ท่าที่กับวิธีการในการแก้ความขัดแย้ง อย่างไรสำคัญกว่า

ท่าที่กับวิธีการในการแก้ความขัดแย้ง อย่างไรสำคัญกว่า

 “”””””””””””””””””””””

จากความเข้าใจ ถึงการเล่าเรื่อง

 

นิยามศัพท์ : บุคคล ในที่นี้หมายถึง มนุษย์ทุกคน

 

ผู้เขียนเข้าใจว่า วิธีการ นั้นเน้นการแสวงหาเครื่องมือ มาตรการ หรือแนวทางอะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายหรือจุดหมายที่ต้องการให้ไปถึง หากแต่ละเลยไม่สนใจในวิธีการก็ย่อมไม่สามารถทำให้เป็นบรรทัดฐานอย่างเดียวกันได้ ความผาสุกของสังคมใดสังคมหนึ่ง ต้องมีครรลองเป็นอย่างเดียวกัน หากแต่ไม่ได้หมายความว่า การกระทำอันเกิดผลตามมานั้น บุคคลต้องได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเหมือนกับ เพราะบุคคลย่อมมีพื้นฐาน อุปนิสัย ธรรมชาติ นั้นต่างกัน ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับเจตนาและ การได้รับการสั่งสอนและอบรม

 

อย่างไรก็ตาม ก็ย่อมที่จะต้องพิจารณาไปตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือบริบทและเงื่อนไข เพราะสิ่งที่เป็นวิธีการนั้น เกิดจากบุคคลที่จะนำไปใช้กับบุคคล หากแต่ไม่เป็นการกระทำไปเพื่อให้บุคคลได้รับความพึงพอใจไปทั้งหมดได้ แต่กระทำด้วยวิธีการย่อมต้องอาศัยวิธีการ

 

วิธีการนั้น ผู้เขียนนั้น ยังเห็นว่าสำคัญมาก ในบรรดาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะสิ่งที่เราต้องการนั้น หากวิธีการนั้นดี เป็นวิธีการที่ยุติธรรม ทุกฝ่ายแล้ว ย่อมสามารถทำให้เกิดการแก้ปัญหาได้ เพราะนำไปสู่ความบริสุทธิ์ยุติธรรม ในบริบทและเงื่อนไขในขณะนั้น

 

ท่าทีบุคคลต่อปัญหา สำคัญอย่างไร

 

ธรรมชาติของมนุษย์ หรือปัจเจกชน ย่อมแตกต่าง มากน้อย แม้จะเชื่อว่ามนุษย์นั้นตามสภาวะธรรมชาตินั้นจะเหมือนกันกล่าวคือ เป็นคนดี หรือบุคคลที่ฝึกหัดได้ เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตประการหนึ่งคือ การที่สังคม หรือบุคคลนั้นต้องการให้สังคมมีแนวทางหรือบรรทัดฐานอย่างเดียวกันย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่จะทำให้ทุกคนยอมรับ หากแต่การยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น เข้าใจในความแตกต่างจริงๆ ไม่ใช่เพียงความต้องการให้เขาเป็นดังที่เราต้องการ เพราะเหตุนี้ใช่หรือไม่ จึงเกิดปัญหา หรือความขัดแย้ง เพราะเรา(สังคม/ผู้มีอำนาจหรือ ผู้ปกครอง/ผู้นำ) ต้องการให้เป็นไปตามที่ตนนั้นต้องการ

 

หากท่าที่หมายถึง ความต้องการให้เป็นไปตามที่เขาต้องการไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มคน ผู้เขียนไม่เห็นว่าท่าที่ดังกล่าวนั้นจะสามารถแก้ปัญหาได้ หากแต่หากท่าที่ที่มีความหมายที่ว่า การฟังอย่างตั้งใจ อันหมายถึง การยอมรับฟัง แม้ความคิดเห็นหรือทัศนะคติดังกล่าวของเขาดูเหมือนว่าแตกต่าง หรือไม่เห็นว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้มากเพียงใด แต่อย่างไรก็ตามการรับฟังก็เป็นสิ่งสำคัญ อันนำไปสู่การแก้ปัญหา เพราะการแก้ปัญหานั้นย่อมเกิดจากการตระหนักรู้ด้วยตนเองของแต่ละบุคคลเท่านั้นว่าสิ่งนั้นๆ เป็นปัญหา หากบุคคลไม่รับรู้ หรือตระหนักรู้ร่วมกันในสิ่งนั้นๆ ว่าเป็นปัญหาก็ย่อมไม่ทำให้เกิดแนวทางการแก้ปัญหาได้

 

ท้ายที่สุดนี้ ทำอย่างไร เมื่อบุคคลมีระดับทั้งด้ายกายภาพอันรวมทั้งเศรษฐกิจ และจิตใจ อันเกิดแต่การสะสมมายาวนานอาจหลายภพหลายชาติ จึงไม่สามารถให้เห็นว่า ความแท้จริงนั้นเป็นหนึ่ง ไม่มีสอง ผู้เขียนยังรู้สึกว่า การลงทัณฑ์นั้นยังคงจำเป็น ดังพุทธพจน์ที่กล่าวไว้ว่า “ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อ ข่มบุคคลที่ควรข่ม”

 

หากแต่สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นเครื่องมือสำหรับมนุษย์ใช้ต่อมนุษย์และอาจดูเหมือนว่ามนุษย์เท่านั้นที่จะเรียนรู้ว่าทุกข์ และสุขเป็นอย่างไร อาจจะมากกว่าสัตว์อื่นก็เป็นไปได้ เพราะวันนี้เรายังไม่เห็นการมีสัตว์อื่นมาเรียกร้องสิทธิให้กับตน

ภาพถ่ายที่ มจร วังน้อย ayutthaya ใกล้ค่ำตะวันรอนรอน