การวิเคราะห์อัตราบุคลากร
(ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย
วิทยาเขตอุบลราชธานี
โดย
พระใบฎีกาสุพจน์ ตปสีโล รก. ผู้ช่วยอธิการฝ่ายวิชาการ
พระมหาคำพันธ์ ปภากโร อาจารย์ประจำ
พระไสว โชติปญฺโญ เจ้าหน้าที่พัสดุ
พระมหาบัณฑิต ปณฺฑิตเสวี เจ้าหน้าที่ศูนย์บัณฑิตศึกษา
คำนำ
วิทยาเขตอุบลราชธานี เป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับพระภิกษุ – สามเณร และคฤหัสถ์ จำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับการดำเนินงานตามภารกิจของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามภารกิจขององค์กรที่เพิ่มมากขึ้น
การวิเคราะห์อัตราบุคลากร มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนการใช้และการพัฒนากำลังคนในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคาดคะเนการกำหนดตำแหน่ง จัดอัตรากำลัง ระบบโครงสร้างที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบภารกิจของวิทยาเขตอุบลราชธานี โดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารงานบุคคล เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินร้อยละ ๔๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี
จากการ คณะกรรมการประจำวิทยาเขตอุบลราชธานี ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ มีมติมอบหมายให้พระใบฎีกาสุพจน์ ตปสีโล รก. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และคณะ ศึกษาวิเคราะห์อัตราบุคลากรเพื่อนำเสนอสภาพและปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาบุคลากรของวิทยาเขตอุบลราชธานี และนำเสนอต่อมหาวิทยาลัยส่วนกลางได้รับทราบต่อไป
รองอธิการบดีวิทยาเขตอุบลราชธานี
สุภาษิต ปญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต แปลว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
ปรัชญา จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม
ปณิธาน ศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูง สำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์
วิสัยทัศน์ ศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ
ที่สร้างคนดีและเก่ง อย่างมีสมรรถภาพ
จัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคุณภาพ
บริการวิชาการดีอย่างมีสุขภาพ
บริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลิตคนดีและเก่ง อย่างมีสมรรถภาพ
ผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ ใฝ่คิด เป็นผู้นำจิตใจและปัญญา มีโลกทัศน์กว้างไกล มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและพัฒนาสังคม
จัดการศึกษาและวิจัยดีอย่างมีคุณภาพ
จัดการศึกษาและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ผ่านกระบวนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนา มนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล และสันติสุข
บริการวิชาการดีอย่างมีสุขภาพ
มุ่งมั่นในการให้บริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาแก่คณะสงฆ์และสังคม รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ และความร่วมมืออันดีระหว่างพุทธศาสนิกชนในระดับชาติ และนานาชาติ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรม อันเนื่องด้วยพระพุทธศาสนา
บริหารดีอย่างมีประสิทธิภาพ
มุ่งพัฒนาการบริหารจัดการตามหลักนิติธรรม จริยธรรม ความสำนึกรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม ความโปร่งใสตรวจสอบได้ และความคุ้มค่า รวมทั้งสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
พันธกิจ
๑. ผลิตบัณฑิต
ผลิตและพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๙ ประการ คือ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ใฝ่คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม มีโลกทัศน์ กว้างไกล มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเอง ให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม
๒. วิจัยและพัฒนา
การวิจัยและค้นคว้า เพื่อสร้างองค์ความรู้ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ในพระไตรปิฎก โดยวิธีสหวิทยาการแล้วนำองค์ความรู้ที่ค้นพบมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ศีลธรรม และจริยธรรมของสังคม รวมทั้งพัฒนา คุณภาพงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา
๓. ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม
ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม ตามปณิธานการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ด้วยการปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ ให้ประสานสอดคล้อง เอื้อต่อการส่งเสริม สนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา สร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรมแก่ประชาชน จัดประชุม สัมมนา และฝึกอบรม เพื่อพัฒนาพระสงฆ์และบุคลากรทางศาสนา ให้มีศักยภาพในการธำรงรักษา เผยแผ่หลักคำสอน และเป็นแกนหลักในการพัฒนาจิตใจในวงกว้าง
๔. ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
เสริมสร้างและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เอื้อต่อการศึกษา เพื่อสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย สนับสนุนให้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ
|
|
ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตอุบลราชธานี
ที่ตั้ง
วิทยาเขตอุบลราชธานี ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๑ บ้านหมากมี่ ถนนสมเด็จ ตำบลกระโสบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทรศัพท์ : ๐๔๕ – ๔๒๒๑๕๓ – ๙
ประวัติความเป็นมา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี เดิมเรียกชื่อว่า “วิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี” ได้เกิดขึ้นจากความคิดของพระเถระสองรูป คือ พระราชรัตโนบล (พิมพ์ นารโท ป.ธ.๖,พ.ม.) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี[๑] และพระกิตติญาณโสภณ [๒] (สมเกียรติ สมกิตฺติ ป.ธ.๖) ตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ฝ่ายการศึกษา)เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อตั้ง โดยพระเถระทั้งสองรูปมีความเห็นพ้องกันว่า ต้องการให้พระภิกษุสามเณร กุลบุตรลูกหลานชาวไร่ ชาวนา ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษา และต้องการให้มีสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่จำเป็นจะต้องทิ้งวัดวาพระศาสนา ละทิ้งศรัทธาของญาติโยมที่อุปถัมภ์ค้ำชูไปศึกษาต่อในถิ่นอื่น หรือเข้าไปศึกษาในกรุงเทพมหานคร เพราะการไปศึกษาในกรุงเทพมหานคร นั้น มีความเป็นอยู่ลำบากยุ่งยากนานาประการ เช่น เรื่องวัดที่อยู่อาศัย อาหารการขบฉัน การเดินทางไปศึกษาในสถานศึกษา มีความยุ่งยากลำบากมาก
พระราชรัตโนบล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี จึงมอบหมายให้ พระกิตติญาณโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ฝ่ายการศึกษา) เขียนโครงการก่อสร้างวิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๒๐ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๐ โดยพระกิตติญาณโสภณ แจ้งจุดประสงคืในการก่อสร้างวิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี ดังนี้
๑) เพื่อตอบสนองความต้องการ ของพระภิกษุสามเณรในชนบทผู้ใคร่ต่อการศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนา วิชาการชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา ในระดับอุดมศึกษา
๒) เพื่อผลิตพระบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ด้านการศึกษา วิชาพระพุทธศาสนาให้ควบคู่กับการศึกษาวิชาสามัญศึกษา
๓) เพื่อผลิตพระบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถ ในการนำเอาองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา และทางสามัญศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อบรมสั่งสอนประชาชนในท้องถิ่นของตน
๔) เพื่อผลิตพระบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถ ในการบริหารและจัดการศึกษาสำนักศาสนศึกษา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี และพระปริยัติแผนกสามัญศึกษา
๕) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษาค้นคว้า วิจัยและพัฒนาการทางพระพุทธศาสนา การฝึกอบรมวิชาวิปัสสนากัมมัฎฐานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
๖) เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาอบรม เผยแผ่ทางศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และค่านิยมอันดีงามของท้องถิ่นแก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป
๗) เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่พระภิกษุสามเณร กุลบุตรลูกหลาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกชาวไร่ชาวนา เกษตรกรรมผู้ยากจน ไม่มีทุนทรัพย์ปัจจัยที่จะส่งกุลบุตรลูกหลานไปเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนาในระดับอุดมศึกษา
มติที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี พระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี เห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้ง วิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี ขึ้นที่วัดมหาวนาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินจัดหาทุนในการก่อสร้าง โดยมี พระกิตติญาณโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานคณะทำงาน เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ ทุกอำเภอ เป็นกรรมการ
หลักสูตรและสาขาวิชาที่ดำเนินการสอนระยะแรกถึงปัจจุบัน
ในระยะแรกวิทยาเขตอุบลราชธานี ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต โดยในระยะแรกเริ่มเปิดสาขาการสอนสังคมศึกษา ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ขออนุมัติเปิดเรียนคณะพุทธศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ และขออนุมัติเปิดคณะคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ ในเวลาต่อมา
ปัจจุบัน เปิดเรียนระดับปริญญาตรี ทั้งหมด ๔ สาขาวิชา ประกอบด้วย
สาขาวิชาศาสนาและปรัชญา มี ๒ วิชาเอกได้แก่ :-
v วิชาเอกศาสนา
v วิชาเอกพระพุทธศาสนา (ห้องเรียนจังหวัดศรีสะเกษ)
สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มี ๒ วิชาเอกและ ๑ หลักสูตร ได้แก่
v วิชาเอกสังคมศึกษา
v วิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษ
v หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
สาขาวิชาเอกรัฐศาสตร์ มี ๒ วิชาเอก ได้แก่
v วิชาเอกรัฐศาสตร์ (บริหารรัฐกิจ)
v วิชาเอกรัฐศาสตร์ (การปกครอง) สำหรับบรรพชิตและคฤหัสถ์
v หลักสูตรประกาศนียบัตรพระสังฆาธิการ (ปบส.)
สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ ๑ วิชาเอกได้แก่
v วิชาเอกภาษาอังกฤษ
ระดับปริญญาโท
ระดับปริญญาโท เปิดสอน ๑ สาขาวิชา ได้แก่
v สาขาวิชาพระพุทธศาสนา (รับสมัครทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์)
นโยบายในการพัฒนาวิทยาเขตอุบลราชธานี
จากสภาพภูมิประเทศของ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนตะวันออกสุดของประเทศไทย มีพื้นที่อาณาเขตชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ๒ ประเทศ คือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา จึงนับได้ว่า จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประตูเมืองไปสู่กลุ่มประเทศอินโดจีนได้อย่างสะดวก ความเป็นไปได้ในด้านศักยภาพทางภูมิศาสตร์ เหมาะสมที่จะพัฒนาวิทยาเขตอุบลราชธานี ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนา เพราะอุบลราชธานีเป็นแหล่งอารยธรรมเป็นศูนย์รวมนักปราชญ์จากลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำมูลพร้อมกับขยายเครือข่ายวิชาการด้านพระพุทธศาสนาให้แพร่เข้าไปสู่กลุ่มประเทศในอินโดจีนให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
ความเป็นไปได้ในระยะสั้น วิทยาเขตอุบลราชธานี ได้ทำข้อตกลงร่วมกับคณะสงฆ์แขวงจำปาศักดิ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยให้พระสงฆ์ได้รับการศึกษาในระดับอนุปริญญา แล้วให้เข้ามาศึกษาต่อในวิทยาเขตอุบลราชธานี และขยายไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชาในระยะต่อไป
พร้อมกันนี้การจัดการศึกษาภายในวิทยาเขตอุบลราชธานี เร่งขยายสาขาวิชาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมสำหรับคฤหัสถ์ เช่นวิชาเอกการปกครอง วิชาเอกเศรษฐศาสตร์ ขยายการศึกษาในระดับปริญญาโทเช่น การบริหารการศึกษา ในช่วงแผน ๑๐ วิทยาเขตอุบลราชธานี ยังได้กำหนดแผนพัฒนาด้านกายภาพ เช่น การขยายพื้นที่ถนนทางเข้าวิทยาเขต การสร้างคลองล้อมรอบพื้นที่ของวิทยาเขต การสร้างที่พักนิสิต บ้านพักคณาจารย์ เป็นต้น
ปัจจัยที่เกื้อหนุนในการพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี ให้เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย
๑) การได้รับรับการสนับสนุนจากพระสังฆาธิการ พ่อค้า ประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นอย่างดียิ่ง
๒) สถานที่ตั้ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี คือป่าสาธารณประโยชน์ ดงบั้งไฟ หมู่ ๑ บ้านหมากมี่ ตำบลกระโสบ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนเนื้อที่ดิน ๒๑๒ ไร่เศษ เพียงพอต่อการขยายพื้นที่เพื่อกิจกรรมทางการศึกษา และห่างจากตัวเมือง และสนามบินนานาชาติ ๘ กิโลเมตร
๓) เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มี ๒๕ อำเภอ มีการคมนาคมสะดวก ทั้งทางรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน มีสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี สถานีขนส่ง บขส. มีรถทัวร์ปรับอากาศจากอุบลราชธานี ไปยังทุกจังหวัด รวมถึงอุบลราชธานี – แขวงจำปาศักดิ์ (ประเทศลาว) มีรถโดยสารให้บริการทุกวัน
