เราไปเยี่ยมเรียนรู้ ๒ แห่งคือ Los Angeles Community College District Headquarters (LACCD) ซึ่งอยู่ในใจกลางเมือง LA  กับ Cerritos College

          ตอนเราไปเยี่ยมชม Caltech ที่เมือง Pasadena รถผ่าน City College ซึ่งมีอาคารหลายหลังสง่างาม   และมีอาคารห้องสมุดหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน   มองเข้าไปเห็นคนนั่งอ่านหนังสืออยู่เต็ม   เมื่อไต่ถามจึงทราบว่าเป็น Community College

          ผมไม่เคยเข้าใจว่าระบบวิทยาลัยชุมชนของ สรอ. จะใหญ่โตและมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนอเมริกันถึงเพียงนี้   เป็นระบบการศึกษาที่มีเป้าหมายดึงคนระดับล่างของสังคม ให้ขึ้นมาเป็นคนชั้นกลางผ่านการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นเปิดกว้างให้แก่คนทุกชั้น ทุกอายุ

          และประทับใจมากเมื่อได้ฟังคุณ Carl Friedlander (President of the CFT’s Community College Coulcil, CFT = California Federation of Teachers) เล่าว่า   ข้อดีของการเป็นอาจารย์ประจำของวิทยาลัยชุมชนมี ๒ ข้อ  (๑) นศ. ตั้งใจเรียน   เพราะเขาอยากเรียนเพื่อชีวิตของตนเอง   (๒) เงินเดือนและสวัสดิการดีมาก   เงินเดือนอยู่ระหว่างปีละ ๖๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ดอลล่าร์   มีสวัสดิการรักษาพยาบาล และมีบำนาญ (คนที่ทำงาน ๓๐ ปี จ่ายเงินเดือน ร้อยละ ๓ เข้ากองทุน   จะได้บำนาญร้อยละ ๗๒ ของเงินเดือน)   ที่นี่ไม่มีกำหนดอายุที่ต้องเกษียณ ดังนั้นจึงมีอาจารย์บางคนอายุ ๘๐ ก็ยังทำงานตามปกติ

          ข้อดีของวิทยาลัยชุมชนคือ ชั้นเรียนเล็ก และค่าเล่าเรียนไม่แพง   แต่ก็กำลังเปลี่ยนไป   คือเดิมชั้นเรียน ๒๕ คน ก็เพิ่มขึ้น เป็น ๓๕ – ๔๐   ค่าเล่าเรียนตอนมีวิทยาลัยชุมชนใหม่ๆ เมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว ไม่เก็บค่าเล่าเรียน   ต่อมาเก็บ ๕ ดอลล่าร์ต่อ ๑ หน่วยกิต   เวลานี้ ๒๖ และกำลังจะต้องเพิ่มเป็น ๓๖ ดอลล่าร์ต่อ ๑ หน่วยกิต  เรียนปีละ ๓๐ หน่วยกิตก็ตกปีละ ๑ พันเหรียญ   เทียบกับค่าเล่าเรียนที่ Caltech ปีละ $ 35,000 แล้วก็นับว่าถูกมาก  แต่ นศ. ที่ Caltech ถือได้ว่ามีสมองและใจ (ที่พิศวงหลงใหลวิทยาศาสตร์) เป็นทรัพย์   จึงได้รับทุนการศึกษา   นี่คือระบบสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างความรู้เอามาใช้ประโยชน์ไม่หยุดนิ่ง   และในเวลาเดียวกันก็มีระบบการศึกษาที่เอื้อต่อผู้ด้อยโอกาสด้วย

          สรอ. มีวิทยาลัยชุมชนทั้งประเทศ ๑,๒๐๐ แห่ง  ในรัฐแคลิฟอร์เนียมี ๑๑๒ แห่ง  นศ. ของ วชช. ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีประมาณ ๒ ล้านคน (บางคนบอก ๑.๘  บางคนว่า ๒.๕)   โดยที่ วชช. มีจุดกำเนิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ช่วงทศวรรษที่ ๑๙๖๐ แล้วแพร่ไปทั่วประเทศ   นักศึกษาของ วชช. มีทุกกลุ่มอายุ  มีทั้งเรียนเอาเครดิตเพื่อไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย  มาเรียนเสริมความรู้บางวิชาให้แข็ง เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย  เรียนบางวิชาเพื่อเอาไปประกอบอาชีพ เรียนเพื่อใช้เวลาว่างให้ชีวิตมีความบันเทิงใจ

