มีเด็กคนหนึ่งถามใน fb ว่า ใครตอบได้ บ้าง ว่า ทำไม นักเรียนไทย ต้องตัดผม สั้น เท่า ติ่งหู ? ขอเหตุผลหน่อย T^T โถ่ โถ่ "ชื่อเด็ก" เหน นักเรียนที่เมกา ไม่เหนต้องตัดผม ทำประเทศเค้า เจริญเอ้าา เจิรญเอา ตอบได้ไหม ว่าได้ไหม ถ้าไม่ต้องตัด ?

        ตนเองเลยเข้าไปอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆพี่ๆเด็ก แต่ไม่อยากเข้าไปตอบที่กระดานนั่นเพราะเกรงว่าบรรยายกาศการแสดงความคิดเห็นของเด็กๆ จะหยุดไป หรือไม่อยากเป็นคนแทรกแซงความคิดเด็ก        แต่หากลูกของเรามาถามเรา ครูนกคงให้เหตุผลแบบนี้ค่ะ

1.  การฝึกระเบียบวินัยให้กับเด็กมีหลากหลายรูปแบบเช่น การจัดตารางเรียนแบบระบุเวลา  การแต่งกายโดยเครื่องแบบนักเรียน การเข้าแถวเคารพธงชาติ นี้คือการปลูกฝังระเบียบวินัยให้กับเด็ก ครูนกมองรวมถึงการตัดผมให้สั้นของนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ของประเทศไทย ถามว่ามีผลต่อความเจริญของชาติหรือไม่ คิดว่าหากเรามีระเบียบวินัยในตนเองสูงประเทศก็มีแนวโน้มจะเจริญขึ้นค่ะ พัฒนาได้ง่ายขึั้นไม่ต้องเสียงบประมาณกับสิ่งที่ไม่จำเป็นที่ต้องสร้างมารองรับคนไม่มีระเบียบวินัย

2.  การที่ตัดผมสั้นให้กับเด็กๆ ครูนกมองในแง่ของการปลูกฝังความประหยัดเพราะวัยเรียนของเด็กเน้นความสดใส ร่าเริงและความสะดวกในการดูแล  หากผมยาวใช้เวลาสระ และใช้เวลาในการตกแต่ง จะทำให้เพิ่มค่าใช้จ่าย

3.  มองในแง่สาธารณสุขวัยเด็กยังมีปัญหาเรื่องการดูแลผมด้วยตนเองเด็กๆ ยังทำไม่ได้สำหรับอนุบาลและประถม ไม่รู้ว่าควรสระควรจัดการอย่างไรต่างจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่จะดูแลตรงนี้ได้ดี ปัญหาเรื่องติด"เหา" จากเพื่อนในโรงเรียน จะเกิดง่ายขึ้นหากผมยาว


4.  หากมองด้านภูมิศาสตร์บ้านเราเมืองร้อน การสร้างบ้านคนสมัยก่อนยังสร้างแบบมีใต้ถุนบ้าน คนรุ่นใหม่มีการปลูกบ้านสไตล์ยุโรปแบบแบบเมืองหนาว ผลคือถมที่ เมื่อถมกันหลายที่ไม่มีทุ่งพักน้ำ น้ำเลยท่วมง่ายขึ้นเรื่อยๆ ทรงผมคนสมัยก่อนคงอยากคิดว่า เด็กให้เรียนแบบสบายใจเพราะห้องเรียนไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ ทรงสั้นน่าจะช่วยได้....แต่หากถามครูนกต่อว่า ก็ให้โรงเรียนติดเครื่องปรับอากาศเด็กๆจะได้คลายร้อนเรียนอย่างมีความสุข และไว้ผมยาวได้ ระหว่างเลือกเราสบาย กับโลกเราสบาย ครูนกขอเลือกขอให้โลกสบาย เพราะโลกมิได้มีให้ครูนกใช้คนเดียว เราต้องใช้ร่วมกันทั้งโลก และหวังให้โลกคงอยู่อีกยืนยาวเพื่อลูกหลานของเราอะไรช่วยโลกได้น่าจะช่วย(ลดภาวะโลกร้อน)

     สุดท้ายครูนกอยากฝากไว้คือ ใดๆที่เราจะเลียนแบบประเทศที่เจริญแล้วโปรดมองตั้งแต่ต้นจน การเลี้ยงดูของครอบครัวที่สอนให้นักเรียนรู้จักระเบียบวินัย รับผิดชอบตนเองได้ และเคารพในสิทธิผู้อื่นเด็กๆในประเทศที่เจริญแล้วจะผ่านกระบวนการฝึกในครอบครัว และมาเพิ่มเติมให้กว้างและลึกขึ้นในโรงเรียน    เด็กๆจะทราบหรือไม่ว่า เด็กที่อยู่ในประเทศที่เจริญแล้วเขาจะมีภาระหน้าที่เช่น ต้องนำน้องๆนักเรียนในโรงเรียนเดียวกันไปโรงเรียน เรียนรู้การเย็บปักถักร้อยที่จะซ่อมเสื้อผ้าตนเองแบบพื้นฐาน  ตลอดจนการทำอาหารในชีวิตประจำ  เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นมีการทำงานล่วงเวลา เคารพกฏกติกาการออกนอกบ้าน  หากเขาจะซื้อโทรศัพท์ หรือเครื่องมือต่างๆ สักเครื่องสิ่งนั่นคือ ค่าตอบแทนจากงานล่วงเวลา มิใช่การขอ และขอจากพ่อแม่       ภาพเด็กไทยพูดจาไม่ไพเราะกับพ่อแม่แบบตัวเอกในละครบางเรื่องมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เด็กๆบางส่วนจะมองว่าตนเองเก่งกว่าพ่อแม่เพราะใช้ภาษาอังกฤษได้ดี รวมถึงคอมพิวเตอร์ก็ใช้ได้คล่องแคล้วส่งผลให้พ่อแม่มีแนวโน้มเกรงใจลูก ละเลยการควบคุมการดูแลในกฏระเบียบในสิ่งที่ควรทำ กลายเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรม "ไม่ฟังใคร"  "ดูถูกสิ่งที่แย่กว่า"  คือมุมมองจากประสบการณ์การทำงานในหน้าที่ครู  ดังนั้นเราคงต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้สร้างแบบอย่างที่ดีในสังคมร่วมกันทั้งครู ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องและเด็ก เพื่อวันหนึ่งเด็กๆ จะได้เข้มแข็งโดยไม่ต้องมีกรอบระเบียบวินัยมาควบคุม