ส่วนของ public policy อาจทำไม่ได้ทั้งหมด ไม่สามารถทำให้ community ทุกแห่งเข้มแข็ง ตี scope จากการวิเคราะห์ตนเอง

วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ก่อนหน้านี้

เวลาประมาณ  ๑๐.๔๕-๑๒.๐๐ น. เป็นการเสวนาเรื่อง How to…บ่มเพาะนักสร้างเสริมสุขภาพสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งมี รศ.ดร.พรรณวดี พุธวัฒนะ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เราพยายามเชิญผู้รับผิดชอบแผนงานพัฒนาบุคลากรสุขภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาพของคณะสาธารณสุขศาสตร์  คณะเภสัชศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มาร่วมเวที เพื่อจะได้เรียนรู้จากกันและกัน หวังจะให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพ

แผนงานที่ตอบรับคำเชิญคือแผนงานโรงเรียนแพทย์สร้างเสริมสุขภาพ แผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข และแผนงานพัฒนาสถาบันการศึกษาสาธารณสุขให้เป็นองค์กรการสร้างเสริมสุขภาพ (สอส.) แต่ในเช้าวันประชุมแผนงาน สอส. แจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมเสวนาได้

 

ซ้าย-รศ.ดร.พรรณวดี พุธวัฒนะ ขวา-รศ.นพ.รณภพ เอื้อพันธเศรษฐ

 

ซ้าย-ผศ.ทพ.ดร.จรินทร์ ปภังกรกิจ ขวา-รศ.ดร.วรรณภา ศรีธัญรัตน์

ผู้ดำเนินรายการและวิทยากรในการเสวนา 

แผนงานโรงเรียนแพทย์สร้างเสริมสุขภาพ

รศ.นพ.รณภพ เอื้อพันธเศรษฐ ประธานเครือข่ายกิจการนิสิตนักศึกษาแพทย์ นำประสบการณ์มาเล่าและเสนอแนวคิดของการพัฒนา “โรงเรียนแพทย์สร้างเสริมสุขภาพ” ของ กสพท. ว่าเป็นปีที่ ๑๐ แล้วที่ได้ทำสัญญากับ สสส.

ระยะที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๔๖) เป็นระยะของการ “ร่วมหาทาง” ตอนเกิดทุกฝ่ายใหม่ มีโครงการย่อย มีกิจกรรมเยอะแต่ไม่มี impact

การประเมินผลการดำเนินงานพบว่า สามารถกระตุ้นให้บุคลากรในคณะแพทยศาสตร์ต่างๆ เกิดความสนใจและสนับสนุนกิจกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพมากขึ้น แต่ยังเคลื่อนไหวในขอบเขตจำกัด และการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นเฉพาะในระดับบุคลากร/โครงการย่อยเท่านั้น ยังไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวในระดับโรงเรียนแพทย์มากนัก

ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๔๙) เป็นระยะของการ “สร้างสำนัก” มีกลไกการขับเคลื่อนคือการตั้งคณะทำงานที่คล่องตัว คณะทำงานเป็นผู้ขับเคลื่อนโดยมีคณะกรรมการกำกับทิศทางกำกับดูแล มีคณะกรรมการ/ทำงานในแต่ละคณะ เพิ่มการให้ทุนระดับคณะ เกิดโครงการ “จุดประกาย” โดยคณะทำงาน มีการร่างนโยบาย/ทิศทางด้านการสร้างเสริมสุขภาพในคณะแพทย์ฯ ต่างๆ เกิดโครงการย่อยจำนวนมาก เกิดโครงการระดับคณะจำนวนหนึ่ง

