การเมืองที่ดี จำเป็นต้องมีผู้กำกับที่ดีมีศีลธรรม ผู้นำจึงต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม จึงจะทำให้การเมืองดี เป็นการเมืองที่มีศีลธรรม เป็นการเมืองที่รับใช้ สังคม รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

การเมืองที่ไม่ดี การเมืองที่ไม่มีศีลธรรม ทำให้เกิดปัญหาอย่างรุนแรงที่สุด แก่ประเทศชาติและประชาชน แม้จากผ฿นำทางการเมืองเพียงคนเดียว ที่มักอ้างเอาวิธีการทันสมัย ยุดโลกาภิวัฒน์มาจัดการประเทศ ก็ได้กอบโกยโกงกินชาติบ้านเมืองไปแล้วหลายแสนล้าน โดยบริหารจัดการประเทศเสมือนเป็นบริษัทส่วนตัว แต่เนื้อแท้แล้วโกงกินทุกรูปแบบ จนหลายประเทศที่เอาเงินไปฝากไว้แล้วไม่สามารถชี้แจงที่ไปที่มาของเงินได้ (นช.หนีคดี) การเมืองดังกล่าวยังทำให้สังคมหลงติดกับวัตถุนิยม เกิดลัทธิบริโภคนิยม บูชาความทันสมัยแบบไม่เลือกรับและปรับใช้  เยาวชน ดิ้น แดก เที่ยว มั่วกาม ติดยา สำส่อน ถูกมอมเมาอย่างไม่ลืมหนูลืมตา  การเมืองเช่นนี้ยกย่องคนมีเงิน เหยียบย่ำคนจน  จนคนส่วนใหญ่แยกไม่ออกว่าอะไรคือผิดชอบชั่วดี  ส่งผลให้คนดีมีศีลธรรม เป็นคนล้าสมัย ไม่รู้จักกอบโกย นักการเมืองกลายเป็นพวกบ้าลำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวง ยกย่องคนชั่ว  มีพฤติกรรมการบริหารแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา มีโอกาสและจังหวะเมื่อไหร่ก็โกงเมื่อนั้น การเมืองถ้าขาดศีลธะมแล้วการเมืองจะเป็นเรื่องของความเลวร้ายที่สุด จะนำประเทศไปสู่ความหายนะ ล่มจม สร้างความเสียหายทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อย่างประเมินค่าไม่ได้ การเมืองจำเป็นต้องเป็นเรื่องของส่วนรวม พรรคการเมืองต้องเป็นสถาบันของประชาชน ผู้นำทางการเมืองจะต้องเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ เสียสละ และมีจิตสำนึกที่บริสุทธ์ในการรับใช้สังคม ต้องละอายต่อการทำชั่ว เกรงกลัวบาป ทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีสติเตือนใจตนเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ตกเป็นทาสกิเลสจนพาประเทศล่มจม ขณะเดียวกันประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติให้มากขึ้น ตระหนักและตอกย้ำในหน้าที่ในการร่วมตรวจสอบรัฐบาลและนักการเมืองชั่ว เพราะอำนาจอยุ่ที่ใดมักจะมีการฉ้อฉลได้ง่าย ไม่ควรปล่อยให้ผู้นำทำอะไรตามอำเภอใจ เรียกร้องการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ให้มีจังหวัดปกครองตนเอง เลือกผู้ว่าเอง พิจารณาตัดสินใจในการบริหารงบประมาณของจังหวัดเอง สร้างความเข้มแข้งในทุกชุมชนของตนเองขึ้นมา ปกครอแงตนเอง พึ่งตนเองและยึดการตัดสินในมาจากฐานราก  การเมืองจึงน่าจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้มากกว่านี้