กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปากพะยูนทำธุรกรรมทางด้านการเงินให้แก่สมาชิกโดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ย
ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมสัมนาเรื่อง"กลุ่มเกษตรกรกับภาวะโลกร้อน" ที่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่1- 2 พค.ที่ผ่านมา ได้รับทราบข้อมูลการใช้ปุ๋ยเคมี ของเกษตรกรที่อยู่ในระบบ(คือเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรที่ผ่านการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว) ส่วนเกษตรที่อยู่นอกระบบ ก็คงเหมือนกับ หนี้นอกระบบ ที่กระทรวงการคลังได้อบรบ หมอหนี้ เพื่อจัดการกับหนี้นอกระบบ
ในรอบปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้สินเชื่อแก่เกษตรกรในการจัดหาปุ๋ยเคมี จำนวนเงินมากถึง 1744 ล้านบาท
กลุ่มเกษตรกรพวกผม 3499 แห่ง รับมา 1022ล้านบาท นอกเหนือจากนั้น สหกรณ์รับไป 772 ล้านบาท ในปี 2554 นี้
คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบตามที่ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานและการช่วยเหลือเกษตรกร (รองนายกไตรรงค์ สุวรรณคีรี) ที่เสนอให้จัดทำ"โครงการใช้ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร"ในวงเงินงบประมาณ 3500 ล้านบาท ....
ปุ๋ยสั่งตัด...หมายถึงปุ๋ยที่เหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน ให้เข้ากับสภาพของดินในแต่ละแปลง ไม่ใช่ปุ๋ยสูตรรวมที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ (ปุ๋ยเสื้อโหล)เปรียบเสมือนการตัดเสื้อใส่ใหเเกษตรกรใส่
จะนำร่องใช้กับพืช 3 ชนิดคือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง.......
กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปากพะยูน ที่ผู้เขียนสังกัดอยู่ เป็นกลุ่มเล็กๆ เราทำเรื่องเล็กๆ กับคนเล็กๆในชุมชน เป็นกลุ่มทำธุรกรรมทางการเงินให้เกษตรกรกู้ยืมเพื่อไปลงทุนทำการเกษตรเล็กๆ ที่ไม่คิดอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืม สนับสนุนให้สมาชิกเอาขยะในครัวเรือนมาหมักใช้กับต้นไม้ใบหญ้า ข้างๆบ้าน ด้วยหวังว่างานเล็กๆที่กลุ่มเล็กๆทำจะช่วยลดภาระการเพิ่มขึ้นของสิ่งแวดล้อม
ยังคงมีความหวังว่า นโยบายของรัฐเรื่องปุ๋ยสั่งตัด 3500 ล้าน คงลงสู่เกษตรกรผู้ใช้ปุ๋ย ได้อย่างเหมาะสมถูกดิน ถูกที่ ถูกพืช ถูกกลุ่มเป้าหมาย อย่าให้ปุ๋ยสั่งตัด ไปตกอยู่กับช่างตัดเสื้อโหล เกษตรกรพวกผมก็คงได้เสื้อโหลมาใส่เหมือนเดิม
มาให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปากพะยูนค่ะ สนใจการเอาขยะในครัวเรือนมาหมักเป็นปุ๋ย คุณวอญ่า ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
It seems that we need "fertilizer analysts" or "environmental engineers" to do tailoring of fertilizers for local applications.
I wonder if we have any 'courses' that explore this issue. May be it is not popular as courses like archeology, mining engineering, information technologies, ... ;-)
สวัสดีค่ะ
ชอบแนวคิดปุ๋ยสั่งตัดนี้ค่ะ แต่.....
"...อย่าให้ปุ๋ยสั่งตัด ไปตกอยู่กับช่างตัดเสื้อโหล เกษตรกรพวกผมก็คงได้เสื้อโหลมาใส่เหมือนเดิม.."
