ยายกล่อมโชคดีที่มีลูกหลานดูแล แล้วผู้สูงอายุอีกมากมายที่ไม่มีผู้ดูแล จะทำอย่างไร?
ผู้สูงอายุ คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ในขณะนี้ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ประเทศที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ ทำให้ผู้คนมีโอกาสในการที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวมากกว่าในอดีต แต่การที่มีอายุมากขึ้น ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน การดูแลผู้สูงอายุโดยความร่วมมือทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครอบครัวและชุมชนนับเป็นสิ่งสำคัญ
วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 ผู้เขียนได้ไปดู การทำงานในการดูแลผู้สูงอายุของชุมชนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ตามโครงการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ของชุมชนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองซึ่งชุมชนมีลักษณะกึ่งเขตเมือง และตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน ซึ่งเป็นชุมชนชนบท ทั้งสองแห่งอยู่ในจังหวัดตรังมีคุณจรินทรัตน์ แซ่น่า เป็นเจ้าของโครงการ ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปแล้วในระยะที่ 1 ครั้งนั้นให้ชุมชนทั้งสองแห่งมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ไปร่วมด้วยเนื่องจากติดงานอื่น ครั้งนี้เป็นระยะที่ 2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยให้ทั้งสองตำบลมาดูงานในพื้นที่จริงของอีกตำบล
ทีมผู้ดูงานและเจ้าของบ้าน
ผู้เขียนไม่ได้เขียนตามประเด็นที่ตั้งไว้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเขียนในแง่การทำงานของชุมชน แต่เขียนในแง่มุมอื่น ๆ ที่คิดว่าจะช่วยสนับสนุนแนวคิดในการดำเนินงานของพื้นที่
ได้คุยกับ คุณปรีดา สาราลักษณ์ พยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัว กลุ่มงานเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาลศูนย์ตรัง คุณปรีดาเล่าให้ฟังว่า ได้ทำงานนี้ตั้งแต่เป็นน้องเล็กของกลุ่มงาน จนในขณะนี้เป็นพี่ใหญ่ เธอบอกว่าได้ส่งเสริมให้น้อง ๆ ในกลุ่มงานของเธอได้เรียนเพิ่มเติมในเรื่องของงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้การทำงานในชุมชน ในขณะนี้มีทั้งน้องที่จบมาแล้ว น้องที่กำลังเรียนและน้องที่กำลังรอคิวที่จะเรียนต่อไป ค่าลงทะเบียนเรียนคนละ 25,000 บาท นับว่าไม่ใช่น้อย ในการเรียน 4 เดือน ณ วิทยาลัยพยาบาลตรัง โดยมีสัญญาใจว่าจะต้องทำงานอย่างน้อย 2 ปี แล้วค่อยย้ายไปอยู่ที่อื่น ผู้เขียนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ทำงาน รวมทั้งทำให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินงานในชุมชน ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของงานในชุมชนด้วย
คุณปรีดา สาราลักษณ์ ภาพบนซ้าย

ผู้เขียนได้รับฟังการนำเสนอข้อมูลคร่าว ๆ ของชุมชนควนขนุนจากประธาน อสม. คุณทัศนีย์ ต่อจากนั้นคุณปรีดา ได้ให้ผู้สูงอายุร้องเพลง มีหลายเพลง แต่ที่ผู้เขียนชอบได้แก่เพลงนี้ค่ะ
เพลง ทำความดี
ทำความดีสูงวัยต้องทำความดี
ทำความดีสูงวัยต้องทำความดี
ทำความดีสูงวัยต้องทำความดี
ทำความดีสูงวัยต้องทำความดี
ผู้สูงวัยต้องมีใจพัฒนา
มาเถิดมาร่วมทางสร้างความดี
ผูกใจรักสมานสามัคคี
ทำความดีเพื่อศักดิ์ศรีผู้สูงวัย
ผู้เขียนชอบเพราะเป็นเพลงที่จำง่าย และย้ำถึงการทำความดี การมีใจพัฒนาและความสามัคคี ผู้สูงอายุทุกคนร้องเพลงนี้ได้ การที่พูดอะไร ร้องอะไรที่ซ้ำ ๆ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะทำให้เกิดความรู้สึกตระหนัก หรือคล้อยตามได้
คุณปรีดาบอกว่า เพลงนี้เธอและ อสม.ร่วมกันแต่ง โดยมีอาจารย์อำนวย พรหมทอง เป็นที่ปรึกษาและใส่ทำนอง อาจารย์อำนวยบอกว่าการเขียนเพลงให้ผู้สูงอายุเนื้อเพลงต้องเขียนซ้ำ ๆ เพื่อให้จำได้ง่าย ขณะนี้อาจารย์ ได้บวชและจำวัดอยู่ที่วัดคลองน้ำเจ็ด จ.ตรัง ท่านได้แต่งเพลงสำหรับชุมชนไว้หลายเพลงค่ะ (ผู้เขียนตั้งใจว่าจะไปสัมภาษณ์ท่านเพื่อขอแนวคิดในการดำเนินงานในผู้สูงอายุและในชุมชน แต่น่าเสียดายที่ช่วงนี้ท่านไม่อยู่)
กิจกรรมในการต้อนรับผู้สูงอายุ
คุณทัศนีย์ ประธาน อสม. ภาพบนค่ะ


ออกไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้าน


ที่นี่มีผู้สูงอายุ (อายุเกิน 60 ปี) 106 คน จากประชากรทั้งหมด 1,027 คน ผู้เขียนได้คุยกับยายกล่อม โพธิ์แก้ว อายุ 81 ปี ซึ่งยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ความจำดี ว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง คุณยายบอกว่า ตื่นนอน 07.00 น. จากนั้นเดินที่ถนนซอยหน้าบ้านเดินกลับไปกลับมาวันละ 6 เที่ยว ยายกล่อมบอกว่า หมอแนะนำให้เดินครบแล้วมานั่งพักเหนื่อยที่เก้าอี้หน้าบ้าน ทักทายกับคนรู้จักที่เดินผ่านไปผ่านมา จากนั้นก็กินข้าวต้มเป็นอาหารเช้า นั่งเล่นจนเกือบเที่ยงก็จะอาบน้ำ กินอาหารเที่ยงและนอน รับอาหารเย็นประมาณ 6 โมงครึ่ง จากนั้นดูโทรทัศน์ บางวันก็หลับหน้าโทรทัศน์
ยายกล่อมมีลูก 4 คน เป็นลูกสาวทั้งหมด ยายกล่อมอยู่กับลูกสาวคนสุดท้อง ลูกสาวอีก 2 คน ปลูกบ้านอยู่ใกล้ ๆ อีกคนอยู่ต่างจังหวัด ทุกวันจะมีลูกสาวมาดูแล ลูกสาวยายกล่อมบอกว่า ก่อนหน้านี้ 1 เดือน ยายกล่อมไม่สบาย หายแล้วเดินไม่สะดวกเหมือนเดิม ต้องใช้ไม้เท้าช่วย ลูก ๆ ก็พยายามให้ยายกล่อมเดินเอง โดยให้เดินช้า ๆ ในขณะนี้ยายกล่อมสามารถเดินได้เองโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้ว เวลาอาบน้ำลูกสาวก็จะตักน้ำไว้ให้แล้วให้ยายกล่อมอาบเอง พยายามให้ยายกล่อมได้ช่วยเหลือตัวเอง เท่าที่กำลังยายกล่อมจะทำได้ ส่วนเรื่องยา ลูกสาวจะจัดใส่แก้วยาเอาไว้ให้ในแต่ละมื้อ เพราะยายกล่อมจำไม่ได้ว่าจะต้องกินยาอะไรบ้าง
“ ....ยายกล่อมโชคดีที่มีลูกหลานคอยดูแล... จะมีผู้สูงอายุสักเท่าไรที่มีคนในครอบครัวดูแล และมีผู้สูงอายุอีกสักเท่าไรที่ขาดคนดูแล ต้องอยู่ตัวคนเดียวยามแก่ชรา โดยเฉพาะในยุคที่แต่ละครอบครัวมีลูกน้อยลง มีคนที่เป็นโสดมากขึ้น ?....”
ยายกล่อมและลูกสาว (ภาพบน)
ผู้เขียนได้ถามคุณปรีดา ถึงหลักการในการทำงาน เธอบอกว่า ต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ โดยในส่วนของพระเดช เธอสามารถสั่งลูกน้องให้ทำงานได้ ในส่วนของพระคุณ เธอจะช่วยเหลือน้อง ๆ ตลอดจน ยอมรับผิดแทนลูกน้อง เมื่อลูกน้องทำงานผิดพลาด เธอยังเพิ่มเติมอีกว่า การทำงานในชุมชนต้องทำด้วยใจ ไม่มีเวลาราชการ แต่ต้องมีเวลาราษฎร เมื่อไปทำงานในชุมชน ก่อนออกจากชุมชนจะให้เบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อให้โทรฯ คุยในส่วนที่ยังสงสัยหรือต้องการปรึกษา เธอบอกว่า ชีวิตนี้ทำอะไรก็ได้ เพื่อเป็นการแทนคุณแผ่นดิน
สิ่งสำคัญในการทำงานในพื้นที่ ได้แก่ เรื่องของเงิน คุณปรีดาบอกว่า ต้องรู้ว่าแหล่งใดที่จะของบประมาณได้ ในการของบประมาณในการทำงาน เธอจะเขียนโครงการให้กับชุมชน แต่จะไม่ยุ่งเรื่องเงินเลย เมื่อได้รับแล้วจะให้ทางชุมชนบริหารจัดการในเรื่องของเงินกันเอง
ตบท้ายด้วยอาหารมื้อเที่ยงที่เอร็ดอร่อย

เอาดอกไม้จากชุมชนมาฝากทุก ๆ ท่านค่ะ


มาเชียร์งาน สว ดีใจที่ทุกวันพุธมีคลินิกเบาหวานให้ สว ครับ พี่หนุ่ยสบายดีนะครับ...