรเราก็ควรจะต้องศึกษาแนวข้อสอบ...
ขอแลกเปลียนค่ะ
สวัสดีครับอ.แดง
ผมเองตอนอยู่ม.ต้น ก็เป็นเด็กห้องวิทย์ครับ จบม.3 ด้วยเกรดเทอมสุดท้ายเกือบสี่ พอขึ้นม.ปลายปุ๊บ ผมย้ายไปเรียนสายศิลป์ทันที ผมคงเป็นพวกเบื่อการแข่งขันน่ะครับ เลยขอเป็นฝ่ายหลีกทางไปเองดีกว่า จนถึงตอนนี้ เพื่อนหลายคนที่เป็นหมอเขาว่าผมเป็นพวกสุขนิยม เอาสบายเข้าว่า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็น้อมรับคำปรามาศครับ เพราะหลายครั้งที่มานึกๆดู ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาเหตุไรมางัดง้างความตามเขาว่าครับ... แต่ที่จะขอแลกเปลี่ยนคือ ผมไม่อยากให้"การแข่งขัน"เป็นกระแสหลักน่ะครับ แม้สังคมจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่อยากให้มันฝังไปในความคิดของเด็กๆ ขอเล่าประสบการณ์เพื่อแบ่งปันสักเรื่องนะครับ ตอนเรียนในมหาวิทยาลัยผมได้มีโอกาสเป็นติวเตอร์ให้กับนร.ม.ปลายเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลายครั้งที่ผมอดทึ่งในความมุ่งมั่นของพวกเขาไม่ได้ และหลายครั้งเช่นกันที่ทำให้ผมนึกสะท้อนใจว่า"เป็นเด็กสมัยนี้"ทำไมมันยากจัง... ต้องเรียนกันทั้งนอกและในโรงเรียนกันขนาดนี้เลยเหรอ เป็นติวเตอร์ไปไม่นาน ผมก็ได้รับงานที่ทำให้ประหลาดใจและเลิกเป็นติวเตอร์ไปเลยหลังจากนั้น นั่นคือ การได้มีโอกาสไปติวข้อสอบให้กับเด็กอนุบาล 3 เพื่อให้น้องเขาสอบเข้ารร.ชื่อดัง(แผนกปฐม)ให้ได้น่ะครับ ตัวเด็กเองชอบเรียนกับผมมาก เหตุเพราะเขาชวนผมเล่นอะไร ผมก็เล่นด้วย เขาอยากมีเพื่อนเล่น (แต่จริงๆผมสอนเขาอยู่) คุณพ่อน้องเป็นท่านผู้พิพากษา จึงอยากให้น้องได้เดินตาม ... ผมรับงานนี้เสร็จก็เลิกเป้นติวเตอร์ไปเลย เพราะมันขัดกับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ชอบแข่งแต่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอันเนื่องมาจากการแข่ง ... ท้ายสุดผมคงคิดไปเรื่อยจนลามไปถึงแฟนว่า... ถ้าเราจะแต่งงานกัน ขออย่างเดียวเลยคือ เราจะไม่มีลูก เพราะผมกลัวเรื่อง"แข่งขัน" กันนี่แหละครับ เลยขยาดไปเลย ไม่อยากให้คนที่เรารักต้องไปอยู่ในสภาพแบบนั้น... นี่เป็นความเห็นที่ผมอยากแบ่งปันกับอ.แดงครับ
สวัสดีค่ะ
22 พฤษภาคม 2554 09:44
#2447063
ขอบคุณนะคะที่ให้เกียรติมาทักทาย แบ่งปัน
หวังว่าเด็กๆคงไม่เครียดและเห็นเป็นเรื่องที่ท้าทาย
22 พฤษภาคม 2554 09:54
#2447071
สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะัคะที่ให้ความรู้เพิ่มเติม
อยากให้ลูกเก่งเหมือนอาจารย์จัง
การเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเอง ประเมินศักยภาพของตนเอง ถ้าเราไม่ลงสนามเลย เราจะไม่ทราบว่าเราอยู่ในระดับไหน..
น้องนนท์ก็ชอบสอบ วิทย์ คณิต ของสสวท. เพื่อประเมินความรู้ด้านวิทย์ คณิตว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้คิดว่าจะแข่งขันกับใคร จุ๋มถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เด็กเกิดความกระตือรือร้นค่ะคุณแดง
ต้องชื่นชมลูกชายของคุณแดง และคุณแดงที่ปลูกฝังลูกให้รักการอ่าน รักการเรียน
. คุณแดงสบายดีนะคะ คิดถึงคุณแดงจังค่ะ.
22 พฤษภาคม 2554 10:38
#2447127
สวัสดีค่ะ กัลยณมิตร
ขอบคุณนะคะทีี่มาแลกเปลี่ยน
สวัสดีค่ะ
มาส่งความระลึกถึงค่ะ และยินดีกับลูกชายด้วยค่ะเป็นอีกประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดไปเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูมีนา
ขอบคุณกำลังใจดีๆนะคะ
เป็นข่าวดี...และขอบคุณที่มูลนิธิ สอวน. ที่ให้โอกาสเด็กต่างจังหวัดได้ไปต่อ
เดือนสค .จะมีหนังสือมาแจ้งให้ลูกชายไปเข้าค่ายที่ สสวท.