อย่าให้เป็นดังคำพูดนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณแก้ว
ผมเป็นศิษย์ทางด้านเกษตรอินทรีย์ ของพ่อหลวง สุวรรณ วัดป่ายาง ทำเกษตรอินทรีย์
การทำปุ๋ยหมักจากขยะในครัวเรือน หากเป็นขยะเปียก เช่นเศษปลาเศษไก่หรือน้ำข้าวน้ำแกง เอาไปทำปุ๋ยหมักได้หมด
ง่ายๆก็ หาถังพลาสติคใส่สีที่เขาใช้หมดแล้ว เอาที่มีฝาปิด เอาเศษอาหารใส่ลงไป เติมกากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง ใส่ลงไป ปิดฝาไว้ วันต่อมาก็เอาเศษอาหารใส่เพิ่มลงไป เติมกากน้ำตาลเพิ่ม จนกว่าจะเต็มถัง แล้วปิดฝาไว้ประมาณ สิบห้าวันก็นำมาใช้ฉีดไม้ดอก ไม้แดก ไม้ดับใช้ได้ทั้งหมด
สูตรสากลของการทำน้ำหมัก หนึ่งต่อสามต่อสิบ (หมายความว่าน้ำสิบส่วน เศษอาหารสามส่วน กากน้ำตาลหนึ่งส่วน )
แต่สูตรที่ดีที่สุดคือสูตรที่เราทดลองเอง ตอนเอาไปใช้ต้องผสมน้ำ อัตรส่วน หนึ่งช้อนแกงต่อน้ำยี่สิบลิตร หรือตามการสังเกตุ แต่อย่านำไปใช้โดยไม่ผสม ต้นจะตายหมด
ขอบอกว่าสูตรที่ดีที่สุดคือสูตรของเราเอง
สวัสดีครับคุณ
sr ต้องขออภัยที่ไม่สามารถตอบความเห็นได้ ถึงอย่างไรก็ขอบคุณที่กรุณาแวะมาอ่าน
หวัดดีค่ะพี่บัง
เพิ่งรู้ว่า มีปุ๋ยสั่งตัด ด้วย ขอให้ตรงตามความต้องการ และมีคุณภาพนะ
เค้าจิมีฝ่ายตรวจสอบควบคุณคุณ (สร้าง)ภาพไหม ส่งกำลังใจจ้า ฝนหยุดตกแล้วเนาะ
ได้ยิน ได้ยล เกี่ยวกับปุ๋ยเกษตรอินทรีย์มาก็มาก
เพิ่งจะได้ยินปุ๋ยสั่งตัด ก็คราวนี้แหละค่ะ
น่าสนใจ และลงมือทำเองลองดูจัง (แต่ไม่เคยเลยจริงๆ)
เพราะหลานชายหนุ่มน้อย (นักวิชาการเกษตร (ไฟแรง) ) กำลังทดลองปลูกมันสัมปะหลังอยู่น่ะค่ะ
แว่วว่าจะเอาไห้ได้ไร่ละสิบตัน ฮ่าๆๆๆ (ป้าแอบขำ)
และแว่วว่าจะเพิ่มผลิตด้วยปุ๋ยสูตรอินทรีย์ อย่างนี้
แต่ยังไม่เห็นลงมือทำสักที ตอนนี้ต้นมันสูงถึงเข่า กำลังงาม
"รู้อะไร...ไม่เท่าลงมือทำ"
หวั่นใจว่า ท่านวอญ่า จะไม่สมหวัง
ไม่เจอกันนาน คิดถึง แต่ไม่คิดทึ้งค่ะ
....หากได้เสื้อโหลมาใส่..เหมือนเดิม..(คงจะร่อแร่..ตามอาการ..ทรงกับทรุด)...ไม่มีจะใส่เลย..น่ะ..จาทำยางไงงงกั้น....(ยายธีแอบถอนหายใจ..เห้ออ)...
