มะเร็ง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปตรวจมะเร็งประจำปี ปีที่ 12 กับคุณหมอกฤชฯ  และ พญ.คุณหญิงเกสรฯ ที่ รพ.บำรุงราษฎร์  ผลออกมาว่าปลอดภัย มะเร็งสงบ  สุขภาพสดชื่น แข็งแรงดี  คุณหมอชมว่าดูแลสุขภาพดีมาก  แต่น้ำหนักหายไป  ร่วม 3 กิโลกรัม  คุณหมอกฤช รีบถามด้วยความเป็นห่วง  เลยบอกว่า คุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันค่ะ  คุณหมอก็พยักหน้า ยิ้ม  อ้อ..แล้วไป.. ช่างสังเกต เป็นห่วงคนไข้ดีมาก

ที่ว่าดูแลสุขภาพดีนั้น  หมอติ่งดูแลให้ดี ดังนี้
1.    อาหารดี  ทานอาหารตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย คือ  ปลาเป็นหลัก  ผักเป็นพื้น  ผลไม้ตามฤดูกาลที่ไม่หวานจัด  ไม่ขาดธัญพืช  ถั่วงา ทั้งหลาย  ดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่าวันละ  2  ลิตร  ดื่มน้ำเต้าหู้หวานน้อย งามาก ทานอาหารเค็มน้อย หวานน้อยเป็นประจำ
2.    ยาดี   ทำยาสมุนไพรไทยตามที่ได้เรียนมา และครูอาจารย์เมตตาแนะนำ ไว้ทานเอง  และดูแลญาติมิตร  เพื่อเตรียมตัวให้แก่อย่างสง่าและจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
3.    อารมณ์ดี  ไม่โกรธ  ไม่เกลียด  ไม่เครียด  เคารพในความแตกต่างของมนุษย์ทั้งหลาย    เข้าห้องพระทุกเช้า กราบพระด้วยสติ (อย่างช้า ๆ)  5  ครั้ง  คือ พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  บิดามารดาทุกภพชาติ  ครูอาจารย์ที่เคารพทุกท่าน   สวดมนต์ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล และน้อมนำหลักธรรม “พรหมวิหาร 4” มาปฏิบัติ คือ  เมตตา (ปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดี มีความสุข ความเจริญ) เป็นจรรยาแพทย์ข้อแรก ของพวกเราชาวแพทย์แผนไทยด้วย.. กรุณา (ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก)  ถือว่าโชคดี  สองข้อนี้ได้ทำทุกวันเพราะต้องดูแลคนไข้  มุทิตา (ใครได้ดี เรายินดีด้วย)  อุเบกขา (วางเฉย)  ข้อนี้ยากหน่อย ต้องฝึกให้มาก  /  ชอบฟังเพลง  ดูหนังตลก ติ๊งต๊องบ้าง
4.    ออกกำลังกายดี  เดินตากแดดยามเช้า และฝึกโยคะทุกวัน
5.    อุจจาระดี  ถ่ายได้ดีเป็นปกติ  ถ่ายโล่งท้องทุกเช้า เป็นการเทถังขยะในกายนครทุกวัน
6.    หลับดี  หลับสนิท หลับลึกทุกคืน  ไม่ฝันเพ้อเจ้อ เหาะเหิรเดินอากาศ
สุขภาพดี ไม่มีวางขาย ต้องขวนขวายทำเอา  พอดีหมอติ่งได้เห็นโลงศพแล้ว ยังไม่อยากตาย ไม่อยากทรมานเพราะความเจ็บปวดอีก  ตอนแรกก็ต้องฝืนใจ ตามที่หลวงพ่อจรัลท่านได้เทศน์สอนไว้ว่า “ธรรมะคือการฝืนใจ ฝืนใจไม่ได้  ก็เอาดีไม่ได้”  แต่พอได้ทำไปเรื่อย ๆ ก็จะติดเป็นนิสัยค่ะ