           ตอนไปเยี่ยม LACCDH เขาสร้างความแปลกใจและประทับใจเราโดยเลี้ยงอาหารเที่ยง เป็นอาหารไทย จากร้าน Leela Thai ของคุณ Pat (มัลลิกา) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ แต่เขาเอาอาหารมาเลี้ยงถึงที่  เป็น donation จากคุณ John อาจารย์คนหนึ่งของวิทยาลัยชุมชนที่มีภรรยาเป็นคนไทย คือคุณ Pat   ขอโฆษณาว่า ผัดพริกขิงอร่อยมาก   ที่จริงอาหารที่เอามาเลี้ยงเราอร่อยทุกอย่าง   จากการพูดคุยกับคุณ Pat กิจการร้านอาหารดีมาก  เธอมีเงินกว้านซื้อบ้านเอาไว้ให้เช่า  และมีลูกเรียนที่ UC Berkeley เป็นที่ภาคภูมิใจ

          คุณ Carl Friedlander เป็นถึงประธานสหภาพครูของแคลิฟอร์เนีย (California Federation of Teachers)  เล่าว่าท่านมีชีวิตเป็นนักเจรจาต่อรองเพื่อการศึกษาและเพื่อผลประโยชน์ของครู (collective bargaining) ซึ่งถือเป็นปกติของชีวิตครูในแคลิฟอร์เนีย  เขามีทั้ง union และ academic senate  งานวิชาการดูแลโดย academic senate ไม่ใช่โดยฝ่ายบริหารอย่างของไทย   คือสังคมของเขาเป็นสังคมที่รับผิดชอบกำกับดูแลตนเองสูงมาก  มีลักษณะของการบริหารแบบ top-down น้อยกว่าของเรามาก

          เราต้องการเข้าห้องน้ำ จึงต้องผ่านห้องประชุมบอร์ดของ LACCD ซึ่งมีบอร์ดเพียง ๗ คน มาจากการเลือกตั้ง   แต่เวลาประชุมเขาบอกว่ามีคนมาเข้าประชุมเต็มห้อง คงจะราวๆ ๕๐ คน   เพราะกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่าในการประชุมต่างๆ ของภาครัฐ พลเมืองมีสิทธิเข้าฟังได้ และออกความเห็นได้   โดยต้องประกาศวาระประชุมและเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้านาน เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้  เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ 

 

          LACCD ทำหน้าที่สำคัญคือ เป็นปากเสียงให้แก่ วชช. ในวงการการศึกษาและการเมือง   และในขณะเดียวกันก็คอยจับทิศทางความต้องการกำลังคน ตามความผันผวนของเศรษฐกิจ และแจ้ง วชช. ให้เปิดหลักสูตรให้ตรงความต้องการ

 

Cerritos College

           เราไปเยี่ยมชมวิทยาลัยชุมชน Cerritos College เป็นที่สุดท้ายของการเดินทาง   คือช่วงบ่ายวันที่ ๘ เม.ย. ๕๔ ซึ่งเป็นวันศุกร์   ไม่มีการเรียนการสอน   จึงไม่ได้เห็นชั้นเรียนของเขา   แต่ก็ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารของวิทยาลัย   โดยเฉพาะลานจอดรถใหญ่มาก   ตามสภาพสังคมแคลิฟอร์เนีย ที่ทุกคนต้องมีรถยนต์  ไม่ใช่คนเบี้ยน้อยใช้จักรยานยนต์อย่างในบ้านเรา

          นอกจากลานจอดรถใหญ่ ห้องสมุดก็ใหญ่ มีหนังสือถึง ๑ แสนเล่ม   และมีอาคารของแผนกต่างๆ แยกออกไป กระจายอยู่ในพื้นที่กว้างขวางมาก

          หลักสูตรของเขามี ๓ แบบ คือ

๑. หลักสูตร ๒ ปี สำหรับ transfer ไปเรียนต่ออีก ๒ ปีในมหาวิทยาลัย เพื่อปริญญาตรี   เขามีข้อตกลงความร่วมมือกับ USCLB ว่ามีสาขาใดบ้างที่เรียนจบ ๒ ปีที่นี่ USCLB รับเข้าเรียนต่อได้เลย ไม่ต้องผ่านการคัดเลือก
๒. หลักสูตร ๒ ปี เพื่อออกไปทำงาน   โดยที่ทางวิทยาลัยช่วยเอื้อโอกาสในการได้งานทำด้วย
๓. หลักสูตรระยะสั้นเพื่อเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่นภาษาอังกฤษ ๓ สัปดาห์

