อะไรเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิตนี้

อ.ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

 

 

 

"ปวดหัวเหลือเกิน" "งานเยอะมาก ๆ" "ทำไมต้องมาเกิดเรื่องนี้กับเรา" "เซ็งมากเลย" "ไม่ชอบเรยาเลย" เป็นต้น

 

หลาย ๆ ครั้ง เราอาจพูดคำเหล่านี้ออกมา และรู้สึกไม่สบายใจ เราเจอกับปัญหาต่าง ๆ มีความทุกข์ แต่บางทีเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเรากำลังเป็นทุกข์ แต่เรากลับโอนอ่อนผ่อนตามแรงขับภายนอก ที่มาเสริมแรงให้เราโกรธ เกลียดคนนั้นโดยที่ไม่ได้ควบคุมตัวเองเลย

 

บางครั้งเราก็อาจย้อนถามตัวเองว่า เราเกิดมาบนโลกนี้ทำไม เกิดมาเพื่ออะไร อะไรเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด สำหรับชีวิตเรานี้ บางคนก็บอกว่าคนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม บางคนก็บอกว่าเกิดมาชาติเดียวต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าซักหน่อย บางคนก็บอกว่าเกิดมาเพื่อทำงานที่ตนชอบ บางคนก็บอกว่าเกิดมาเพื่อเป็นคนรักของใครต่อใคร ฯลฯ

 

ผมได้เคยดูเรื่องจริงผ่านจอ เรื่องหนึ่งที่ประมาณว่า เป็นพยาบาลแล้วถูกแฟนบอกเลิก แต่ก็กลับทำในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำ แต่ในที่สุดก็ไม่ตายอย่างที่เธอหวัง แต่กลับทำให้ร่างกายของเธอเอง ผอมแห้ง พิการ ทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่กินข้าวก็ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่สิ่งที่เธอคิดคือ "คิดผิดไป แทนที่เราจะรักคน ๆ นั้น ทำไมเราไม่นึกถึงแม่เลย" แม่เธอเป็นคนดูแลเธอทุกอย่าง แม่เธอแก่แล้วแต่ก็ยังต้องมาทำหน้าที่ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดตัวเธอ ทั้ง ๆ ที่เวลานี้เธอควรจะมาดูแลแม่เธอมากกว่า

 

ผมย้อนคิดเลยว่า คนเราการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่การงาน ความจริงไม่ได้ช่วยอะไรเราที่จะการันตีว่าเรา มีวุฒิภาวะ มีความพร้อมมากพอ ความจริงเป็นแต่หัวโขนเท่านั้น สรุปคือ เธอเรียนเป็นพยาบาล เธอสามารถกินน้ำยาล้างห้องน้ำได้เท่านั้นเองเหรอ !

 

นอกจากนั้นก็ได้ดูรายการตีสิบของคุณวิทวัสเรื่อง การสวิงกิ้ง

 

(http://www.websorb.net/data/pic/5091303879462.jpg)

 

เธอได้แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นคนหมกมุ่นเรื่องทางเพศมาก ก็ได้ชวนเธอไปกลุ่มสวิงกิ้ง เพื่อเสพกามารมณ์ ซึ่งเป็นการเอาสามีภรรยาของเราไปให้คนอื่นเสพด้วยกัน ในมุมมองของเธอ เธอยอมเพราะรักสามี ซึ่งเธอคิดว่าดีกว่าที่จะแอบไปโดยที่เราไม่รู้ มองในมุมของเธอ เธอรักคนนี้ แต่งงานกับคนนี้หวังเพื่อจะมีชีวิตที่ดี แต่เหมือนกับว่าเธอแต่งงานเพื่อจะไปมีอะไรกับคนอื่น เท่านั้นเองเหรอ

 

ชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน ก็อาจจะเหมือนกับลิงตัวนี้ก็ได้ ลิงตัวนี้อาศัยอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ก็เทศบาลก็พบว่าลิงมันมีจำนวนมากเหลือเกิน ต้องพยายามกำจัด เพราะมาแย่งของนักท่องเที่ยว ทำความเดือดร้อนมาก แต่ปรากฏว่าเทศบาลไม่สามารถจับลิงได้แม้แต่ตัวเดียว เพราะเอาอาหารใส่ในกรงให้ลิงไปกิน แต่พอจะปิดกรง หัวหน้าลิงก็จะส่งสัญญาณทำให้ลิงออกไปจากกรงทันที ทำให้จับไม่ได้เลย

