นี่ก็เช่นเดียวกัน ผมบันทึกจากการไปเยี่ยมชม California Institute of Technology (CalTech) กับ Loyola Marymount University (LMU) เพียง ๒ แห่งเท่านั้น
มหาวิทยาลัยเอกชน มีทั้ง Non Profit และ For Profit ที่ดีๆ มีชื่อเสียงมากๆ มักเป็น Non-Profit ทั้งสิ้น นี่คือบทเรียนชิ้นแรกสำหรับสังคมไทย ว่าเรามีหลักการหรืออุดมการณ์ให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาแบบไหน แบบให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นธุรกิจเพื่อแสวงกำไร หรือแบบให้เป็นกิจกรรมเพื่อจรรโลงสังคม
ทั้ง ๒ แห่งที่เราไปเยี่ยมเป็น Non Profit โดย Caltech เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก ส่วน LMU เป็นมหาวิทยาลัยแคทอลิก เน้นความเป็นมนุษย์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการทำงานและศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนชนิดไม่ค้ากำไร หรือมหาวิทยาลัยของรัฐไม่แตกต่างกัน เพราะลึกๆ แล้วต่างก็ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะเช่นเดียวกัน
แต่เราไม่ได้ไปดูงานมหาวิทยาลัยเอกชนชนิดค้ากำไร ซึ่งเขาบอกว่าเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
Caltech เป็นมหาวิทยาลัยที่เล็กมาก มี นศ. เพียง ๒,๑๗๕ คน เป็น ป. ตรี ๙๕๗ คน คือรับปีละประมาณ ๒๐๐ คน วิธีคัดเลือกนอกจากดูคะแนนแล้ว ตัวตัดสินคือแรงบันดาลใจ หรือแรงพิศวง ด้านที่ตนต้องการเรียน แสดงออกผ่านการเขียนเรียงความ นศ. ที่มาพาเราทัวร์แคมป้สบอกว่า ไม่มีการสอบสัมภาษณ์ และค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่เขารับ นศ. ตามความสามารถ เมื่อรับแล้วจึงมาเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายกัน คือเขามีทุนการศึกษาให้นั่นเอง โดย นศ. อาจต้องทำงานวิจัย หรืออาสาทำงานอื่นให้มหาวิทยาลัย
แต่จำนวนบุคลากร มีถึง ๙,๐๐๐ คน อยู่ที่ JPL จำนวน ๕,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นอาจารย์ ๗๒๖ คน เป็น postdoctoral scholars จำนวน ๖๕๖ คน คือกิจการของ Caltech เป็นงานวิจัยระดับนำโลก ที่เรียกว่า Blue Sky Research เป็นหลัก
งบประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านเหรียญ/ปี เป็นของ JPL (Jet Propulsion Laboratory ซึ่งได้งบประมาณ ๙๐% จาก NASA) ๑,๘๐๐ ล้าน งปม. ของตัวแคมปัส ในปีการศึกษา ๒๐๑๑ เป็นเงิน ๕๕๘ ล้าน แบ่งเป็นด้านการเรียนการสอนร้อยละ ๓๖, วิจัยร้อยละ ๓๖, อื่นๆ ร้อยละ ๒๘
เราไปเห็นความเป็นมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่เน้นความเป็นเลิศด้านการวิจัยพื้นฐาน เน้นการเลือกดึงดูดคนที่สมองดีและมีแรงพิศวงจริงๆ มาเป็นนักศึกษาและทำงาน สถานที่ไม่ใหญ่โตโอ่โถงแต่ก็ดีพอที่จะให้สมาชิกทำงานวิชาการอย่างจริงจัง
เราได้ไปเยี่ยมชมหอพักนักศึกษาด้วย เป็นอาคารเก่า ห้องพักเล็กๆ พักห้องละ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ คน ไม่เน้นความใหญ่โตโอ่โถง ผู้หญิงผู้ชายอยู่ปนกัน
แต่ถึงแม้จะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นศ. ก็ได้เรียนสาขาด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์อย่างสมดุล รวมทั้งมี campus life ให้เรียนรู้ชีวิตด้วย ผมได้เห็นเรื่องซนๆ ของเด็กวัยรุ่นคล้ายสมัยผมอยู่หอพักที่ศิริราช คือที่นี่มีปืนใหญ่อยู่ที่หน้าหอ เขาไปขโมยมาจากโรงเรียนนายทหาร เอามายิง (กระสุนเปล่า) ในโอกาสสำคัญๆ เช่นฉลองสอบเสร็จ
เราไม่ได้มีโอกาสไปดูห้องเรียน ห้องแลบ และห้องวิจัยของเขาเลย เพียงแต่ นศ. ที่นำเราไปทัวร์แคมปัส ชี้ให้ดูว่าตึกไหนเป็นแลบอะไร อาจารย์รางวัลโนเบลคนไหนทำงานอยู่ เขามีอาจารย์ที่ได้รางวัลโนเบล ๒๓ คน นศ. หญิงปีสุดท้ายที่พาเราชมแคมปัส มาจากเมืองเล็กๆ ในรัฐอิลลินอย ท่าทางว่องไวประเปรียวและฉลาด ทำ senior project ด้าน sRNA ในมะเร็ง กับอาจารย์ที่ได้รางวัลโนเบล และกำลังจะไปทำปริญญาเอกที่ Sloan Kettering Cancer Institute ที่นิวยอร์ค
