เราทั้งสองคุยกันเบาๆ .....เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราบ้าหรือเพี้ยนกันไปแล้ว

วันหนึ่งหลังอาหารเที่ยง พี่มหากัวกมือเรียกผมเข้าไปหากระซิบบอก

"ผมมีเรื่องจะเล่าให้คุณฟัง ผมไม่กล้าเล่าให้ใครฟังหรอกนอกจากคุณ"

เรื่องมีอยู่ว่าพี่มหาต้องออกจากบ้านเช้ามืดทุกวันเพราะบ้านไกลจากที่ทำงานมาก พี่แกก็เดินออกจากบ้านข้ามคลองตามปกติทุกวัน แต่วันนี้เหมือนมีใครคอยมองดูพี่เขาอยู่

...พี่มหาก็เลยหันกลับไปดูตามจิตที่คิดนั้น พี่แกขยี้ตาและพยายามตั้งสติว่าไม่ได้ฝันไป เพราะร่างที่เห็นนั้นเป็นเงาดำทะมึนสูงเท่าๆหลังคาบ้าน

...เปรต...

พี่แกอุทานเบาๆ พร้อมตั้งสติเดินออกจากตรงนั้นอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

พี่แกบอกว่าพยายามตั้งนโม หรือสวดมนต์อะไรสักอย่างแต่มันไม่เป็นขบวนเลย จับต้นชนปลายไม่ถูก

....พี่มหาเก็บเรื่องนี้ไว้หลายวันไม่บอกใครกลัวคนเขาจะหาว่าบ้าหรือเพี้ยน

จนกระทั้งทนไม่ไหวแกบอกภรรยาแกก่อนใคร ภรรยาแกก็ตกใจและบอกแกว่าป้าบ้านตรงข้ามเราก็เห็นเหมือนกัน เห็นตอนกลางวันด้วย ตอนนี้แกนอนป่วยอยู่เพราะตกใจกลัวมาก

...พี่มหาก็ปรักใจเชื่อว่าแกไม่บ้าหรือเพี้ยนแน่แท้แล้ว จึงได้มาเล่าให้ฟัง

ผมได้ฟังก็ต้องเชื่อเพราะพี่มหาแกธรรมะธัมโม ขนาดนั้นจะไม่ให้เชื่อได้ไง

ผมก็คุยกับแกว่าพี่แกเป็นคนมีบุญ เขามาขอส่วนบุญเพื่อไปเกิดอีกภพหนึ่ง ตามที่ๆเราเคยอ่านหนังสือกันมา

...หลายวันจากนั้นพี่แกก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้สัมพเวสี ตนนั้นแล้ว

พี่มหากับผมมานั่งคุยกันวันหนึ่งว่า ถ้าสัมพเวสี มีจริง เวรกรรม ภพ ชาติ เทวดา ก็ต้องมีจริงสิ พี่มหาก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆ

"งั้น นิพพาน ก็ต้องมีจริงสิพี่"

"ผมก็เชื่ออย่างนั้น" พี่มหาเปรย

เราทั้งสองคุยกันเบาๆ เพราะมีคนมานั้งที่โต๊ะมากขึ้น

เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราบ้าหรือเพี้ยนกันไปแล้ว....