 

ต่อมาก็จะมีภูมิปัญญาชาวบ้านแบบง่าย ๆ เลย นำไหที่มีรูพอดีกับมือเข้าไป แล้วเอากล้วยหรือสิ่งของใส่เข้าไป เอาไปวางไว้ล่อลิง ลิงเห็นก็เอามือล้วงลงไปแต่ลิงกลับดึงมือออกไม่ได้เพราะกำสิ่งของในไหไว้ พอมีเจ้าหน้าที่จะมาจับ มันก็ไม่ยอมปล่อยของข้างในนั้น ทำให้ต้องวิ่งไปพร้อมกับไหที่ติดมืออยู่ ทำให้ลิงวิ่งช้าลงและถูกจับได้ เพราะยึดสิ่งที่อยู่ในไหไว้ ที่จริงแล้วแค่ลิงปล่อยมือ ไหก็จะหลุดมือไปเอง

 

(http://img.docstoccdn.com/thumb/orig/74086293.png)

 

บางครั้งชีวิตเราก็เหมือนกัน กับลิงตัวนี้ที่มัวแต่ไปยึดอะไร ๆ ตั้งมากมาย ไม่รู้จักปล่อยวาง ทำให้เป็นทุกข์กันมากขึ้น เราทะเลาะกัน ไม่ยอมกัน เพราะเรายึดนั่นเอง ถ้าอยากสบายก็ควรจะปล่อยซะบ้างใช่ไหมครับ

 

นิทานลิงที่เล่ามานี้ผมได้ฟังจาก อ.ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งท่านเป็นคนที่สร้างระบบลงจอดของยานไวกิ้งบนดาวอังคาร

 

(http://www.dent.psu.ac.th/mind/lecturer/aajong/image03.jpg)

 

ท่าน อ.ดร.อาจอง ได้ใช้สมาธิในการฝึกตนเอง จนสามารถเรียนได้ดี ท่านได้สร้างโรงเรียนสัตยาไสซึ่งได้มีเป้าหมายว่า สร้างคนดีเหนือสิ่งใด และบางคนคิดว่าคนดีอาจจะไม่เก่ง แต่คนดีเมื่อเขาดีแล้ว เขาก็จะช่วยเหลือเพื่อนให้เก่งตามเขาเขาจะรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร และจะทำให้เก่งตามมาด้วย

 

ประเทศไทยอาจจะต้องการคนดีมาก่อนก็เป็นได้ในตอนนี้ ผมในฐานะที่อนาคตเป็นครู ก็อยากจะนำแนวคิดของท่านอาจารย์มาเสริม ให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กับความรู้ไปด้วย ดังวิดีโอข้างล่างนี้

 

(http://www.youtube.com/watch?v=A_fwZWulv3c)

 

คนเราเกิดมาควรสร้างความดี ก่อนที่จะตายวันไหนก็ไม่รู้ คนเรานี่แปลกนะ รู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตาย ควรมีสติอยู่กับปัจจุบัน ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่หมกมุ่นอยู่กับอดีต และไม่ทะยานอยากเป็นในอนาคตมากเกินไป หมั่นถามตัวเองว่าวันเวลาล่วงไป ๆ เรากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อมีทุกข์กับชีวิต ก็หันมามองตนเอง มีสติกับตัว มองทุกข์อย่างเข้าใจ

 

แล้วจะอยู่กับทุกข์อย่างรู้เท่าทันมัน

 

   

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เปิดใจไปกับ...Surat...



ความเห็น (60)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะคุณ Surat

เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะคะ

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันเรื่องราวดีดีคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ surat

เป็นคนนึงนะคะที่เคยเจอ ดร. เค้าเป็นคนที่อิ่มเอิบไปด้วยความสุขจริง ดังนั้น คำพูดทุกคำของเค้าจึงมีความหมายมาก คำที่ว่า อยู่กับทุกข์อย่างเท่าทันนั้น ยากที่จะทำค่ะแต่ก็เชื่อว่าซักวันน่าจะทำได้ ข้อความและเนื้อหาดีมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ ว่าที่คุณครู koon_chadaporn

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ ว่าที่คุณครูโอ๋ (Tarika Kuntatun)

โอ้โห อยากเจอเหมือนกัน อาจารย์เขาดูเป็นคนพอเพียง มีความสุขจริง ๆ ครับ (จากวิดีโอ)

