จุดพลิกผันคือการนำเอาพระราชดำรัสฯ ว่าทันตแพทย์ที่ออกหน่วยพระราชทานควรดูเรื่องอื่นด้วย

ตอนที่ ๑

แผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข

ผศ.ทพ.ดร.จรินทร์ ปภังกรกิจ จากแผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข เล่าว่าหลายอย่างที่ทำเลียนแบบแผนงานรุ่นพี่ สสส. มา approach ด้วยคำชวนง่ายๆ แต่ต้องใช้เวลากว่าจะเข้าใจ การปฏิบัติเหมือนเพิ่งจะเริ่มเมื่อไม่นานนี้เอง เราอาจจะไม่เข้าใจโจทย์ที่ สสส. จะให้ทำ และโจทย์ไม่ใช่เรื่องสำคัญของคณะ

 

เดิมมีชื่อแผนงานคณะทันตแพทยศาสตร์สร้างเสริมสุขภาพ ตอนปี ๒๕๔๗ ทำอะไรคล้ายๆ แผนงานแพทย์ มีการประชุม ตั้งกรรมการ สนับสนุนโครงการย่อยๆ หาคนทำยาก ทำมาประมาณ ๑ ปี ก็มาคุยกัน ดูแผนงานเด็กไทยไม่กินหวาน แผนงานพยาบาลชุมชน แล้ววิเคราะห์ว่าทำไมเขาจึงทำงานเป็นมรรคเป็นผล ค้นพบว่าสิ่งที่เขาทำเป็นงานของเขา สามารถดึงเอาคนหลายๆ สาขาวิชาชีพมาทำงานร่วมกัน แผนงานพยาบาลชุมชนทำเรื่องเดียวคือวิจัยเชิงคุณภาพ ทำงานสำเร็จเพราะมีความสนใจจริงๆ และเป็นโจทย์ของเขา

ที่ประชุม Dean Consortium ให้ความสำคัญ ให้เวลามาก พบว่าความเครียดความกังวลของนิสิตนักศึกษามีมาก งานของทันตแพทย์ทุกชิ้นเหมือนงานผ่าตัดทั้งสิ้น ทุกบริการเป็นงานผ่าตัด การสอนนักศึกษาที่ไม่เคยทำหัตถการ เวลาที่มีให้แก่นักศึกษาก็หมดแล้ว ดังนั้นความเครียดจึงเกิดทั้งกับนักศึกษาและอาจารย์ จึงชูประเด็นความเครียดของนักศึกษาขึ้นมา แก้ไขความเครียดจากการเรียนการสอน เกิดราวปี ๒๕๕๐ ท้ายของระยะแรก

ระยะที่ ๒ ตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นตัวชูโรงอย่างจริงจัง จึงเปลี่ยนชื่อแผนงาน การสื่อสารเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพไม่ชัดเจนมากๆ เหมือนจะเป็นงานของทันตชุมชน ต่างจากของพยาบาลที่เป็นชีวิตจิตใจ

นอกจากการเรียนรู้อย่างมีความสุขแล้ว ก็มองหาว่าทางไหนจะสื่อสารเรื่องสร้างเสริมสุขภาพได้ชัดเจน ก็มาตกผลึกที่สุขภาพองค์รวม หมายถึงควรจะอยู่ในการดูแลผู้ป่วยทุกๆ สาขา มีจุดพลิกผันคือการนำเอาพระราชดำรัสฯ ว่าทันตแพทย์ที่ออกหน่วยพระราชทานควรดูเรื่องอื่นด้วย ต้องเข้าใจชาวบ้าน ถ้าไม่มีน้ำใช้จะแปรงฟันวันละ ๒ ครั้งได้อย่างไร หนทางก็เกี่ยวข้อง...

องค์ประกอบ “การสร้างเสริมสุขภาพ” ในหลักสูตร (ของ มข.) ปีที่ ๑-๖ มีรายวิชาสร้างเสริมสุขภาพอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว

๑. วิชาชีพทันตแพทย์ขั้นแนะนำ

๒. การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก

๓. ทันตกรรมป้องกันและปฏิบัติการ เน้นการสื่อสาร ซักประวัติให้มากขึ้น

๔. ภาคสนามวิทย์สุขภาพแบบบูรณาการ เป็นโอกาสที่นักศึกษาจะได้ทำงานร่วมกันในชุมชน

๕. โครงการทันตกรรมโรงเรียน

๖. ทันตกรรมชุมชนภาคสนาม ไปอยู่กับรุ่นพี่

คลินิกทันตกรรมพร้อมมูล นักศึกษาต้องดูแลผู้ป่วยเหมือนกับชีวิตจริง และยังมีรายวิชาศึกษาทั่วไป ซึ่งพยายามทำให้วิชาเหล่านี้สอดแทรกอยู่ในทุกชั้นปี

แนวทางของแผนงานกับการผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ “สร้างเสริมสุขภาพ”

แนวคิดสุขภาพองค์รวม สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ผลักดันให้แนวคิดนี้สู่การจัดการเรียนการสอน