          หลักสูตรที่เด่นที่สุดของเขาคือ ด้านวิชาชีพด้านบริการสุขภาพ (พยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ฯลฯ)  และด้านรถยนต์   ซึ่งก็เป็นไปตามตลาดแรงงาน

          การริเริ่ม (นวัตกรรม) ที่เริ่มที่ Cerritos แล้วแพร่ไปทั่วประเทศ คือ Teacher TRAC Program   TRAC ย่อมาจาก TRaining ACademy   เป็นหลักสูตร ๒ ปี เพื่อต่อยอดไปเรียนครู อีก ๒ ปี ที่ USCLB   ที่มีวิธีจัดการเรียนรู้แบบพิเศษ  คือร่วมมือกับ Master Teacher ที่คัดเลือกจากโรงเรียนในละแวกเป็นครูพี่เลี้ยง   และให้ นศ. ออกไปฝึกสอนตั้งแต่ปีแรก เป็นเวลา ๔๐ ช.ม.   มีผลทำให้ นศ. เกิดแรงบันดาลใจต่อการเป็นครู และเกิดพลังในการเรียน   เมื่อไปเรียนต่อที่ USCLB นักศึกษากลุ่มนี้มีผลการเรียนดีกว่า นศ. ที่ USCLB รับเข้าโดยตรง 

          จำนวน นศ. ๒๓.๕๐๐  อาจารย์ full time 300, part time 500 – 600 คน  ชั้นเรียนเล็ก ตั้งแต่ ๑๒ (พยาบาล) ถึง ๘๐ (Art History)   และมี hands on มาก  เราเดินผ่าน workshop แผนกเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่ได้เข้าไปดู   ที่ได้เข้าไปดูและฟังการบรรยายสรุปคือแผนกรถยนต์   ซึ่งมีอาคารใหม่กว้างขวางสวยงาม   จากความร่วมมือกับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์  ธุรกิจขายรถยนต์  และมหาวิทยาลัย Northwood University จัดหลักสูตร 3+1 adult degree program  ซึ่งมี ๒ สาย คือสายซ่อม กับสายธุรกิจ

          ที่น่าประทับใจที่สุดคือ วชช. นี้ไม่ปฏิเสธการรับเข้าเรียน ไม่ว่าจะเป็นใคร มีพื้นการศึกษาแค่ไหน   คนไม่จบ เกรด ๑๒ ก็เข้าเรียนได้   มีหลักสูตร GED ที่เทียบเท่า high school   มี นศ. บางคนเรียนจบ GED พร้อมกันกับ Associate Degree

          คุณวุฒิที่ได้รับจาก วชช. เรียกว่า Associate Degree  มี ๒ สาย คือ AA (Associate in Arts)  กับ AS (Associate in Science) 

          เราได้เห็นจริงตามคำของคุณ Carl Friedlander ว่าชีวิตการเป็นอาจารย์ของ วชช. เป็นชีวิตที่ดีมาก   เพราะช่วงบ่ายวันศุกร์ไม่มีชั้นเรียน   และเสาร์-อาทิตย์ก็หยุด  ไม่มีการเปิดหลักสูตรพิเศษเพื่อหาเงินแบบบ้านเรา

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ เม.ย. ๕๔
บนเครื่องบินการยินไทยกลับกรุงเทพ

 

LACCD Headquarter อยู่ใจกลางเมือง LA

 

 ห้องประชุมบอร์ดของ LACCD บอร์ด ๗ คนนั่งข้างบน ประชาชนที่มาซักถามนั่งข้างล่าง ประชุมทีไรคนเต็มทุกที

 

บรรยากาศการพูดคุยซักถาม ที่ LACCDH

 

ด้านหน้า Cerritos College ไม่เน้นป้ายใหญ่ รั้วสวย อย่างบ้านเรา แต่ภายในกว้างขวาง

 

 บริเวณอาคารอำนวยการและบริการ นศ.

 

ส่วนบริการ นศ.

 

พื้นที่ภายในกว้างขวาง

 

 อาคารแผนกรถยนต์

 

workshop แผนกรถยนต์