การอยู่กับทุกข์อย่างรู้เท่าทัน ถ้าเราค่อย ๆ รู้ เราน่าจะทำได้นะ พี่ว่า

ขอบคุณสำหรับการแสดงความคิดเห็นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ surat

บางครั้งชีวิตของคนเราอาจจะยึดติดใน ความโลภ โกรธ หลง มากเกินไป ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข

สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอาจจะไม่สามารถสร้างความสุขให้ แต่คนที่มีความสุขที่สุด คือคนที่ยึดหลักทางสายกลาง ตามหลักศาสนา

พุทธ หรือ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าคนเราคิดได้และปฏิบัติชีวิตก็มีความสุขแล้ว

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับทความและเนื้อหาดี ๆคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ว่าที่ครูน้องอุ้ม (konnarak)

เห็นด้วยเลยครับ ทางสายกลาง จึงจะเหมาะสม

เรียนหนังสือก็เหมือนกัน เครียดเกินไป เกรดก็ไม่ดี

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะครับ

  • สวัสดีครับ คุณsurat
  • ผมแวะมาเยี่ยมคุณครูคนดีคนเก่ง ครับผม
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ ฐานิศวร์ ผลเจริญ

ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ น้อง Surat

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่แบ่งปันนะคะ

คนเราเกิดมาก็ต้องทำความดีเข้าไว้

แค่นี้ชีวิตก็มีคุณค่าแล้วนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่วิ

ใช่เลยครับ ทำดี ๆ ๆ ชีวิตจะมีคุณค่าครับ

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ว่าที่คุณครู Surat ;)

ครูมีคำแนะนำอย่างเร่งด่วนครับ

๑. พบคำผิด จาก "เซง" แก้เป็น "เซ็ง"

๒. เวลาพิมพ์เนื้อหา อย่าลืมเคาะเว้นวรรคคำ หรือ ประโยคด้วยครับ

๓. ย่อหน้าแน่นเกินไป ให้ขึ้นย่อหน้าใหม่ได้เลยครับ เพื่อคนจะได้อ่านง่ายขึ้น

๔. คำที่ต้องเน้น อาจจะใช้ "ตัวหนา" หรือ "สีตัวอักษร" ช่วย

ลองปรับดูครับ

 

"ความร้อนของไฟ เป็นเครื่องทดสอบทองคำ

ความทุกข์ยากลำบากที่เกิดขึ้น ทดสอบคนเข้มแข็ง"

ขอให้กำลังใจครับ ;)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณครู Ongkuleemarn

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ และนำไปปรับแก้เรียบร้อยแล้วครับ

กด like เลยครับ คำของคุณ Ongkuleemarn คมจริง ๆ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ได้ชมรายการข้างต้นเหมือนกัน  ได้แต่ปลงว่า  สังคมและจิตใจของมนุษย์ช่างเป็นไปได้

ส่วน ดร.อาจอง ฯ  เป็นบุคคลที่รักและศรัทธามากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีน้อง surat

พี่ว่าเเล้วน้องเป็นคนที่จิตใจดีมากๆๆ

ในอนาคตพี่ก็ขอให้น้องพบเจอเเต่สิ่งที่ดีตลอดไปจะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะคุณ Surat

ลิงก็เหมือนคนคะ โลภ คือ หนทางแห่งหายนะ ชื่นชอบความคิดของคุณมาก ๆ เลยคะ

ขอบคุณคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ น้อง surat

เป็นกำลังใจให้ในการสอนคนให้เป็นคนดี ควบคู่กับการมีความรู้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันกัน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ คิม นพวรรณ

ผมก็เพิ่งทราบเหมือนกันครับ ดีนะที่เราเรียนรู้จาก

ประสบการณ์ของคนอื่นได้ ไม่ต้องลองเอง

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ sununtha

ขอบคุณที่ชมนะครับ

ขอให้คำอวยพรย้อนกลับไปที่พี่ด้วยนะครับ

ขอบคุณคับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้อง Sithasinee

ช่ายครับ คนบางทีก็เหมือนในนิทานลิง

ควรลดความโลภลง

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ fragrance

จะพยายามทำตามเป้าหมายให้ได้ครับ

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัดดีค่ะ คุณพี่surat

น้องเห็นด้วยกับพี่ค่ะ คนเรายึดติดกับราบยศสรรเสริญไปทำไม ทั้งๆที่ต้องเป็นผงคลีในที่สุด

