หลังจากไปอบรมก็ขอเล่าถึงการเข้าร่วมอบรมการเขียนงานวิชาการลงวารสารภาษาอังกฤษ(workshop on Thechnical Paper Writing for Health Experts for Publication in International Journals)จัดโดยความร่วมมือของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับWHO Thailand จัดเพื่อมีความมุ่งมั่นให้นักวิชาการไทยที่มีผลงานวิชาการต่างๆได้นำออกเผยแพร่สู่สาธารณชนทั่วโลก ซึ่งเมื่อฝึกเขียนก็รู้สึกถึงความยุ่งยากมากมายตามมา ดีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและผู้เชียวชาญด้านวิธีการทำวิจัยคอยให้คำแนะนำก็ทำให้โล่งใจไปเปาะหนึ่ง
ซึ่งเมื่อได้ฝึกฝนแล้วเป้าหมายอย่างหนึ่งในการฝึกอบรมคือการได้submit ในวารสารต่างประเทศ
เมื่อเราได้ทำการศึกษาเรื่องใดก็ตามถ้าหากเราเก็บไว้โดยไม่ได้ให้คนอื่นๆได้รับรู้หรือได้อ่านก็คงเป็นที่น่าเสียดาย ดังนั้นจึงมีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้วิจัยต้องนำผลงานของตนเองออกเผยแพร่ เพราะการเผยแพร่ก็ถือเป็นการให้ความรู้แก่คนทั่วไปและทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เป็นการบันทึกข้อมูลของตนเองด้วยว่าได้นำผลงานออกไปเผยแพร่กี่มากน้อยและเหตุผลสุดท้ายซึ่งอาจารย์ดร.นพ.พิเศก(ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์)บอกว่าเป็นการผิดจริยธรรมในการเป็นนักวิจัยถ้าหากไม่นำเผยแพร่ ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยเพราะถ้าเรามีการทำวิจัยแล้วสาธารณชนไม่ได้รับทราบก็ไม่น่ามีประโยชน์เสียเวลาในการทำวิจัยเปล่าๆ จะมีใครคิดเห็นอย่างไรกับที่อ.พิเศกได้พูดไว้
ขอยกสองมือสนับสนุนค่ะ การให้ความรู้เป็นวิทยาทานเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งนะคะ ยิ่งความรู้ที่ได้นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างยิ่งได้บุญเยอะๆๆ
ยินดีให้คำแนะนำกับผู้ที่สนใจนะเจ้าคะ อย่าถือว่าสอนเลยนะคะ เอาเป็นว่าเรามาเรียนรู้ด้วยกันนะค
แมวทำเมื่อไรช่วยแจ้งจะไปตามดมตามชมและให้หนูเล็กตัวใหญ่ไปจับภาพค่ะ
ดีใจนะคะที่จะได้ติดตามอ่านบันทึกของ "น้องแมว" ที่เป็นกำลังสำคัญในงานวิจัยของสถาบันค่ะ