ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เป็นวันที่ได้อยู่กับครบพร้อมหน้าพร้อมตากันที

ต้องหากิจกรรมดีๆทำแล้วนานๆจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันยาวๆแบบนี้

ลูกสาวคนเล็กกลับบ้านมาฝึกงานใกล้ๆบ้านพร้อมด้วยเพื่อนอีกคนหนึ่ง

รวมแล้วก็ ๕ คนพอดีชวนเพื่อนที่ทำงานไปด้วยอีกคน เป็น ๖ คน เอาอย่างนี้เราไปที่หัวแหลมตะลุมพุกใกล้บ้านกันเดินทางก็ใช้เวลา ๔๕ นาทีเห็นจะได้ เราไปหาหอยเสียบเถอะ สนุก ประหยัด และยังได้หอยกลับมาดองเองที่บ้านอีกด้วย

เริ่มออกเดินทางเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น.เห็นจะได้

-มีข้าวผัดกะปิ

-ผัดทะเล

-ต้มยำ

-แตงโม

ที่ขาดไม่ได้ก็น้ำดื่ม

ไปถึงก็ทานข้าวกันก่อนแล้วลงไปหาโดยใช้เท้าเขี่ยๆดู ผ่านไปนานก็ไม่ได้สักตัว

เอาอย่างนี้เราเปลี่ยนสถานที่จากท้ายแหลมตะลุมพุกมากลางๆซึ่งแถวนี้มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่กันหนาแน่นพอสมควรและเป็นช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนมากนักก็ใช้วิธีการสังเกตการจับหอยของชาวบ้านที่เริ่มทยอยกันออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

เค้าใช้ช้อนกินข้าวเขี่ยพื้นทรายที่บนแนวคลื่นน้ำทะเลไปไม่ถึงพบหอยฝังตัวเองลึกมาก ก็ทดลองหาเปลือกหอยแถวๆนั้นลองทำดูก็ได้มากพอสมควร

จากเมื่อก่อนสมัยเด็กก็ได้ไปเก็บหอยโดยใช้เท้าเขี่ยทรายเบาๆตรงแนวคลื่นที่น้ำทะเลซัดถึงทรายกระจายก็สามารถเก็บหอยที่ตั้งเด่นแต่ต้องเก็บด้วยความรวดเร็วไม่อย่างนั่นหอยจะฝังตัวหายไปด้วยความรวดเร็วเก็บไม่ทัน

ซึ่งสมัยนี้การเก็บหอยก็มีวิธีการที่เปลี่ยนไปแต่ก็สนุกมาก เค้าขายแบบสดๆกิโลกรัมละ ๖๐ บาท หากที่ดองด้วยน้ำปลาแล้ว ตักประมาณ ๒ ช้อนโต๊ะใส่ถุง ราคา ๒๐ บาท

วันนั้นกลับบ้านไปด้วยหอยเสียบประมาณ ครึ่งกิโลเห็นจะได้ ตักน้ำทะเลไปด้วย ๑ ขวดเผื่อล้างให้สะอาดและเอาหอยลงแช่ไว้อีก ๑ คืนให้คายน้ำและสิ่งสกปรกออกให้หมดก่อนที่จะดอง

รุ่งเช้าก็คิดกันว่าจะไปอีก  เพราะสนุกมากเมื่อคืนนอนหลับฝันถึงหอยตลอดเวลา ทีนี้มีปัญหากันสามีไม่อยากไปแล้วขี้เกียจหา ลูกสาวก็เลยบอกว่าเอาอย่างนี้ จ้างพ่อหาของให้นั่งกินกับแกล้มที่ชายหาดแล้วเราค่อยลงไปหาหอยกัน เป็นอันตกลงตามนี้

วันนั้นหมดไป ๙๐๐ บาทกับค่ากับแกล้มเหล้า ได้หอยมาอีกครึ่งกิโลได้แถมด้วยฝ้าอีกนิดหน่อย แต่ได้ความสนุก  ความสุขกลับมามากมายก็นานๆได้ไปกันทีทั้งๆที่ทะเลอยู่ใกล้ๆบ้านแค่นั้น