น้องขอเป็นกำลังใจให้พี่ เป็นครูที่ดี เป็นแบบอย่างให้กับนักเรียน อย่างน้อยมีคนอยู่กับพี่แล้วสบายใจ

หรือเห็นนการเป็นพยานของพี่แล้วก็คิดได้

สู้ๆน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ น้อง k.เมฆขาว

ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Surat

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ

"คุณค่าของคน อยู่ที่ตัวเราทำ"

ขอเป็นกำลังใจให้กับว่าที่คุณครูที่ดีในอนาคตข้างหน้าค่ะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ว่าที่คุณครู Surat

เห็นด้วยครับบางครั้งยึดติดมากจนทำให้คนรอบข้างเดือดร้อย

เมื่อมันไม่ใช่ จงคิดว่าสิ่งที่ดีกว่ามันกำลังรอเราอยู่

ชอบธรรมะเหมือนกันนะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ surat

บันทึกนี้ สุดยอดจริงๆ เลยครับถ้าเป็นหนังสือที่ขายตามท้องตลอดต้องเป็น

ประเภท bestsellers อีกเล่มหนึ่งก็ว่าได้ เนื้อหาที่ได้อ่านมันสุดยอดมาก

ทำให้รู้ว่าชิวิตของคนเรามีอะไรอีกมากมาย หวังว่าคงจะได้อ่านบันทึกดีๆแบบนี้อีกนะครับ

ติดตามอยู่นะครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ Bluegreenalgae

ครับผมเห็นด้วยครับ คุณค่าอยู่ที่ตัวเราเป็นคนกำหนด

ขอบคุณกับกำลังใจนะครับ

ว่าที่ครูเยาว์

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณBio_Zen

ใช่ครับยึดติดไปมากก็ไม่ดี

ดีครับที่ชอบธรรมะ จะทำให้ชีวิตของพี่เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นครับ

ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็น ว่าที่ครูพี่หลอง

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ เด็กชายเคมี

บันทึกนี้สุดยอด ขนาดนั้นเลยเหรอครับ

ยังไง ก็ขอบคุณนะครับ ที่ชื่นชม

รู้สึกตัวลอยเลย

จะได้อ่านบันทึกดี ๆ อีกแน่นอนครับ

ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็นครับ ว่าที่ครูเคมี เด็กชายเคมี

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Surat

คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้

บันทึกเป็นบันทึกที่มีประโยชน์กับใครหลายๆคน

ทั้งคนโสด คนมีคู่และคนที่กำลังคิดที่จะมีคู่

ฉันคิดว่าคนเรามักจะโทษคนอื่นเสมอว่าทำให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้

แต่แท้ที่จริงแล้วตัวเราต่างหากล่ะค่ะที่เลือกเอง

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆที่ได้จากบันทึกของคุณนะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Surat พอได้อ่านเรื่องของคุณแล้ว

ทำให้ดิฉันเกิดความคิดใหม่ๆ ในมุมมองที่แตกต่างมากขึ้น

กับประโยคที่ว่า "คนเราเกิดมาควรสร้างความดี"

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องของการทำดี

"ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว" ถ้าวันนี้เราทำดีแล้วก็อย่ากลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ในอนาคต เพราะสิ่งดีๆจะตามมาแน่นอนค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่คุณครูด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ kungnang

ครับใช่เลย ทุกอย่างอยู่ที่เรา

ขอบคุณนะครับที่ชื่นชมว่า บันทึกนี้มีประโยชน์

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ Nooyui

ขอบคุณนะครับ ที่บทความนี้มีประโยชน์

ที่ทำให้เกิดความคิดใหม่ ๆ และเห็นด้วยกับ

ทำดีแล้วไม่ต้องกลัวครับ กด like เลย

เป็นกำลังใจให้ว่าที่ครูพี่ยุ้ยด้วยนะครับในการผลิตเด็กดี+เก่ง

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ Surat

ผมชอบประโยคนี้ครับ "คนเราเกิดมาควรสร้างความดี ก่อนที่จะตายวันไหนก็ไม่รู้"  โดนมากมายครับ :)

เป็นกำลังใจให้อีกแรงครับผม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Surat

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆ ค่ะ "คนเราเกิดมาควรสร้างความดีก่อนที่จะตายวันไหนก็ไม่รู้" เห็นด้วยอย่างยิ่ง ดังนั้นเราก็ควรอยู่กับสติและทำเวลานี้เฉกเช่นเป็นเวลาสุดท้ายในชีวิต.............ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณicando-it