ผลักดันสู่แนวคิดการบริการทันตกรรมในคลินิกของคณะ ผลักดันสู่แนวคิดการให้บริการทันตกรรมในหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพต่างๆ ที่ครอบคลุมมิติกาย ใจ สังคม และปัญญา

ตอนท้ายของแผนงานฯ พยายามสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายเชิงประเด็น เช่น เครือข่ายลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก รณรงค์ให้พ่อแม่แปรงฟันให้ลูกตั้งแต่แรก โดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และเครือข่ายสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย ร่วมผลักดันเป็นมาตรฐานของหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์

แนวคิดการเรียนรู้อย่างสร้างสุข วนเวียนอยู่กับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ได้แก่ ทักษะด้านการเข้าใจตนเอง ทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะด้านจิตใจ (ปฏิบัติธรรม) พยายามสร้างเครือข่ายงานกิจการนักศึกษา สร้างเครือข่ายสโมสรนิสิตนักศึกษา ทันตแพทย์จิตอาสา (Smile teen) ทำบล็อกให้คำปรึกษา และเครือข่ายการเรียนรู้อย่างสร้างสุข หวังว่าทั้ง ๓ เครือข่ายจะดำรงอยู่ได้

บทเรียน : ด้านยุทธศาสตร์ ต้องทำให้คณะเห็นว่าประเด็นของเราคือปัญหาและเป็นภารกิจของคณะ ทุกคนมีภาระงานประจำมากอยู่แล้ว ต้องหาทางผนวกประเด็นของเราเข้ากับพันธกิจหรือเครือข่ายเดิมที่มีอยู่แล้ว ชื่อแผนงานที่ชัดเจนง่ายต่อการสื่อสารได้ ประเด็นสุขภาพ “กาย” สื่อสารได้ง่ายที่สุด

การให้ตัวแทนคณะมีส่วนร่วมในการบริหาร ทำให้เกิดการยอมรับ แต่ความเข้มข้นของการขับเคลื่อนจะลดลง Dean Consortium มักเป็นที่ประชุมเพื่อ “รับทราบ” เป็นหลัก ธรรมชาติของวิชาชีพมีความสำคัญ…. (ยังมีสาระอีก แต่จดไม่ทัน)

รศ.ดร.พรรณวดี กล่าวว่าทั้ง ๒ เครือข่ายมีประเด็นให้เราคิด เริ่มต้นมาคล้ายๆ กัน ... สุขก็สุขของทุกคน ต้องสมดุล มีแนวคิดหลักของความเป็นวิชาชีพและมีมิติของการสร้างเสริมสุขภาพเข้าไปด้วย

แผนงาน พย.สสส.

รศ.ดร.วรรณภา ศรีธัญรัตน์ ผจก. แผนงาน พย.สสส.ระยะที่ ๒.๒ บอกว่าการจัดประชุมครั้งที่แล้ว (อ่านที่นี่) คิดว่าได้ทำให้ พย.สสส. เป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงขอทบทวนเล็กน้อย

 

ระยะที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๕๐) เป็นระยะสร้างศักยภาพ Theme ชูประเด็นผู้นำด้านการสร้างเสริมสุขภาพ

ระยะที่ ๒ เป็นระยะต่อยอดแผนงาน ระยะที่ ๒.๑  ขยายและสร้างเครือข่าย Theme ครูและศิษย์ร่วมสร้างเสริมสุขภาพ เน้นการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา ระยะ ๒.๒ (ปัจจุบัน) บูรณาการและสร้างสรรค์ผลงาน เห็นว่าพยาบาลทำมามาก แต่คนส่วนใหญ่ในองค์กรไม่รู้ รู้กันแต่กลุ่มที่สอนและนักศึกษาที่เรียน คนอื่นไม่ได้มารับรู้ จุดที่ขับเคลื่อนเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้คือ HP for All และ All for HP

กรอบแนวคิด ดูว่ามีทุนอะไรอยู่แล้ว เช่น สมรรถนะ องค์กรสร้างเสริมสุขภาพในสถาบันที่ทำมาแล้ว ระดับของการพัฒนาแตกต่างกัน เครือข่าย KM เริ่มมีการ form ตัว ...

เป้าหมายของแผนงานระยะที่ ๒.๒
G1 องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ
G2 การจัดการเรียนการสอนสร้างเสริมสุขภาพ
G3 การพัฒนานักศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ
G4 การพัฒนาสุขภาพชุมชนสร้างเสริมสุขภาพ
G5 ศูนย์การเรียนรู้ : สถาบันการศึกษาพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ (องค์ความรู้)

ยุทธศาสตร์ ๔ สร้าง ประกอบด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ สร้างพยาบาลที่มีสมรรถนะในการสร้างเสริมสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ สร้างพลังภาคีเครือข่าย
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างนโยบายสุขภาพสังคม

รศ.ดร.วรรณภา เล่าและฉายภาพให้เห็นว่าในแต่ละยุทธศาสตร์มีกิจกรรมและผลงานอะไรเกิดขึ้นบ้าง

วัลลา ตันตโยทัย