๔) แหล่งให้บริการ การเรียนรู้และสถานศึกษาที่ใกล้วิทยาเขตอุบลราชธานี โรงพยาบาลสงฆ์ ๕๐ พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในปัจจุบันนี้ มีพระภิกษุสามเณรชาวต่างประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา สาธารณรัฐเวียดนาม สาธารณรัฐอินเดีย เป็นต้น ได้เดินทางเข้ามาศึกษาอยู่ที่วิทยาเขตอุบลราชธานี ปีละหลายรูป
คณะผู้บริหาร
๑) ข้อมูล ผู้บริหาร, คณาจารย์, เจ้าหน้าที่
|
ที่ |
ชื่อ ฉายา นามสกุล |
วุฒิการศึกษา |
ตำแหน่ง/หน้าที่ |
|
๑ |
พระครูสารกิจโกศล ดร. |
ปริญญาเอก |
รองอธิการบดีวิทยาเขต |
|
๒ |
พระใบฎีกาสุพจน์ ตปสีโล |
ปริญญาโท |
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ |
|
๓ |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพิมล ศรศักดา |
ปริญญาโท |
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป |
|
๔ |
พระครูกิตติคุโณภาส |
ปริญญาโท |
ผอ.สำนักงานวิทยาเขตอุบลราชธานี |
|
๕ |
พระครูสมุห์เฉวียน กตปุญฺโ ดร. |
ปริญญาเอก |
ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี |
|
๖ |
พระมหาศิริวัฒน์ สิริวฑฺฒโน ดร. |
ปริญญาเอก |
รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการ |
|
๗. |
พระครูสารธรรมรังษี |
ปริญญาโท |
หน.สาขาวิชาศาสนาและปรัชญา |
|
๘ |
นายบรรยวัสถ์ ฝางคำ |
ปริญญาโท |
หน.สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน |
|
๙ |
ว่าที่ร้อยตรีส่งศักดิ์ บุญจำรูญ |
ปริญญาโท |
หน.สาขาวิชารัฐศาสตร์ |
|
๑๐ |
นายเฉลิมสุข บุญคำภา |
ปริญญาโท |
หน.สาขาภาษาต่างประเทศ |
|
๑๑ |
นายมนูญ พันนา |
ปริญญาโท |
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ |
|
๑๒ |
นายสี สร้อยสน |
ปริญญาโท |
รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการ |
|
๑๓ |
นายสุรสิทธิ์ ทองลาด |
ปริญญาโท |
รองผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต |
|
ที่ |
ชื่อ ฉายา นามสกุล |
วุฒิการศึกษา |
ตำแหน่ง/หน้าที่ |
|
๑๔ |
นายทองแดง พุทธเกตุ |
ปริญญาโท |
หัวหน้าฝ่ายวิชาการและวิจัย |
|
๑๕ |
พระครูปลัดหงษ์หิน ฐิตธมฺโม |
ปริญญาโท |
หัวหน้าฝ่ายกิจการนิสิต |
|
๑๖ |
พระครูสารสีลคุณ |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๑๗ |
พระบัญชา เขมวีโร ดร. |
ปริญญาเอก |
อาจารย์ประจำ |
|
๑๘ |
พระมหาจิตนเรศ วุฑฒิธมฺโม |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๑๙ |
พระสมุห์จักรกฤษ์ จนฺทโก |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๒๐ |
พระมหาคำพันธ์ ปภากโร |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๒๑ |
พระไสว โชติวณฺโณ |
ปริญญาโท |
เจ้าหน้าที่วิชาการศึกษา |
|
๒๒ |
พระมหาบัณฑิต ปณฺฑิตเสวี |