ขอบคุณครับที่ประโยคในบทความ โดนใจครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และการมาแสดงความคิดเห็นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ parichat

รู้สึกว่าจะชอบประโยคเดียวกับ คุณ icando-it เลยนะครับ

ขอบคุณสำหรับการแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Surat

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆ ค่ะ ที่มาแบ่งปันให้กันนะค่ะ

เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับวีดิโอ และบทความดีๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ miyoko

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และแสดงความคิดเห็นนะครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ dekdeeka

ขอบคุณที่มาเยี่ยมชม

และแสดงความคิดเห็นครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ Surat

น้องชอบนิทานเรื่องลิงน้อยโลภมาก มากๆเลยค่ะ

เพิ่งเคยได้อ่านเป็นครั้งแรก ขอบคุณนะคะ :)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ คุณ Surat

ชอบบทความของคุณค่ะ...

คนเราทุกวันนี้ที่ทุกข์เพราะยึดติดเกินไป ไม่ปล่อยวาง

ชอบเรื่องลิงค่ะ...เพราะยึดติดกับไหแท้ ๆ เลยนะคะ

ขอบคุณนะคะสำหรับบทความดี ๆ ที่มาให้อ่าน

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ น้องKunkru Luna

ขอบคุณครับที่ชอบนิทานครับ

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ Nittaya

ครับผม เพราะยึดติดกับไห แท้ ๆ เลยครับ

ขอบคุณครับที่มาอ่าน และแสดงความคิดเห็นครับ

สวัดดีครับคุณ surat

ใช้เลยคนเรารู้วันเกิดไม่รู้วันตาย

ดังนั้นเรามาร่วมมือกันทำความดีต่อไปนะครับ

ผมขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมมือกับคุณ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน

ครรับขอบคุณครับ

ที่บทความนี้ได้ทำให้เกิดความคิดที่จะทำดีครับ

ขอบคุณสำหรับการแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องSurat

เป็นเรื่องราวและข้อคิดทีดีมากครับ..สาธุ แปลว่าดีแล้วครับ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ Surat

ได้ความรู้เยอะเลยครับ

จริงอย่างที่บอกไว้ ว่า คนเรา รู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตาย

ทำความดี เพื่อความสุข ขอให้มีความสุขกับการทำความดี มาก ๆ นะครับ

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่Chakungrao

ขอบคุณที่บทความนี้เป็นอีกหนึ่งแนวคิดดี ๆ นะครับ

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ pittaya

ครับผม ขอบคุณครับสำหรับบทความที่ได้ความรู้นะครับ

ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ Surat

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน "คนเราเกิดมาควรสร้างความดี ก่อนที่จะตายวันไหนก็ไม่รู้"

เราควรทำความดีไว้มากๆ เพราะเงินทอง ตายไปก็เอาไปไม้ได้ แค่ คุณงามความดี จะติดอยู๋ในใจของใครหลายๆ ไปอีกนาน

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดี คุณ surut

เรื่องสวิงกิ้ง ในรายการตีสิบเราก็ดู

เป็นเรื่องที่ทำให้เราได้ขอคิดอะไรหลายอย่าง

คนเราทำได้แม้กระทั่งสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต

เพียงเพราะ....คำว่า เรารักเขา

ช่างเป็นความคิดที่แปลกจริงๆ

ขอบคุณคะ

สวัสดีครับ คุณ surut

อ่านแล้วได้ข้อคิดเยอะเลย

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Surat

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดี ๆ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ weat_it47

ครับผม ตายไปเอาเงินไปไม่ได้ครับ

แต่เอาความดีไปได้ครับ

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณmoowarn

ออ ได้ดูเหมือนกันเหรอครับ

ได้ข้อคิดอะไรเยอะแยะเลยนะครับ

ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ ลิ้นจี่เมืองฝาง

ขอบคุณครับที่บทความนี้ให้ข้อคิดอะไรดี ๆ ครับ

ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณPOND POOKAK

ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ surat

เป็นเรื่องราวที่ให้แง่คิดที่ดีทีเดียวค่ะ

เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนสังคมในปัจจุบัน

ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ microscope

ยินดีครับที่บันทึกนี้สามารถเป็นแง่คิดที่ดีได้ครับ

และสะท้อนสังคมได้ครับ

ขอบคุณครับที่มาแสดงความคิดเห็นครับ