ดีจังเลยครับแบบนี้ จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลือง เอาเฉพาะที่จำเป็น
สวัสดีครับท่านศน. ลำดวน หากพวกเราชาวกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งรู้เท่านทัน เกมการเมืองของพ่อค้า ก็ยังมีทางแก้ไข
ถึงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องทำเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นๆ สำคัญคือ การที่ต้องรู้ความต้องการของกลุ่มเอง ทิศทางการดำเนินการ การพัฒนากลุ่ม ต้องสอดคล้องกับวิถีเกษตรแบบบ้านมากกว่าเกษตร พานิชย์
สวัสดีครับ ปู ช่วงกำลังจะยุบสภา ถนนหลายสายมุ่งมาสู่ภาคประชาชน ทำให้ต้องเลือกงาน เลือกเวทีที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
หลายเวที แฝงไปกับการเมือง หากไม่รู้เท่ากัน ก็จะตกเป็นเครื่องมือ พักนี้ต้องระวังหนัก
สวัสดีครับครู อรวรรณ
นานแล้วที่ไม่ได้แวะหาครู ขอบคุณที่แวะมาหา
(แว่วว่าจะเอาไห้ได้ไร่ละสิบตัน ฮ่าๆๆๆ (ป้าแอบขำ) เป็นจริงได้ครับ ปลูกมันให้ได้ไร่ละสิบตัน ผมไปดูที่เขาค้อรีสอร์ทมา เขาทำได้จริงครับ
"แม้นไม่สมหวังก็ยังดีที่มีหวัง
เป็นพลังเหมือนซื้อหวนหวังรวยลัด
คิดถึงไม่คิดทิ้งซาบซึ้งหนัด
ไม่หวางวัดหวางบ้านแบบกันเอง"
ขอบคุณจังหันครูภาทิพ
สวัสดีครับคุณ ยายธี
ขบวนชาวบ้านหลายขบวนที่ขับเคลื่อน บ้างก็เป็นหัวขบวน บ้างก็เป็นหางกระบวน บ้างก็เป็นพันธมิตรกัน
ที่น่าเป็นห่วงคือขบวนของเกษตรกร ยังขาดการเหลียวแล ช่วยเหลืออย่างจริงจัง ยิ่งพัทลุง ชูวิสัยทัศน์เมืองเกษตรกรรมยั่งยืน ยิ่งต้องเร่งมือทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ฝันเป็นจริง สู่ความเป็นเมืองลุงน่าอยู่
สวัสดีครับท่านอาจารย์ โสภณ เกษตรบ้านๆอยาก เสื้อผ้าบ้านๆแบบผ้าฝ้าย ไทย ไม่ใช่ ผ้าใยสังเคราะห์จากต่างประเทศ
อ๋อ คำว่า ปุ๋ยสั่งตัด คืออย่างนี้นี่เอง ขอบคุณค่ะบัง
เพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้งวันนี้ค่ะบัง^__^
ปุ๋ยสั่งตัด เหมือนสั่งตัดเสื้อจากร้านมือโปร 5ดาว ตัวเดียวเนี๊ยบด้วยช่างคนเดียว สวมใส่แล้วพอดีไม่คับไม่หลวม...พอดี งาม :)
ขอบคุณค่ะ
มาแลกเปลี่ยนครับ
ทุกวันนี้ เกษตรกรหลายท่าน อยู่กับ "ความไม่รู้"
1.ไม่รู้ดิน 2.ไม่รู้ปุ๋ย 3.ไม่รู้่ำทำไปเพื่อใคร 4.ทำไปไม่รู้ตัว
อย่างพันธุ์ข้าวปลูก "ข้าวของใครก็ไม่รู้ ที่มาที่ไปก็ไม่รู้" ไปซื้อมาจากตลาด(ติดตราติดยี่ห้อ สารพัดสัตว์) เอามาหว่านลงนา คิดไปว่าซื้อเค้ามา ดีกว่าทำพันธุ์เอง ที่ไหนได้ "อีดีด อีเด้ง" ขึ้นเต็มนา จะเก็บทำพันธุ์ก็ไม่ได้ สายเสียแล้ว ต้องตามมาแก้ไข เสียทั้งเงิน เสียทั้งปุ๋ย เสียทั้งเวลา เสียทั้งยา เสียทั้งน้ำตา
ทางแก้ไข : รู้อยู่ว่าควรทำอย่างไร ขึ้นอยู่ว่าจะขยัน(ปลูก-ดูแลเอง) หรือขี้เกียจ(ซื้อเค้ามาทำพันธุ์)
ข้าวเเปลงนี้ผลผลิตดีเพราะอะไร ???
เพราะ ปุ๋ย ตรา ก.ไก่
เพราะฮอร์โมน ตรา ข.ไข่
และ อีกสารพัด ที่ต้อง จ่ายเงินให้เค้าไป แล้วก็ชมอีก ว่าของเค้าดี
เรื่องของเรื่องก็คือว่า ถ้าข้าวในเเปลง เจ้าของนาไม่ดูแล เอาใจใส่ เอา "ปุ๋ยตีน" (เดินสำรวจตรวจ ดิน ตรวจน้ำ ตรวจใบข้าว) มันจะดีได้อย่างไร ไม่ต้องเอาเงินไปจ่ายให้กับปุ๋ยของใคร ก็ไม่รู้ ปลอมมาหรือป่าว ก็ไม่รู้ (ที่บ้านก็ไม่มีมิเตอร์วัดด้วย)
สรุป เห็นด้วยครับ กับ "ปุ๋ยสั่งตัด" ประหยัดเงิน
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ดร.จันท์ ที่มาให้กำลังใจเกษตรกร ตอนนี้กำลังติดตามเรื่องสภาเกษตรกรอยู่ซึ่งขณะนี้กำลังเลือกตั้งระดับอำเภออยู่