ปริญญาโท |
เจ้าหน้าที่ธุรการ |
|
๒๓ |
พระสฤทธิ์ สุมโน |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่ดูแลอาคารสถานที่ |
|
๒๔ |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญชา จำปารักษ์ |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๒๕ |
นายวันไทย กาเผือกงาม |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล |
|
๒๖ |
นายเจิม คุณละทิ |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๒๗ |
นายวุฒิพล คำตั้งหน้า |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๒๘ |
นายขันเตียน นามเกตุ |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและวัดผล |
|
๒๙ |
นายทวี เทศมาศ |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๓๐ |
นายสิทธิมนต์ ติสันเทียะ |
ปริญญาโท |
อาจารย์ประจำ |
|
๓๑ |
นายณัฐพล ธาระวงศ์ |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่ห้องสมุด |
|
๓๒ |
นางสุจิรา ธาระวงศ์ |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่การเงิน |
|
๓๓ |
นางฉวีวรรณ โกษาพันธ์ |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่การเงิน |
|
๓๔ |
นายเกียรติศักดิ์ บุตรราช |
ปริญญาโท |
อาจารย์อัตราจ้าง |
|
๓๕ |
นายกันดา ป้องภา |
ปริญญาโท |
อาจารย์อัตราจ้าง |
|
๓๖ |
นายไพฑูรย์ บุญยิ่ง |
มัธยม ๖ |
นักการภารโรง |
|
๓๗ |
นายทองสุข พันธ์คูณ |
มัธยม ๖ |
นักการภารโรง |
|
๓๘ |
นายวรวัฒน์ ราชิวงศ์ |
ปริญญาตรี |
พนักงานขับรถ |
|
๓๙ |
นายอรุณ สมพร |
มัธยม ๖ |
พนักงานขับรถ |
|
๔๐ |
นางเปรมฤดี จงสูงเนิน |
ปริญญาตรี |
เจ้าหน้าที่ห้องสมุด |
โครงสร้างการจัดองค์กร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี
ตารางจำแนกบุคลากรตามสายงานและวุฒิการศึกษา วิทยาเขตอุบลราชธานี
|
สายงาน |
วุฒิการศึกษา |
|||||
|
ต่ำกว่า ป.ตรี |
ปริญญาตรี |
ประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) |
ปริญญาโท |
ปริญญาเอก |
รวม |
|
|
วิชาการ |
- |
- |
- |
๑๘ |
๕ |
๒๓ |
|
ปฏิบัติการวิชาชีพ |
๔ |
๕ |
- |
๖ |
- |
๑๕ |
|
ลูกจ้าง |
- |
๓ |
|
- |
- |
๓ |
|
รวม |
๔ |
๘ |
|
๒๔ |
๕ |
๔๑ |
สถิติจำนวนนิสิต ตั้งแต่ปีที่เริ่มดำเนินการจัดการศึกษา จนถึงปัจจุบัน
|
ปีการศึกษา |
จำนวนนิสิต |
รวมทั้งสิ้น |
จำนวนที่สำเร็จการศึกษา |
รุ่นที่สำเร็จการศึกษา |
|||
|
ปีที่๑ |
ปีที่ ๒ |
ปีที่ ๓ |
ปีที่ ๔ |
||||
|
๒๕๓๐ |
๕๒ |
- |
- |
- |
๕๒ |
- |
- |
|
๒๕๓๑ |
๒๗ |
๕๒ |
- |
- |
๗๙ |
- |
- |
|
๒๕๓๒ |
๓๗ |
๒๗ |
๕๒ |
- |
๑๑๖ |
- |
- |
|
๒๕๓๓ |
๓๙ |
๓๗ |
๒๗ |
๓๘ |
๑๔๑ |
- |
- |
|
๒๕๓๔ |
๗๖ |
๓๙ |
๓๗ |
๑๗ |
๑๖๙ |
๓๘ |
๓๗ |
|
๒๕๓๕ |
๒๔ |
๕๑ |
๓๐ |
๒๙ |
๑๓๔ |
๑๗ |
๓๘ |
|
๓๕๒๖ |
๓๙ |
๒๒ |
๔๙ |
๒๙ |
๑๓๙ |
๒๙ |
๓๙ |
|
๒๕๓๗ |
๔๐ |
๓๑ |
๒๒ |
๕๓ |
๑๔๖ |
๒๙ |
๔๐ |
|
๒๕๓๘ |
๕๗ |
๓๕ |
๓๒ |
๓๒ |
๑๕๖ |
๔๙ |
๔๑ |
|
๒๕๓๙ |
๔๓ |
๓๗ |
๓๗ |
๓๐ |
๑๔๗ |
๒๑ |
๔๒ |