LMU มี นศ. ๙,๐๐๐ คน มีประวัติเก่าแก่ ๑๐๐ ปี พื้นที่แคมปัส กว้างขวาง อาคารห้องสมุดใหม่เอี่ยม และเป็น Green Building เป็นมหาวิทยาลัยแคทอลิก สายเจซูอิต แต่ปัจจุบันดำเนินการเป็นอิสระจากวงการศาสนา ถือเป็นมหาวิทยาลัยแคทอลิกที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคตะวันตก และเป็นมหาวิทยาลัยที่ นศ. พักอยู่ในมหาวิทยาลัย
เป็นตัวอย่างของมหาวิทยาลัยที่เกิดจากการรวมตัวของ ๒ มหาวิทยาลัย แคทอลิกด้วยกัน ที่เป็นมหาวิทยาลัยชาย กับมหาวิทยาลัยหญิง ในช่วงทศวรรษที่ ๗๐
เนื่องจาก theme ของการดูงานครั้งนี้คือ CSR ดังนั้น LMU จึงตีโจทย์ของเรา และนำเสนอเรื่องการประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน การทำงานรับใช้สังคมด้านสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ชายทะเล อนุรักษ์นกกระสา
เขามี ๕ คณะ (Liberal Arts, Science & Engineering, Communications & Fine Arts, Television, Business Administration) และ ๒ Graduate School คือ School of Education กับ Law School ซึ่ง Law School นี้อยู่คนละ แคมปัส ที่แคมปัสที่เราไปเยือนมี นศ. ป. ตรี ๕,๗๐๐ คน ป. โท ๑,๙๐๐ (๓๗ สาขา) และ ป. เอก ๑ สาขา นศ. ระดับบัณฑิตศึกษาเป็นคนทำงานแล้ว มาเรียนช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ๒/๓ ของ นศ. มาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เหลือมาจากรัฐอื่น และร้อยละ ๕ มาจากต่างประเทศ ประมาณครึ่งหนึ่งของ นศ. เป็นแคทอลิก เช่นเดียวกันกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่
US World & News Report จัด LMU ไว้ในกลุ่ม Regional Masters University ซึ่งคงจะหมายถึง จัดการศึกษาเน้นที่ ป. ตรี และ โท
แค่นี้ก็เห็นชัด ว่า LMU วางตำแหน่งของตนไว้ที่เป็นมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิต เพื่อออกไปทำงานและเป็นพลเมืองดีของสังคม โดยมี mission statement ว่า LMU จัดการศึกษาเพื่อความเป็น whole person และส่งเสริมความเป็นธรรม แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยพื้นฐานอย่าง Caltech บรรยากาศภายในแคมปัสเป็นคนละแบบ เขาบอกว่า นศ. เลือกมาเรียนเพราะ deep values ของมหาวิทยาลัย ที่จัดการศึกษาให้ นศ. ได้ explore มิติของความเป็นมนุษยืส่วนที่อยู่เหนือเหตุผล
ขอบักทึกเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้ว การเดินทางครั้งนี้เราไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยเอกชนถึง ๓ แห่ง คือ Chapman University ที่เราไปยึ่ยมในวันที่ ๘ เม.ย. ก็เป็น ม. เอกชนด้วย
วิจารณ์ พานิช
๘ เม.ย. ๕๔
โรงแรมฮิลตัน ลองบีช
|
ทางเดินเข้า Caltech โปรดสังเกตว่าเขาไม่ให้รถเข้า ทำให้บรรยากาศร่มรื่นสงบ
|
|
จักรยานมีสิทธิพิเศษให้เข้าได้และมีที่จอด
|
|
ถนนโอลีฟ ภายใน Caltech มีต้นโอลีฟมาก เขาเก็บผลไปหีบน้ำมันขายเป็นของที่ระลึก
|
|
หอพัก Fleming House
|
|
หอพัก Fleming House
|
|
ปืนใหญ่หน้าหอพัก นายแบบคือ ผศ. ดร. ชนินทร์ อัมพรสถิร จาก มน.
|
|
อาคารหอสมุด
|
|
LMU หลังจากประตูทางเข้าที่โอ่อ่า เราไปที่อาคารหอสมุดใหม่ทรงกลม
|
|
เดินผ่านร่องรอยของกิจกรรม นศ. ที่ นศ. ทำกันเอง
|
|
รถยนต์เข้าไม่ได้ แต่จักรยานได้สิทธิพิเศษ
|
|
คุยกันเรื่อง University Social Responsibility กระติกน้ำสีน้ำเงินเข้ม มหาวิทยาลัยแจก นศ. เพื่อสร้างจิตสำนึกไม่ดื่มน้ำขวดพลาสติก เพื่อลดขยะ
|
|
อาคารจอดรถที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ลดการใช้พลังงานลงได้มาก
บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย |













สงบ ร่มรื่น บรรยากาศเหมาะกับการเรียนรู้นะค่ะ