แหล่งกำเนิดแสงทั้งหมดสามารถใช้งานได้ดีกับวัสดุยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสง แต่การบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลาและการใช้เครื่องตรวจวัดความเข้มของแสงที่เชื่อถือได้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้มั่นใจถึงคุณภาพของแสงที่ยอมรับได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดระยะเวลาในการยึดติดให้น้อยลงเท่านั้นแต่ยังทำให้ได้ความแข็งแรงของพันธะที่คงทนถาวรอีกด้วย

แหล่งกำเนิดแสงที่ใช้ในงานยึดติดทางทันตกรรมจัดฟัน

บทคัดย่อ

การใช้แบร็กเก็ตยึดติดกับผิวเคลือบฟันเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน ความแข็งแรงของพันธะในระดับพอเพียงของสารยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสงมีบทบาทสำคัญต่อผู้ให้การรักษาที่จะใส่แรงจัดฟันได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าแบร็กเก็ตไม่หลุดออกบ่อย ๆการรักษาก็จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

แม้ว่าในความเป็นจริงการใช้สารยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสงสำหรับการยึดติดกับฟันทุกซี่ในขากรรไกรจะใช้เวลาทำข้างเก้าอี้ค่อนข้างนาน แต่ขบวนการพอลิเมอร์ที่เกิดขึ้นอย่างสมบรูณ์ทำให้สามารถใส่ลวดมัดฟันได้ทันที นี่คือข้อดีที่เด่นชัดของการใช้สารยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสงเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารยึดติดชนิดบ่มเอง

ฉะนั้นเพื่อจะให้ได้ความแข็งแรงของพันธะซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ในทางคลินิกนั้นจำเป็นจะต้องมีแหล่งกำเนิดแสงที่ดีเพื่อใช้ในขบวนการพอลิเมอร์ของสารยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสง แหล่งกำเนิดแสงที่หาได้ตามท้องตลาดมีสี่ประเภท ได้แก่ ชนิดดั้งเดิมคือควอทซ-ทังสเตน-ฮาโลเจน ชนิดพลาสมาอาร์ค ชนิดอาร์กอนเลเซอร์ และ ชนิดไดโอดเปล่งแสง ลักษณะการกำเนิดแสงของแต่ละชนิดมีทั้งข้อดีและข้อด้อยรวมอยู่ในตัวเอง

แหล่งกำเนิดแสงชนิดฮาโลเจนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีไว้ในคลินิกทันตกรรมทุกแห่งมาเป็นเวลาหลายทศวรรษและยังคงมีใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีพัฒนาการในเรื่องความเข้มของแสง แหล่งกำเนิดแสงชนิดพลาสมาอาร์คและอาร์กอนเลเซอร์อาจช่วยลดระยะเวลาในการบ่มตัวแต่ราคาที่แพงก็เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง แหล่งกำเนิดแสงชนิดไดโอดเปล่งแสงจึงจัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปฎิบัติงานในคลินิกในปัจจุบัน

กล่าวโดยสรุปคือแหล่งกำเนิดแสงทั้งหมดสามารถใช้งานได้ดีกับวัสดุยึดติดที่บ่มตัวด้วยแสง แต่การบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลาและการใช้เครื่องตรวจวัดความเข้มของแสงที่เชื่อถือได้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้มั่นใจถึงคุณภาพของแสงที่ยอมรับได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดระยะเวลาในการยึดติดให้น้อยลงเท่านั้นแต่ยังทำให้ได้ความแข็งแรงของพันธะที่คงทนถาวรอีกด้วย

คำสำคัญ : แหล่งกำเนิดแสง, สารยึดติด, ควอทซ-ทังสเตน-ฮาโลเจน, พลาสมาอาร์ค, อาร์กอนเลเซอร์, ไดโอดเปล่งแสง

**************

Light Sources In Orthodontic Bonding

Abstract

Bonding brackets to enamel surfaces is a significant step in orthodontic treatment. Sufficient bond strength of light-cured adhesives plays a major role for clinicians to render uninterrupted orthodontic force application. Without repeated bracket failures, the treatment can continue smoothly.

 Eventhough a considerable amount of chair time must be used for a full arch bonding with light-cured adhesives, their complete polymerization allows immediate arch wire tie-in. This is the most distinguished advantage of light-cured compared to self-cured adhesives.

In order to achieve clinically acceptable bond strength, a good light source is required to polymerize the light-cured adhesives. Four types of light sources (LSs) are available in the market, namely, conventional quartz-tungsten-halogen, plasma arc, argon laser and light emitting diode. The light generating process of each type is presented together with its advantages and disadvantages.

The halogen LSs, which have been a necessity in every dental clinics for many decades, are still widely used with improved light intensity. Plasma arc and argon laser LSs  may reduce curing time but their high prices have to be taken into account. The light emitting diode seem to be the light source of choice for the modern day’s practice. In summary, all light sources work well with light-cured adhesives. But, a periodic maintenance and a reliable radiometer is a key to ensure the acceptable light quality which does not only mean less bonding time but also a long lasting bond strength.

Keywords : Light sources, Adhesives, Quartz-tungsten-halogen, Plasma arc, Argon laser, Light emitting diode