สายฝนที่โปรยปราย ช่วยลดความร้อนที่แผดเผาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาลง น้ำใจไมตรีและมิตรภาพในระหว่างทาง ยิ่งทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำเย็นชื่นขึ้นอีกเท่าตัว

นัดกันกับชายหนุ่มว่าจะไปถ่ายรูปกันที่พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตสงวน ซุนไง บูโล (Sungei Buloh Wetland Reserve)

อากาศครึ้มและมีมีท่าทีว่าฝนจะตกในเช้าวันนี้ ไม่ได้ทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจที่จะออกจากบ้าน เพราะรู้ดีว่าเรื่องของดินฟ้าอากาศ มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเราจะไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไรได้ ทำได้เพียงปรับใจตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่มีให้ได้ สนุกกับบรรยากาศที่มีให้ก็พอ

บรรยากาศยามเช้าที่ Sungei Buloh Wetland Reserve สุดแสนจะสดชื่นแม้จะไม่สดใสมากเท่าใดนักเพราะฝนที่เริ่มโปรยปรายเมื่อเราไปถึง

"ท่าทางจะถ่ายรูปได้ยากวันนี้" เขาเปรยๆ ด้วยความเป็น perfectionist ของเขา ที่จะถ่ายรูปทีแสงต้องดี อุปกรณ์ต้องพร้อม อากาศต้องเป็นใจ ร่างกายต้องเต็มที่ ประมาณนั้น

"หากเก็บรูปไม่ได้ก็บันทึกความงดงามไว้ในความทรงจำก็แล้วกันนะ" ฉันบอก

Sungei Buloh Wetland Reserve มีสภาพเป็นป่าชายเลนตั้งอยู่ทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ มีพื้นที่ประมาณ 500 กว่าไร่ แต่เดิมเป็นเพียงสถานที่ดูนกที่นักดูนกกลุ่มหนึ่งนำเสนอให้รัฐจัดให้เป็นที่สงวน รัฐบาลด้วยการนำของอดีตนายกรัฐมนตรี โก๊ะ โช้ค ตง ในขณะนั้นได้มอบหมายให้สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ National Park (สวนสาธารณะแห่งชาติ) และได้ทำการปรับปรุงและเปิดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตสงวน นี้ตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา ที่นี่เป็นสถานที่พักพิงสำคัญของเหล่านกอพยพที่มาพักอาศัยในช่วงเดือนพฤษจิกายนถึงมีนาคมเป็นจำนวนมาก

เสียงร้องที่แปลก ๆ ของนกตัวหนึ่งบนยอดไม้ เมื่อเราเริ่มเดินเข้าบริเวณป่าชายเลน ทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้นเมื่อนกเจ้าของเสียงนั้นคือนกเงือก หรือนกแก๊ก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้เห็นนกเงือกเล็กตามธรรมชาติ

  

บอกกับตัวเองจากนี้ไปการได้เห็นนกเงือกในสวนสัตว์หรือสวนนกคงมีความหมายต่างไปจากเดิม เพราะตอนนี้เราอยู่นอกกรงเหมือนกัน...

ผู้มาเยือนแห่งที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นคนรักธรรมชาติ มาชื่นชม มาดูนก ถ่ายรูป ในระหว่างทางก็จะบอกเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองเจอให้คนอื่นๆได้รับรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน จระเข้อยู่ตรงโน้น นกยางอยู่ทางนี้ นกเหยี่ยวเกาะอยู่ที่นั่น ฯลฯ ฉันรู้สึกประทับใจมิตรภาพที่เกิดขึ้นในรายทาง

ในสภาพสังคมเมืองที่ฉันแทบไม่รู้จักชื่อของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน มิตรไมตรีของคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แต่มีความสนใจในสิ่งที่คล้ายกันเช่นนี้ถือว่าน่าชื่นชมมาก

 

จากที่กำบังทำให้เราสามารถมองดูนกที่กำลังหาอาหารได้อย่างสบายใจ มีทั้งนกยาง, นกชายเลนน้ำจืด, นกกวัก ฯลฯ

 

พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาหาอาหารอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างหากินด้วยกัน โดยไม่แก่งแย่งกันทำให้รู้สึกถึงความมั่งคั่ง สมบูรณ์ของแหล่งอาหาร เพราะความรู้สึกที่ว่ามั่งคั่ง และด้วยความรู้สึกว่าที่นี่คือแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณที่จะมากินเมื่อไหร่ก็ได้นี้หรือเปล่า ทีทำให้นกและสัตว์เหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก นกทั้งหลายจึงรู้สึกถึงความพอเพียง เวลาหิวก็ออกมาหากิน พออิ่มก็พักผ่อน ไม่มีการกักตุนไว้เผื่อมื้อต่อไป เผื่อวันต่อไป ผิดกับคนเราที่พยายามกักตุนทรัพย์สินเอาไว้ หาได้เท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่เคยพอสักที และคอยชิงดีกันอยู่ร่ำไป

ในที่นั้นก็ยังมี จรเข้  และตัวเงินตัวทอง นอนตากแดดให้ได้ดูชมโดยไม่สนใจใคร...

ของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้สัตว์เหล่านี้ ในพื้นที่ประมาณ 500 กว่าไร่ เพียงพอสำหรับทุกชีวิตที่มาพักพิงอาศัยอยู่ที่นี่ปีแล้วปีเล่า แต่ในพื้นที่เท่าๆกัน มันคงจะยังไม่พอสำหรับมนุษย์ที่ไม่รู้จักพอแม้เพียงคนเดียว

ขณะที่คิดอยู่เพลินๆ ชายหนุ่มก็มาสะกิดให้ดูนากขี้เซาตัวหนึ่งซึ่งหลับสนิทอยู่ใกล้ๆที่กำบังของเรา เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ฉันเห็นตัวนากที่เป็นอิสระจริงๆ น่ารักเชียว...

 

มีกระรอกหน้าตาน่าชังมาแสดงกายกรรมหาอาหารให้ดูเล่นอีกต่างหาก...

 

 และที่ไกลไกลโน้น มีใครเฝ้ามองเราอยู่...

สายฝนที่โปรยปราย ช่วยลดความร้อนที่แผดเผาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาลง น้ำใจไมตรีและมิตรภาพในระหว่างทาง ยิ่งทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำเย็นชื่นขึ้นอีกเท่าตัว