การประเมินผลการดำเนินงานพบว่าสามารถสร้างกระแส การรับรู้ ความตระหนัก รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจใหม่ด้านการสร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียนแพทย์ ทั้งในกลุ่มอาจารย์และนักศึกษาเพิ่มขึ้นได้ในอีกระดับหนึ่ง ได้รับความร่วมมือจากทุกโรงเรียนแพทย์ในการมีส่วนร่วม และ/หรือส่งบุคลากรเข้าร่วมในกิจกรรมเป็นอย่างดี อาจารย์แพทย์ นักศึกษาแพทย์ และบุคลากรอื่นๆ ภายในโรงเรียนแพทย์ ได้ส่งโครงการสร้างเสริมสุขภาพขอรับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ระยะที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๑) “เสาหลักคือคณะ” กลวิธีการขับเคลื่อนเหมือนในระยะที่ ๒ ใช้การตรวจเยี่ยมเป็นกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณะกรรมการกำกับทิศและคณะแพทย์ต่างๆ เน้นการขับเคลื่อนคณะมากกว่าโครงการย่อย ใช้กลยุทธ์เอา TQA เข้ามาขับเคลื่อนกลไกประกันคุณภาพ ให้งานด้านการสร้างเสริมสุขภาพบูรณาการเข้าไว้ด้วยกันกับพันธกิจอื่น (เป็นติ่งเล็กๆ) เน้นการเชื่อมโยงให้เกิดเครือข่ายจากโครงการย่อย

ผลต่อคณะแพทยศาสตร์คือเกิดความตื่นตัวในระดับคณะจากการตรวจเยี่ยม เกิดการยอมรับเอา TQA เป็นเกณฑ์กลางร่วมกันในการพัฒนาคณะ เกิดการยอมรับตัวชี้วัดด้านการสร้างเสริมสุขภาพในเกณฑ์ของ TQA สิ่งที่น่าสนใจคือเกิดเครือข่าย ๔ เครือข่ายขึ้นมาคือ นักศึกษาแพทย์ อาชีวอนามัย Palliative Care และ KM

ระยะที่ ๔ “ประจักษ์ผลงาน” กลวิธีการขับเคลื่อนคือผลักดันให้เกิดการเคลื่อนตัวของระบบ TQA ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาด้านการสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาเกณฑ์การรับรอง “โรงเรียนแพทย์สร้างเสริมสุขภาพ” สนับสนุนให้เครือข่ายต่างๆ แข็งแรง และดำเนินงานใกล้ชิดกับคณบดีและผู้บริหารต่างๆ ในการประชุม กสพท.

พยายามให้แต่ละคณะเกิดประจักษ์ผลงาน ยังใช้ TQA แผนงานเริ่มมีบทบาทประสานให้แต่ละคณะได้งบประมาณ ไม่มีโครงการย่อย

ผลต่อคณะแพทยศาสตร์คือเกิดผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงในคณะต่างๆ เกิดแผนงาน/งบประมาณ/การดำเนินงานในระดับคณะอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบ TQA และบูรณาการไปกับพันธกิจต่างๆ

เป็นความคาดหวังของแผนงานฯ ว่าเมื่อคณะแพทยศาสตร์จำนวนมากสามารถกำหนดทิศทาง/ดำเนินงานด้วยตนเองได้ดี พัฒนาบุคลากรได้เอง มีโครงสร้าง กลไกที่มีพัฒนาการเองได้อย่างต่อเนื่อง แผนงานฯ/ กสพท. จะมีบทบาทในการประสานงานโครงการที่คณะแพทยศาสตร์ต่างๆ ร่วมมือกันผลักดัน ทั้งโดยการสนับสนุนทุนจาก สสส. หรือโดยข้อตกลงของคณะแพทยศาสตร์ต่างๆ เอง

ระยะที่ ๕ “สืบสานเป็นวัฒนธรรม” กสพท./สสส. เป็นผู้ประสานงานกลาง กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ขยายผลได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การสร้างเสริมสุขภาพถูกบูรณาการเข้าไปในพันธกิจและวัฒนธรรมของโรงเรียนแพทย์ไทยอย่างกลมกลืน โรงเรียนแพทย์มีหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน คณาจารย์ สิ่งแวดล้อมของการศึกษาและการบริการที่เอื้อต่อการสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีลักษณะที่พึงประสงค์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องไปดูว่าแต่ละคณะสืบสานเป็นวัฒนธรรมอย่างไร กำลังอยู่ในช่วงการประเมิน คณบดีทุกคณะมาลงนามร่วมกัน

มีการประชุมที่จุฬาฯ ว่า Ottawa Charter เหมาะแค่ไหน อาจารย์คุยกันว่าส่วนของ public policy อาจทำไม่ได้ทั้งหมด ไม่สามารถทำให้ community ทุกแห่งเข้มแข็ง ตี scope จากการวิเคราะห์ตนเอง ภาคีมี ๑๘ แห่ง ๔ nodes คือ อาชีวอนามัย KM นักศึกษาแพทย์ Palliative Care

สำหรับเครือข่าย นศพ. ได้เสริมให้ นศพ.เกิดความตระหนัก (เดิมเขียนให้มีสุขภาพดี) มีกิจกรรมโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่กิจการนักศึกษา โครงการการจัดทำฐานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพนักศึกษา โครงการสร้างเสริมสุขภาพในนิสิต/นักศึกษา โครงการอบรมผู้นำด้านการสร้างเสริมสุขภาพเครือข่ายกิจการนักศึกษาแพทย์ สร้างผู้นำให้เกิดขึ้น แต่ไม่ง่าย สุดท้ายมีการสัมมนาประจำปี โครงการเครือข่ายกิจการนิสิต/นักศึกษาแพทย์

สิ่งที่คาดหวัง

  • มีฐานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของนิสิต/นักศึกษาแพทย์ในประเทศไทย (เสร็จแล้ว) เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในแต่ละสถาบัน
  • มีกิจกรรมโครงการค่ายผู้นำด้านการสร้างเสริมสุขภาพเครือข่ายกิจการนิสิต/นักศึกษาแพทย์
  • เกิดผู้นำทางด้านการสร้างเสริมสุขภาพในนิสิตนักศึกษาแพทย์ เพื่อไปพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพในสถาบันต่างๆ
  • เกิดเครือข่าย
  • มีโครงการด้านการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับนิสิตนักศึกษาแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ทุกสถาบัน

รศ.นพ.รณภพ แสดงตัวอย่างฐานข้อมูลสุขภาพของนิสิต/นักศึกษาแพทย์ในประเทศไทย จากจำนวนนิสิต/นักศึกษาทั้งหมด ๑๓,๐๓๘ คน มีผู้ตอบแบบสอบถามและใช้ได้จำนวน ๘,๔๒๔ ฉบับ ได้ข้อมูลระดับประเทศ พบว่ามีผู้ที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าถึงร้อยละ ๗๗ มีดื่มแอลกอฮอล์บ้าง สูบบุหรี่น้อยลงเรื่อยๆ

จากข้อมูลดังกล่าว ๑๘ คณะมาคุยกันว่าจะทำอะไร ...สิ่งสำคัญ empower ให้เขารู้ มีการคุยเรื่องสุขภาพ ๑ วัน ให้นักศึกษาจัดกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาตนเอง กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพมีอยู่แล้ว ไปสอบถามว่าลักษณะการทำกิจกรรมและเนื้อหาเป็นอย่างไร จัดที่ไหน เมื่อไหร่ จัดอย่างไร ประเด็นสุขภาพมีทั้งหมด ๑๒ ประเด็น (แบบฟอร์มหน้าเดียว) แล้วเอาตัวเลขไปใส่ตาราง มิติแรก-กิจกรรม มิติที่ ๒-ประเด็นสุขภาพ มิติที่ ๓-กลุ่มเป้าหมาย ทำแบบนี้ทั้ง ๑๘ แห่ง

จากตารางสามารถวิเคราะห์กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้ (กำลังจะเขียนหนังสือการจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของ นศพ.) จะเห็น part ที่จะทำต่อ

 

บรรยากาศขณะการเสวนา

สำหรับการพัฒนาภาวะผู้นำ นักศึกษาจัดเอง มีค่ายผู้นำนิสิตนักศึกษาแพทย์ เวียนไปตามสถาบัน

หลักสูตรของศิริราชมีรายวิชาสร้างเสริมสุขภาพและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ สอนน้อยๆ ให้นักศึกษาคิดกิจกรรมเอง ของเชียงใหม่เน้นจิตอาสาโดยเฉพาะ จำนวน ๕๐ ชม. ตัวอย่างกิจกรรมมีอะไรบ้าง ทำแล้วทำโปสเตอร์เอามา share ปีที่แล้วเอาเข้า youtube

กำลังจะทำ extra curriculum เป็นการจัดทำหลักสูตรพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้นำทางด้านสร้างเสริมสุขภาพ โครงการอบรมผู้นำสร้างเสริมสุขภาพ ๖ เครือข่าย คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (area-based)

บทสรุป บทบาทอาจารย์แพทย์กับการสร้างเสริมสุขภาพ-แม่ปูต้องเดินตรง แม่ปู ลูกปู นักศึกษาเป็นดักแด้...

วัลลา ตันตโยทัย